‘กรุงไทย’ รับโจทย์ใหม่รัฐบาล พัฒนา “โซเชียลคอมเมิร์ซ” เชื่อมชุมชน
ธนาคารกรุงไทยเตรียมเปิดตัวโครงการ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” นำร่องส่งสินค้า 20 ชุมชน วางขายบนมาร์เก็ตเพลซ รับโจทย์ใหม่รัฐบาลเป็นหัวหอกนำสินค้าคุณภาพจากชุมชนส่งตรงถึงมือผู้บริโภคไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ร่วมมือ “ไปรษณีย์ไทย-ปตท.-ธ.ก.ส.” สร้าง “คอนเทนต์-อีโคซิสเต็ม” หนุนสินค้าชุมชนทำกำไร ปักธงเริ่ม มี.ค.นี้
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารอยู่ระหว่างจัดทำโครงการ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” ที่จะช่วยเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับชุมชนที่มีศักยภาพตามนโยบายของรัฐบาล โดยตัดพ่อค้าคนกลางออกไป ซึ่งธนาคารจะสนับสนุนการนำสินค้าไปโปรโมตขายตามแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลซต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ทั้งนี้ เบื้องต้นจะนำร่องเปิดตัว 20 ชุมชน/ผลิตภัณฑ์ ภายในเดือน มี.ค. 2564 นี้
“เราจะไม่ทำมาร์เก็ตเพลซ โดยเราให้มุมมองกับรัฐบาลว่าวันนี้ถ้าดูมาร์เก็ตเพลซระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเถาเป่า ช้อปปี้ หรือลาซาด้า ก็ยังขาดทุนกันอยู่ ถ้าเราจะทำ จะต้องเอาเงินไปถมกี่ปี แถมอาจจะได้กลับมาเป็นแพลตฟอร์มร้าง ๆ กลายเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีคุณค่า ดังนั้น วันนี้โลกเปลี่ยนไป สิ่งที่เราจะทำคือ โซเชียลคอมเมิร์ซ เหมือนกับช่วงโควิด-19 ที่เราเห็นการขายของคนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในนั้นไม่มีการโกง หรือโกงน้อยมาก เพราะมีความไว้วางใจกัน ดังนั้น ไม่ว่าใครเอาของอะไรมาขาย ทุกคนจะจินตนาการก่อนเลยว่ามีคุณภาพ ราคาที่เหมาะสม” นายผยงกล่าว
ทั้งนี้ โครงการโซเชียลคอมเมิร์ซจะร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อาทิ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่รับผิดชอบเรื่องโลจิสติกส์ รวมถึงบริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยกันพัฒนาด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอนเทนต์ ทั้งการพูดถึงคุณภาพของสินค้า คุณสมบัติ องค์ประกอบ วิธีการผลิต สารอาหาร ฯลฯ และการทำให้สินค้าของชุมชนสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งการมีคอนเทนต์จะทำให้สามารถนำสินค้าไปวางจำหน่ายได้ทุกแพลตฟอร์ม
“วันนี้เรากำลังต่อจิ๊กซอว์ โดยสิ่งที่เรากำลังทำ คือ อยากให้คนของเรามีมาร์เก็ตเพลซในการวางสินค้า แต่การวางสินค้าในวันนี้ เราไม่ต้องไปสร้างมาร์เก็ตเพลซเอง แต่มาร์เก็ตเพลซมีอยู่แล้ว รัฐก็เข้าไปเช่าสักเชลฟ์หนึ่ง อย่างเช่น ของช้อปปี้ หรืออื่น ๆ เอาสินค้าไปวาง ซึ่งต้องมีคอนเทนต์เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้า ความสามารถในการผลิต และการทำให้คนบริโภคตระหนักรู้และเข้าใจ โดยเราจะค่อย ๆ ปั้นโมเดล ค่อย ๆ สร้างคุณค่าตรงให้กับชุมชน ยิงตรงถึงผู้บริโภค ไม่ต้องมาต่อยอด
จากพ่อค้าคนกลาง” นายผยงกล่าว
นายผยงกล่าวว่า เครือข่ายลูกค้าของธนาคารกรุงไทย มีทั้งประชาชนฐานรากที่มาจากการทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.6 ล้านคน โดยมีเครือข่ายร้านค้าที่อยู่ในระบบ จากนั้นก็เป็นเครือข่ายจากชิมช้อปใช้, เราเที่ยวด้วยกัน จนถึงคนละครึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกัน ผ่านแพลตฟอร์มของธนาคาร โดยยึดรัฐบาลเป็นตัวตั้ง
“ถ้าชาวนาส่วนหนึ่งมีสินค้าที่มีคุณภาพ แล้วสามารถขายตรงให้ผู้บริโภคได้ แต่สิ่งที่ขาดมีอยู่ 2-3 ส่วน คือ การผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ การขนส่ง และที่วางขาย โดยหากรัฐบาลมาดูแลเรื่องพื้นที่วางของขาย เมื่อนั้นประชากรฐานรากที่ทำมาหากิน จะเริ่มเข้าถึงทรัพยากร เข้าถึงการทำกำไร แต่วันนี้เขายังไม่เข้าถึง ยังโดนล็อกด้วยพ่อค้าคนกลาง ด้วยระบบอยู่” นายผยงกล่าว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวด้วยว่า การทำโครงการโซเชียลคอมเมิร์ซของธนาคารกรุงไทย ถือเป็นการต่อยอดการทำธุรกิจเพื่อสังคม (CSR) ที่ปกติแบงก์ก็ทำอยู่แล้วทุกปี แต่โครงการนี้เป็นการทำแบบมีเป้าประสงค์ชัดเจนมากขึ้น เพื่อใช้ทรัพยากรของแบงก์มาสนับสนุนลูกค้าส่วนใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับโจทย์ของพันธมิตรหลักของแบงก์ นั่นก็คือรัฐบาล