เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วม กระทบผู้ประกอบการ 1,315 ราย ใน 40 จังหวัด เสียหายกว่า 22.79 ล้านบาท
Economic น้ำท่วม กระทบผู้ประกอบการ 1,315 ราย ใน 40 จังหวัด เสียหายกว่า 22.79 ล้านบาท
กบน. เคาะขึ้นราคาน้ำมัน 0.75 บาท รับตะวันออกกลางตึงเครียด มีผล 2 ต.ค. 69
Economic กบน. เคาะขึ้นราคาน้ำมัน 0.75 บาท รับตะวันออกกลางตึงเครียด มีผล 2 ต.ค. 69
เปิดใจ ‘ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ’ วันที่สวนสยามเผชิญน้ำท่วม เสียหาย 500 ล้าน จะกลับมาได้หรือไม่?
Business เปิดใจ ‘ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ’ วันที่สวนสยามเผชิญน้ำท่วม เสียหาย 500 ล้าน จะกลับมาได้หรือไม่?
เมืองไทยประกันชีวิต อุ้มลูกค้าน้ำท่วม ยืดจ่ายเบี้ย 60 วัน-ยกเว้นดอกเบี้ย
Finance เมืองไทยประกันชีวิต อุ้มลูกค้าน้ำท่วม ยืดจ่ายเบี้ย 60 วัน-ยกเว้นดอกเบี้ย
‘ศุภจี’ ชี้โครงการเดิมไปต่อยาก เดินหน้าโมเดลใหม่ผลไม้ไทย รับฤดูกาลปี 2570
Economic ‘ศุภจี’ ชี้โครงการเดิมไปต่อยาก เดินหน้าโมเดลใหม่ผลไม้ไทย รับฤดูกาลปี 2570
“ไชยชนก” ชี้คุมดาต้าเซ็นเตอร์ แบ่ง 5 ประเภท ยึดตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า-ซื้อจาก Direct PPA คิดเรตถูกกว่า
Economic “ไชยชนก” ชี้คุมดาต้าเซ็นเตอร์ แบ่ง 5 ประเภท ยึดตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า-ซื้อจาก Direct PPA คิดเรตถูกกว่า
เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. เปิดยื่น 2 ต.ค. 69 เช็กรายละเอียด-เพดานเงินช่วยเหลือใหม่
News เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. เปิดยื่น 2 ต.ค. 69 เช็กรายละเอียด-เพดานเงินช่วยเหลือใหม่
1 ตุลาคม “วันผู้สูงอายุสากล” กับจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก–ไทย เมื่อโลกแก่ลงเร็วกว่าที่คิด
News 1 ตุลาคม “วันผู้สูงอายุสากล” กับจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก–ไทย เมื่อโลกแก่ลงเร็วกว่าที่คิด
เปิดเงื่อนไขประกันภัยพิบัติ 30 ล้านหลัง คุ้มครองสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้าน
Finance เปิดเงื่อนไขประกันภัยพิบัติ 30 ล้านหลัง คุ้มครองสูงสุด 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้าน
มัลลิกา ไล่ ‘โรม’ พ้นประชุม หลังปัดถอนพาดพิงสามี สส.ชัยภูมิ เอี่ยวสแกมเมอร์
Politics มัลลิกา ไล่ ‘โรม’ พ้นประชุม หลังปัดถอนพาดพิงสามี สส.ชัยภูมิ เอี่ยวสแกมเมอร์
ดูทั้งหมด

เกษตรฯ ดันส่งออกโคเนื้อไปจีน 1.2 ล้านตัวต่อปี ปักหมุดบางสะพานศูนย์กักโรค

18 มิ.ย. 2569 | 18:35น.

กระทรวงเกษตรฯ จับมือเอกชนไทย-จีน เดินหน้าโปรเจกต์ส่งออกโคเนื้อมีชีวิตไปจีน ตั้งเป้ารวบรวมโคจากเกษตรกรไทยส่งออกทางเรือเดือนละ 100,000 ตัว หรือปีละ 1.2 ล้านตัว เตรียมปักหมุดท่าเรือบางสะพานตั้งศูนย์กักกันโรคขนาดใหญ่ รองรับมาตรฐานก่อนส่งออก หลังเจรจากับ GACC ลดข้อซักถามด้านสุขอนามัยจากกว่า 40 ข้อ เหลือ 4 ประเด็นหลัก ตั้งเป้าผลักดันส่งออกล็อตแรกภายใน 1 ปี

