เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
Business ‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
News สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
Economic สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
SD SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
World จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
อีวีนิสสันมือหนึ่ง คันละแสน ญี่ปุ่นอุดหนุนฉ่ำจนถูกกว่ามือสอง
World อีวีนิสสันมือหนึ่ง คันละแสน ญี่ปุ่นอุดหนุนฉ่ำจนถูกกว่ามือสอง
YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ระยะสั้นแค่พักฐานในขาขึ้น-แนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
Finance YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ระยะสั้นแค่พักฐานในขาขึ้น-แนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
ครม.ไฟเขียวงบเพิ่มเติมกลาโหม รับเหตุชายแดนตะวันออก
Politics ครม.ไฟเขียวงบเพิ่มเติมกลาโหม รับเหตุชายแดนตะวันออก
ดูทั้งหมด

จัดมินิ เอฟทีเอ ครั้งแรกไทย-รัฐเตลังคานา อินเดีย หวังลุยส่งออกเพิ่มปี’64

17 ธ.ค. 2563 | 13:56น.
ส่งออก-export

“จุรินทร์” เผยหลังประชุมเอกชนไทย-อินเดีย เห็นชอบร่วมผลักดัน “มินิ เอฟทีเอ” ไทย-รัฐเตลังคานาของอินเดีย หวังลุยดันมูลค่าการค้าระหว่างไทย-อินเดียในปีหน้า

วันที่ 17 ธ.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับรัฐบาลระดับรัฐอินเดีย เพื่อร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมการจัดพิธีลงนาม MOU ระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ รัฐเตลังคานา สาธารณรัฐอิเดีย ว่า

การประชุมครั้งนี้ร่วมหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการค้าไทย-อินเดีย คือ หอการค้าอินเดีย-ไทย (India-Thai Chamber of Commerce) สมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย (India-Thailand Business Association) และสภาธุรกิจไทย-อินเดีย (Thailand-India Business Council) ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยเห็นชอบในการจัดทำ “มินิ เอฟทีเอ” ระหว่างไทย-รัฐเตลังคานา เป้าหมายเพื่อขยายมูลค่าการค้าระหว่างกัน

โดยการประชุมหารือครั้งนี้ เห็นชอบในการจัดทำ “มินิ เอฟทีเอ” (Mini FTA) ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทย-กระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ ของรัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย นอกจากเดิมที่ไทยมีเอฟทีเอ ไทย-อินเดีย และเอฟทีเอ อาเซียน-อินเดีย

ทั้งนี้ เพื่อขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันมากขึ้น โดยมุ่งเน้นรัฐแต่ละมณฑลของอินเดีย โดยจัดเป็น Mini FTA ซึ่งได้ยกร่างแล้วเสร็จต่อไปจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบเพื่อทำการลงนามต่อไป คาดว่าจะเห็นได้ในช่วงเดือนมกราคม 2564 นี้ พร้อมกันนี้ยังจะขยายต่อไปรัฐอื่น ๆ ของอินเดียด้วย

“รัฐอื่นที่สนใจ เช่น 1. รัฐคุชราต 2.กรณาฏกะ 3. รัฐมหาราษฏระ 4. เคเรล่า และ 5.รัฐ 8 สาวน้อย หรือรัฐอัสสัมเป็นเป้าหมายที่จะเดินหน้าต่อไปที่จะทำ Mini FTA กับอินเดีย ซึ่งแต่ละรัฐมีศักยภาพที่สินค้าไทยจะเข้าไปทำตลาดและรัฐดังกล่าวก็มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง พร้อมกันนี้หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ตนจะนำภาคเอกชนเดินทางไปทำขายสินค้าในฐานะหัวหน้าเซลล์แมนประเทศอีกรอบเพื่อเปิดตลาดสินค้าไทยในอินเดียให้มากขึ้นต่อไป”

อย่างไรก็ดี สำหรับปัญหาอุปสรรคในการร่วมกันหารือและแก้ไขนั้น เช่น เรื่องพิกัดศุลกากรที่ยังไม่ตรงกันระหว่างไทยกับอินเดีย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะเข้าไปหารือในการประชุมระหว่างเอฟทีเออาเซียน-อินเดีย ส่วนกรณีสินค้าไทยส่งไปในอินเดียปรากฏว่าศุลกากรอินเดียขอให้ผู้ส่งออกไทยตอบคำถามหลายข้อที่เป็นความลับทางการค้า

เรื่องนี้ได้มีการหารือในที่ประชุม JTC ไทย-อินเดีย เมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะนี้ รอผลอยู่ ล่าสุดอินเดียกับไทยจะจัดสัมมนาออนไลน์เพื่อทำความเข้าใจในทางปฏิบัติเรื่องนี้เพื่อให้การส่งสินค้าสะดวกคล่องตัวขึ้นและลดปัญหาอุปสรรคระหว่างกันต่อไป

ส่วนผลของการเจรจาทำข้อตกลง MOU เพื่อซื้อ-ขายสินค้าไทย-อินเดีย ไปก่อนหน้านี้โดยการเดินทางไปเยือนอินเดียถึง 2 ครั้งซึ่งมีมูลค่า 10,137 ล้านบาท สามารถส่งมอบสินค้าไปแล้วมูลค่า 5,948 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของ MOU และด้วยปัญหาโควิด-19 ทำให้ชะลอไป เชื่อว่าจากนี้ก็จะผลักดันการส่งมอบสินค้าให้ครบโดยเร็ว

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การค้ารวมระหว่างไทยและอินเดีย ตั้งแต่ ม.ค.-ต.ค. 2563 การค้ารวมมีมูลค่า 7,871.53 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 24.41 และไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 909.55 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกสินค้าของไทยไปอินเดีย ตั้งแต่ ม.ค.-ต.ค. 2563 ไทยส่งออกไปอินเดียมูลค่า 4,390.54 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 30.53

สินค้าส่งออกหลักของไทยไปอินเดีย 5 อันดับแรก (ม.ค.-ต.ค. 63) ได้แก่ 1) เม็ดพลาสติก (-19.25%) 2) เคมีภัณฑ์ (-27.57%) 4) อัญมณีและเครื่องประดับ (-46.62%) 4) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล (-22.62%) และ 5) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (-13.87%)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออก อินเดีย