เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
Business ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
Finance เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
Real Estate ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
Columns บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
Economic กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
ดูทั้งหมด

“โควิด” ปีแห่งหายนะ

02 ม.ค. 2564 | 07:11น.
บทบรรณาธิการ

ปี 2563 นับเป็นปีแห่งหายนะทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง โดยเหตุแห่ง “หายนะ” ดังกล่าวเกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปลายปี 2562 ข้ามมาปี 2563 และกำลังจะต่อไปจนถึงปี 2564

เฉพาะในส่วนของประเทศไทยเองมีคนติดเชื้อสะสมมากกว่า 6,285 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตไป 60 ราย จากการระบาดช่วงแรกในเดือนมีนาคม 2563 ที่ปรากฏผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 22 มี.ค. ถึง 188 ราย จนต้องประกาศมาตรการล็อกดาวน์มากกว่า 1 เดือน สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อจากหลักร้อยลงมาเหลือเลขตัวเดียวได้สำเร็จในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2563 และตามมาด้วยการออกมาตรการผ่อนคลายเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเปิดกว้างในการจัดกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจกันอย่างคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง

ความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ของประเทศไทยโดยใช้เวลาไม่กี่เดือนได้ถูกนำไปเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่น ๆ ในโลก ท่ามกลางการแซ่ซ้องสรรเสริญจากนานาชาติจนถึงขั้นถูกจัดลำดับให้เป็นประเทศที่ฟื้นตัวและรับมือโควิด-19 ที่ดีที่สุดในโลกและดูเหมือนว่า ผู้นำในรัฐบาลไทยเองก็น้อมรับคำสรรเสริญดังกล่าวจากการตอกย้ำภาพแห่งความสำเร็จด้วยความยินดีปรีดา จนบางคนในคณะรัฐบาลถึงกับหล่นคำพูดออกมาว่า “โควิดกระจอก”

ทว่าความหลงระเริงในความสำเร็จกลับตามมาด้วยความประมาทอย่างร้ายแรง จากการที่รัฐบาลมุ่งไปที่การลดมาตรการควบคุมโรคให้อยู่ในลำดับที่ “ต่ำกว่า” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจนผู้คนในประเทศหลงลืม “ไทยชนะ” ไม่เอาใจใส่ต่อมาตรการเว้นระยะห่าง ไม่มีการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ในขณะที่เมียนมาเกิดการระบาดของโควิดอย่างหนักพร้อมที่จะข้ามแดนมาสู่ประเทศไทย

สถาบันทางการแพทย์ชั้นนำในประเทศได้ออกมาเตือนต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่พร้อมระบาดข้ามแดนครั้งใหญ่ แต่ผู้นำรัฐบาลกลับไม่นำพาที่จะเอาใจใส่อย่างจริงจังกับปัญหาแรงงานเถื่อนที่มีการดำเนินการอย่างเป็น “กระบวนการ”

จนกลายมาเป็นการระบาดครั้งใหญ่เพียงแค่ข้ามคืนที่ตลาดกลางกุ้งทะเลไทย มหาชัย ศูนย์กลางแรงงานเมียนมาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมมีผู้ติดเชื้อเพียงวันเดียวทวีขึ้นไปมากกว่า 500 คน ต่อเนื่องมาถึงวันที่ 30 ธันวาคม มีผู้ติดเชื้อจากการระบาดระลอกสองไปแล้วมากกว่า 2,300 คน

ส่งผลให้การฟื้นตัวของประเทศหยุดชะงักลง และไม่แน่ว่าจะต้องกลับไปนำมาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศกลับมาใช้อีก จากข้อเท็จจริงที่ว่า ไวรัสโควิดนั้น “ไม่กระจอก” ท่ามกลางความไม่รู้จนกลายเป็นบทเรียนล้ำค่าซ้ำแล้วซ้ำอีกที่ประเทศไทยไม่รู้จักจำ