เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศบค.คุมเข้มจัดงานปีใหม่ จำกัดคนร่วม 50% ของพื้นที่ เบรกลดกักตัวเหลือ10วัน

17 ธ.ค. 2563 | 14:47น.
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.

ศบค.คุมเข้มจัดงานรื่นเริงปีใหม่ จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานแค่ 50% ของพื้นที่ เบรกลดเวลาการกักตัวยังคง 14 วัน เหมือนเดิม พร้อมปรับวันตรวจหาเชื้อใหม่เป็น 3 ครั้ง แล้วค่อยมาประเมินผลอีกครั้งหลัง 15 ม.ค.2564 พร้อมไฟเขียวทุกประเทศเดินทางเข้าไทยได้

วันที่ 17 ธันวาคม 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยถึงผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุมว่า

จำกัดจำนวนผู้ร่วมงานปีใหม่ 50%ของพื้นที่

ในที่ประชุมศบค.  นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้เสนอมาตรการในเทศกาลช่วงปีใหม่ 2564 โดยยืนยันว่า ภาครัฐยังสนับสนุนให้มีการจัดเทศกาลรื่นเริงในช่วงเทศกาลปีใหม่  แต่ผู้จัดงานและผู้ร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีมาตรการในหลายรูปแบบ เช่น การจำกัดจำนวนผู้ชม ผู้ร่วมกิจกรรมร้อยละ 50 ของพื้นที่ เพื่อป้องกันการแออัด

ทั้งนี้กำหนดพื้นที่ต่อจำนวนผู้ชมให้ไม่น้อยกว่า 1 ตารางเมตร/คน จัดเก้าอี้นั่งให้ห่างกัน จัดแบ่งพื้นที่สำหรับผู้เข้าร่วมชมการแสดงเป็นกลุ่มย่อย โดยมีแผงเหล็กกั้นเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัดกลุ่มผู้ที่มาด้วยกันให้อยู่ด้วยกัน และเว้นระยะห่างจากคนกลุ่มอื่น

 

โฆษก ศบค. กล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรี อยากให้เทศกาลปีใหม่นี้ เป็นปีใหม่ที่ทำให้พวกเราได้พบปะพูดคุยกัน มีบรรยากาศของความรื่นเริงได้อย่างพอประมาณ ในรูปแบบของชีวิตวิถีใหม่ เรายังต้องการความปลอดเชื้อในประเทศเรา อย่างน้อยที่สุดคนไทยกว่า 60 ล้านคน ไปมาหาสู่กันได้ เราจะไม่เป็นภาพอย่างทางตะวันตกเป็น ซึ่งล็อคดาวน์ในช่วงของเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ทำให้เกิดความอึมครึมของปีใหม่ไป

เพราะฉนั้นขอให้ในตอนนี้ถึงปีใหม่ เราดูแลสุขลักษณะอย่างดี  อยู่ห่างไว้ ใส่แมสก์ หมั่นล้างมือ ถือหลักสะอาด ปราศจากโควิด-19 และมีเรื่องของการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะที่ไปทุกสถานที่

เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด

“นายกฯได้ขอให้ทุกฝ่ายเข้มงวดตามมาตรการสาธารณสุข โดยเฉพาะตอนนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ ก็ขอให้เพิ่มคความเข้มงวดและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะผู้กระทำความผิดต่างๆที่จะสุ่มเสี่ยงของการทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคนี้ หรือผู้ที่ฝ่าฝืนก็ต้องเข้มงวดในเรื่องของทางกฎหมายด้วย” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่า

อีกเรื่องเป็นการทำความเข้าใจกับภาคประชาชน ท่านได้เน้นย้ำเรื่องของความตื่นตระหนก ก็ต้องควบคุม ทำความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่นโดยรวม เพราะเราเคยมีกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดระยองขึ้นมาแล้ว และมาเทียบเคียงกับส่งที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ จะเห็นว่าสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นไปด้วยดี เพราะฉนั้นการสร้างความเชื่อมั่นโดยรวม ก็จะทำให้ทุกจังหวัดในประเทศไทย สามารถดำเนินการตามชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

สธ.ย้ำจัดงานได้ แต่ต้องมีมาตรการควบคุม

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในส่วนมาตรการที่ทาง ศบค. ได้รายงานนั้นเป็นแนวทางภาคปฏิบัติที่มีการกำหนดไว้อยู่เดิมแล้ว โดยยืนยันว่าสามารถจัดงานได้อต่ผู้จัดงานจะต้องเสนอมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรค ให้แก่ผู้มีอำนาจ อาทิ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาเพื่ออนุมัติการจัดงาน

