ศพร.พระพิรุณลุยชายแดนอีสาน สกัดสินค้าเกษตรเถื่อน
“สรวุฒิ” นำทีม ศพร.พระพิรุณ ลงพื้นที่มุกดาหาร-นครพนม คุมเข้มชายแดนอีสาน สกัดลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย พืชต้องห้าม และสินค้าที่เสี่ยงนำศัตรูพืชเข้าประเทศ หลังด่านมุกดาหารปี 2569 ส่งออกสินค้าเกษตร 4,672.83 ล้านบาท นำเข้ากว่า 3,100 ล้านบาท เพิ่ม 77.5% ขณะที่กรมวิชาการเกษตรตรวจจับแล้ว 29 คดี ของกลางกว่า 69,127.5 กิโลกรัม
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ หรือ ศพร. พร้อมด้วยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตร และการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดนไทย-ลาว
การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเป็นการติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ภายใต้นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ผ่านการขับเคลื่อนของ ศพร. หลังพบว่าพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นจุดเสี่ยงต่อการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร พืชต้องห้าม และสินค้าที่อาจนำพาศัตรูพืชเข้าสู่ประเทศ
ประเด็นดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยงต่อเกษตรกรไทย ความมั่นคงทางอาหาร และความเชื่อมั่นของตลาดส่งออกสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะในช่วงที่การค้าชายแดนและการเชื่อมโยงโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้านมีบทบาทมากขึ้น
จากข้อมูลของด่านตรวจพืชมุกดาหาร พบว่า ปี 2569 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรผ่านด่านรวม 4,672.83 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้าสินค้าเกษตรมีมูลค่ากว่า 3,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.5% จากปีก่อนหน้า สะท้อนบทบาทของด่านมุกดาหารในฐานะประตูการค้าสำคัญที่เชื่อมโยงการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทย สปป.ลาว เวียดนาม และจีน ผ่านเส้นทางเศรษฐกิจ R9 และ R12
สินค้าส่งออกสำคัญผ่านด่านมุกดาหาร ได้แก่ ทุเรียน ไม้สับ หอมแดง ลำไย และมังคุด ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ มันเส้น มะม่วง ปลายข้าว แป้งมันสำปะหลัง และไม้ยูคาลิปตัสสับ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบการผลิตภายในประเทศ และรักษาความเป็นธรรมทางการค้า
นายสรวุฒิกล่าวว่า ศพร.จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์บัญชาการกลางในการบูรณาการข้อมูล การข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายด้านการเกษตร โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่กระทบต่อภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ
“ปัจจุบันรูปแบบการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน การพักสินค้าในพื้นที่ชายแดน การลักลอบเคลื่อนย้ายสินค้า รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรทางการเกษตร ศพร. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลและอำนวยการปฏิบัติการร่วม เพื่อปกป้องเกษตรกรไทยและรักษาความมั่นคงทางอาหารของประเทศ” นายสรวุฒิกล่าว
ด้านนายรพีภัทร์กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้ยกระดับความร่วมมือกับด่านศุลกากร หน่วยงานความมั่นคง ด่านกักกันสัตว์ ด่านประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย รวมถึงป้องกันการลักลอบส่งออกพืชสงวนและทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศ
ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา สามารถตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายได้รวม 29 คดี ของกลางรวมกว่า 69,127.5 กิโลกรัม โดยสินค้าสำคัญที่ตรวจพบ ได้แก่ มะม่วงและมะม่วงแก้วขมิ้น ข้าวสารไรซ์เบอร์รี่ กระเทียม อะโวคาโด และพริกไทย
สินค้าดังกล่าวเป็นกลุ่มสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตภายในประเทศ หากหลุดรอดจากการควบคุม โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านศัตรูพืช คุณภาพสินค้า และการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดมะม่วงแก้วขมิ้น 520 กิโลกรัม และอะโวคาโด 100 กิโลกรัม ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต สะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับการเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่ชายแดน
นายรพีภัทร์กล่าวว่า การคุมเข้มชายแดนมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืช ป้องกันการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรไทย หากสินค้าเกษตรผิดกฎหมายหลุดเข้าสู่ระบบตลาดภายในประเทศ
ทั้งนี้ ศพร.จะเป็นกลไกกลางในการบูรณาการข้อมูล การข่าว การสืบสวน และการปฏิบัติการร่วม เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่กระทบต่อภาคการเกษตรไทย ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกทางการค้า การคุ้มครองเกษตรกร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน
การเปิดปฏิบัติการคุมเข้มชายแดนอีสานในครั้งนี้จึงเป็นอีกมาตรการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการปิดช่องโหว่สินค้าเกษตรผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่เป็นทั้งประตูการค้าและจุดเสี่ยงของการลักลอบนำเข้าสินค้า เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยและความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรไทยในตลาดทั้งในและต่างประเทศ