ค่าเงินบาท อ่อนค่าลงที่ 30.12 บาท วิเคราะห์แนวโน้มวันนี้ (11 ม.ค.)
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (11 ม.ค.) ที่ 30.12 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 30.07 บาท/ดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์ตลาดการเงินและวางแผนการลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (11 ม.ค.) ที่ 30.12 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 30.07 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวันที่ 30.00-30.20 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทรายสัปดาห์คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 29.90-30.30 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับในสัปดาห์นี้ (11-15 ม.ค.) เชื่อว่าตลาดจะจับตาไปที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐ แนวโน้มการผลิต และการแจกจ่ายยาต้านไวรัสเป็นหลัก
โดยในฝั่งการเมือง รัฐสภาสหรัฐมีโอกาสที่จะยื่นถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เร็วที่สุดในวันอังคาร (12 ม.ค.) อย่างไรก็ดี ต้องรอการประชุมของวุฒิสภาซึ่งตามกำหนดจะมีขึ้นหลังจากที่นายโจ ไบเดนเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดี
ส่วนด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ตลาดเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะตั้งงบเพิ่มเติมอีก 7.5 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มมองว่ารัฐบาลใหม่ของสหรัฐอาจมีการขึ้นภาษี เพื่อเป็นการปรับสมดุลเศรษฐกิจไปพร้อมกันหลังจากมีเสียงเพียงพอในทั้งสองสภา
ด้านตลาดเงิน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในช่วงสัปดาห์ก่อน เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังตัวหลังการเมืองสหรัฐกลับมาร้อนแรง ขณะที่การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ 10 ปีมาที่ระดับ 1.12% พร้อมกับตลาดหุ้นที่ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ก็เป็นสองปัจจัยบวกกับพื้นฐานของเงินดอลลาร์มากขึ้นด้วย ในสัปดาห์นี้จึงต้องจับตาทิศทางของตลาดทุนต่อ คาดว่าฝั่งสหรัฐยังมีความน่าสนใจกว่าทั่วโลกอยู่ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นเงินดอลลาร์ไม่อ่อนค่าลงเร็วในระยะสั้น
ทั้งนี้ กรอบดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) สัปดาห์นี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 89.6-90.6 จุด จากระดับปัจจุบันที่ 90.07จุด
ด้านเงินบาท ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่ากว่าสกุลเงินเอเชียเนื่องจากมีความกังวลเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจและการระบาดของโคโรนาไวรัสในประเทศ ขณะเดียวกันก็มีแรงขายบอนด์กดดันเพิ่มเติม แม้ช่วงหลังจะมีแรงซื้อหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติบ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้เงินบาทแข็งค่า
“เรามองว่าเกิดจากมุมมองของตลาดที่เชื่อว่าการลงทุนในฝั่งเอเชียไม่มีเรื่องที่น่าสนใจเท่าฝั่งสหรัฐ สัปดาห์นี้จึงแนะนำจับตาทิศทางของตลาดหุ้นเป็นหลัก คาดว่าจะเงินทุนเริ่มเคลื่อนกลับมาในฝั่งเอเชียก็ต่อเมื่อหุ้นสหรัฐพักฐานหรือตลาดกลับมาสนใจเรื่องการอ่อนค่าของดอลลาร์อีกครั้ง” ดร.จิติพลกล่าว