บรรจุอุดมการณ์ “สี จิ้นผิง” ลงในรัฐธรรมนูญพรรคคอมมิวนิสต์จีน
การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเกิดขึ้นทุกๆ 5 ปี โดยในปีนี้เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 60 ได้ลงคะแนนให้ “อุดมการณ์ของสี จิ้นผิง” ถูกบรรจุลงในรัฐธรรมนูญของพรรค
การเคลื่อนไหวล่าสุดของพรรคคคอมมิวนิสต์ในครั้งนี้ ส่งผลให้สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของจีน ก้าวขึ้นมีอำนาจในระดับเดียวกับอดีตผู้นำจีน “เหมา เจ๋อตุง”
บีบีซีรายงานว่า ตัวแทนกว่า 2,000 คนที่เข้าร่วมประชุมพรรค ได้ลงคะแนนอย่างถล่มทลายระบุให้อุดมการณ์ “สังคมนิยมกับสังคมจีนในยุคใหม่” ของสี จิ้นผิง ถูกบรรจุลงในรัฐธรรมนูญพรรค ทำให้ภายหลังจากนี้ หากมีการกระทำใดมุ่งเป้าโจมตีสี จะถือว่าเป็นการคุกคามต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วย

การบรรจุอุดมการณ์ของสีลงในรัฐธรรมนูญพรรคนั้น เป็นการบรรจุในระดับสูงสุดของอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน คือในระดับ “แนวคิด” (thought) ก่อนหน้านี้มีผู้นำหลายคนได้รับการระบุความคิดลงในรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่ไม่ใช่ในระดับเดียวกับสี ซึ่งการบรรจุแนวคิดระดับสูงสุดนี้ ทำให้สี จิ้นผิง กลายเป็นผู้นำที่ถือว่ายิ่งใหญ่เทียบเคียงกับ เหมา เจ๋อตุง และ เติ้ง เสี่ยวผิง (เติ้ง ได้รับการบรรจุชื่อภายหลังจากเสียชีวิตแล้ว)
อุดมการณ์ของสี จิ้นผิง มี 14 ประการ ที่สำคัญหลักๆ เช่น การปฏิรูปประเทศอย่างลึกซึ้ง, อำนาจของพรรคผ่านกองทัพประชาชน, ระบบการรวมประเทศเดียว ระหว่าง จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เป็นต้น ซึ่งนักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องเรียนบทเรียนเกี่ยวกับอุดมการณ์ของสีจิ้นผิงอีกด้วย

สี จิ้นผิง เป็นลูกชายของสหายร่วมอุดมการณ์ของเหมา เจ๋อตุง และเติ้ง เสี่ยวผิง เริ่มเรืองอำนาจขึ้นภายหลังเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศในปี 2012 ในช่วงแรกไม่มีใครรู้จักเขาในฐานะผู้นำระดับโลกนัก แต่จากการใช้นโยบาบปราบปรามผู้เห็นต่าง การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและทางการทหารอย่างแข็งกร้าว ทำให้เขาก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำโลกที่ไม่มีใครไม่รู้จัก
สี จิ้นผิง ได้ปราบปรามนักเคลื่อนไหว นักกิจกรรม หรือผู้ต่อต้านเขาอย่างเด็ดขาด โดยผู้ถูกจับกุม รวมไปถึงนักเคลื่อนไหวที่รณรงค์ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เช่น สิ่งแวดล้อม ทำให้หลายฝ่ายมองว่า นี่คือยุคที่จีนกลับมาปกครองประเทศด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง
“แคร์รี กาเซีย” บรรณาธิการบีบีซี จีน ให้ความเห็นว่า ยุคแห่งการปกครองของสี จิ้นผิง ถือเป็นยุคที่ 3 ของจีนสมัยใหม่ ยุคแรกคือยุคของเหมา เจ๋อตุง และยุคที่ 2 คือในสมัยเติ้ง เสี่ยวผิง
“ในยุคที่ 3 นี่เป็นยุคแห่งความเป็นหนึ่งเดียวและความร่ำรวย และยังเป็นยุคแห่งการสร้างระเบียบวินัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ” ตอนหนึ่งในความเห็นของแคร์รี กาเซีย ระบุ