Skip to content

อาคม เตรียมปรับโครงสร้างภาษี เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้

21 ม.ค. 2564 | 19:00น.
อาคม เตรียมปรับโครงสร้างภาษี เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้

“อาคม” เผยเตรียมพร้อมปฏิรูประบบภาษี เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้อย่างยั่งยืน คาดใช้ปี 2565-2566 โดยจะผลักดันให้การจัดเก็บภาษีเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากที่สุด

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ในหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “การปรับโครงสร้างภาษี” ซึ่งนายอาคม ระบุว่า ปีนี้จะเตรียมความพร้อมปฏิรูประบบภาษี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ โดยจะผลักดันให้การจัดเก็บภาษีเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากที่สุด

นายอาคม กล่าวว่า เนื่องจากรายได้ของรัฐบาลมีแนวโน้มถดถอยลง โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ทำให้รายได้หายไปมาก ซึ่งผลกระทบจากระบาดระลอกใหม่ ก็จะกระทบผลประกอบการเอกชนปี 2564 ซึ่งจะมีผลกับภาษีในปี 2565 ด้วย ดังนั้น ในปีนี้จะเป็นปีแห่งการเตรียมความพร้อมที่จะปฏิรูประบบภาษี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ให้เกิดความยั่งยืน แต่การนำมาใช้อาจจะเป็นปี 2565 หรือปี 2566 เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เหมาะสม

“วันนี้เราเห็นตัวเลขจัดเก็บรายได้ถดถอย ขณะที่เศรษฐกิจโต แต่รายได้เก็บได้น้อยลง หมายความว่าประสิทธิภาพ หรือฐานภาษี ดังนั้น ต้องมาดูว่ามีการยกเว้น ลดหย่อนมากน้อยแค่ไหน โครงสร้างภาษีควรจะเป็นอย่างไร จะใช้เวลาปีนี้ทั้งปี คิดเรื่องโครงสร้างภาษี โครงสร้างรายได้เตรียมการไว้”

พร้อมกันนี้จะพยายามผลักดันให้การจัดเก็บภาษีเข้าสู่ระบบดิจิทัลให้มากที่สุด ขณะที่แผนการเก็บภาษีจากผู้ให้บริการดิจิทัล ต่างประเทศที่มีรายได้เกิดขึ้นในประเทศไทย เรื่องนี้อยู่ในแผนอยู่แล้ว รอกฎหมายลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนั้นจะมีเวลาอีก 6 เดือนในการเตรียมการ ซึ่งคาดว่าจะได้เม็ดเงินเข้ามาราว 5,000 ล้านบาท

ขณะที่โครงสร้างภาษีรถยนต์ก็ต้องออกแบบให้เอื้อกับการเกิดอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งจะต้องคำนึงถึงซัพพลายเชนในประเทศ เพื่อไม่ให้การผลิตเกิดการสะดุด ทั้งนี้ นโยบายเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศไปสู่พลังงานสะอาด และการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงเรื่องธุรกิจด้านสุขภาพ ที่ต้องมีการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนตามนโยบายดังกล่าว