“มาตรการจำกัดพื้นที่ 50% เป็นแนวทางเพื่อลดความแออัด อย่างไรก็ตามแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน มาตรการที่ใช้จะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามพื้นที่ได้ แต่จะมีอยู่ 5 ข้อกำหนดหลัก คือ 1.ป้องกันการแออัด 2.ผู้เข้าร่วมงานทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย 3.ผู้จัดงานเตรียมจุดบริการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ 4.มีการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นไทยชนะ และ 5.ต้องมีการเสนอมาตรการป้องกันให้กับหน่วยงานของมหาดไทย และจะต้องมีผู้กำกับดูแลตามแนวทางที่ได้เสนอไป” นพ.โอภาส กล่าว

เบรคลดการกักตัวเหลือ 10 วัน คง 14 วันเหมือนเดิม

ส่วนเรื่องการปรับวันตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับผู้เข้ารับการกักตัวในสถานที่ ที่ราชการกำหนดนั้น นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า  เดิมมีการขอให้มีการกักตัวลดเลง แต่ตอนนี้ เนื่องจากข้อมูลที่ได้ยังได้ไม่ชัดเจน ดังนั้นยังคงกักตัว 14 วันเหมือนเดิม และยังต้องมีระบบติดตามตัวเหมือนเดิม

นอกจากนี้ยังมีการปรับวันตรวจหาเชื้อจากเดิม 2 ครั้ง มีการปรับให้เป็น 3 ครั้ง(ตามตาราง) ดำเนินการในช่วง 1-31 ธ.ค.2563 หลังจากนั้นนำมาวิเคราะห์และประเมินผลในช่วง 1-15 ม.ค.2564 ว่าจะมีการลดการกักตัวเหลือ 10 วันได้หรือไม่ ซึ่งต้องมีประเมินกันอีกครั้งหรือดีไซนืกันใหม่ และนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ และศบค.ชุดใหญ่

ไฟเขียวต่างชาติเข้าเที่ยวไทยได้

นอกจากนี้ได้มีการให้ขยายระยะเวลาการอนุญาตให้คนต่างด้าวที่มากับเรื่อสำราญและกีฬา(เรือยอร์ช) ซึ่งเดินทางออกมาจากประเทศต้นทาง และอยู่ระหว่างการเดินทางเข้ามาในน่านน้ำไทย มีสิทธิขอรับการตรวจลงตราประเททนักท่องเที่ยวพิเศษ (Special Tourist Visa หรือ STV ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติมอีกเป็นเวลา 30 วัน ทั้งนี้จนถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2563

ส่วนมาตรการผ่อนคลายให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดในปัจจุบัน ให้พิจารณาขยายเวลาวันที่กำหนดให้เดินทางเข้าประเทศไทยตาม COE หรือ Certificate of Entry กรณีไม่สามาถรขยายระยะเวลาออกไปอีก อย่างน้อย 24 ชม. แต่ไม่เกิน 72 ชม. เพื่อจะได้ไม่ต้องยื่นคำขอมี CoE ใหม่

และยังให้นักท่องเที่ยวได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 30 วันตามสิทธิการยกเว้นการตรวจลงตราประเภท ผ.30 จำนวน 56 ประเทศ/ดินแดน ตามที่กระทรวงต่างประเทศขอมา รวมถึงประเภท ผผ.30 จำนวน 6 ประเทศ/ดินแดน ได้แก่ ฮ่องกง มาเก๊า มองโกเลีย รัสเซีย ลาวและเวียดนาม, ประเภท ผผ.90 อนุญาตนักท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 90 วัน จำนวน 5 ประเทศ/ดินแดน ได้แก่ อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เปรูและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นความตกลงของทั้งสองฝ่าย

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยคงมาตรการยกเลิกการอนุญาตให้คนต่างด้าวยื่นขอตรวจลงตราในช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง(Visa on Arrival:VOA) ออกไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะคลี่คลายและคงการยกเลิกให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามสิทธิ์การยกเว้นการตรวจลงตราได้ไม่เกิน 14 วัน ประเภทผผ.14 สำหรับกัมพูชาและเมียนมา ซึ่งสรุปแล้วคือการเดินทางเข้ามาจะต้องมีการขออนุญาต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.