เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช. ว่าได้มีการหารือคำสั่งต่างๆ โดยเฉพาะการดำเนินการเกี่ยวกับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่กำลังรอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ซึ่งกำลังพิจารณาในรัฐสภา แต่ในทางปฏิบัตินั้น ได้หารือกันว่าต้องหาวิธีการให้การทำงานเป็นไปโดยรวดเร็วขึ้น จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เข้ามาเกี่ยวในบางประเด็น เพื่อให้เกิดการทำงานคู่ขนานไปให้ เนื่องจากมีเวลาจำกัด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จะออกคำสั่งมาตรา 44 ให้สถาบันวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีย้ายมาอยู่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อบูรณาการให้ได้ทั้งระบบ แผนงาน ซึ่งเเต่ละกระทรวงมีอยู่เเล้ว
“จะจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการน้ำให้เข้ามาอยู่ในสำนักนายกฯด้วย เพื่อบริหารแผนงานทั้งวงจรทั้งระบบ เเบบเเผน ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบข้างล่างมีอยู่แล้ว อันนี้เป็นเรื่องของกระทรวงต้องเข้าไปดูเเล เเละในส่วนของข้อมูลสารสนเทศ ก็มีหลายหน่วยงานด้วยกัน ซึ่งสถาบันนี้จะเป็นผู้บูรณาการทั้งหมดเพื่อให้สร้างความรับรู้ ควบคุมการดูเเลการใช้จ่ายในภาพรวม”นายกรัฐมนตรีกล่าว