นายชัย วัชรงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการนำเข้าโคมีชีวิตจากประเทศไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และผู้แทนภาคเอกชนไทย-จีน ได้แก่ บริษัท เซิ่งซิ่งหลง ธุรกิจการเกษตร (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไห่ทง เทรดดิ้ง จำกัด ในเครือ China Merchants Group กลุ่มวิสาหกิจชั้นนำของจีน

การประชุมครั้งนี้มีนายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 123 เพื่อเดินหน้านโยบาย “เกษตรนำ นวัตกรรมเสริม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เป้าหมายสำคัญคือการเปิดตลาดส่งออกโคเนื้อมีชีวิตจากไทยไปยังจีน โดยตั้งเป้ารวบรวมโคเนื้อจากเกษตรกรไทยส่งออกทางเรือให้ได้เดือนละ 100,000 ตัว หรือปีละ 1.2 ล้านตัว พร้อมเตรียมแผนลงทุนสร้างโรงเชือดมาตรฐานสูงในประเทศไทยเพิ่มเติมในอนาคต

ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการเจรจาด้านสุขอนามัยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ GACC ซึ่งเดิมมีข้อซักถามมากกว่า 40 ข้อ และปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 4 ประเด็นหลัก

ขณะเดียวกัน เตรียมลงพื้นที่สำรวจท่าเรือบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อจัดตั้งศูนย์กักกันโรคขนาดใหญ่ หรือ Quarantine Station รองรับการตรวจคัดกรองโรคตามมาตรฐานสากลก่อนส่งออก

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมชุดเล็ก หรือ Working Group ประกอบด้วยกรมปศุสัตว์ ภาคเอกชน และสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่ติดตามเอกสารเชิงลึกและประสานงานกับฝ่ายจีนอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังเตรียมยกระดับการเจรจาสู่รูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือ G2G โดยเสนอให้ผู้แทนระดับสูงของไทยเดินทางไปเจรจาโดยตรงกับ GACC ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อแสดงความจริงใจและเร่งรัดขั้นตอนการอนุมัติทางนโยบายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน กรมปศุสัตว์จะเร่งสมัครขอรับรองสถานะเขตปลอดโรคแบบโซนนิ่ง หรือรายฟาร์ม กับองค์การสุขภาพสัตว์โลก หรือ WOAH เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้แก่ประเทศคู่ค้า

สำหรับโคเนื้อลูกผสมที่ตลาดจีนต้องการ จะเป็นโคที่มีน้ำหนัก 450 กิโลกรัมขึ้นไป โดยไทยจะเน้นเจาะตลาดเนื้อแช่เย็น หรือ Chilled Meat คุณภาพดี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และหลีกเลี่ยงการแข่งขันโดยตรงกับตลาดเนื้อแช่แข็ง

นายชัยกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความมุ่งมั่นในการผลักดันโครงการนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการสร้างรายได้ให้เกษตรกรฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาครัฐพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกด้าน

เมื่อเห็นความจริงจังของภาคเอกชนทั้งสองประเทศในการร่วมทุนครั้งนี้ จึงมั่นใจว่าโครงการจะสามารถขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการส่งออกโคเนื้อล็อตแรกของไทยไปยังประเทศจีนให้สำเร็จภายในกรอบเวลา 1 ปีนับจากนี้

โครงการดังกล่าวถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพลิกโฉมและยกระดับอุตสาหกรรมการเลี้ยงโคเนื้อของไทย จากการผลิตเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศ ไปสู่การสร้างห่วงโซ่การผลิตที่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งมีความต้องการนำเข้าเนื้อโคปริมาณสูง

ปัจจุบัน จีนมีการนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศปีละราว 2.7 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 675,000-810,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับการใช้โคมีชีวิตน้ำหนักตัว 500 กิโลกรัม มากถึงประมาณ 13.5 ล้านตัว โดยประมาณ 41% เป็นการนำเข้าเนื้อโคแช่แข็งจากบราซิล

ดังนั้น หากไทยสามารถผลักดันการส่งออกโคเนื้อมีชีวิตและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกักกันโรค มาตรฐานฟาร์ม และระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ตามเป้าหมาย จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย และสร้างฐานใหม่ให้สินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ชัย วัชรงค์ โคเนื้อ