เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

25 ต.ค. 2560 | 17:31น.

การถวายพระเพลิง เป็นขั้นตอนสำคัญในการพระราชพิธีพระบรมศพ เพื่อน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย สถานที่ในการประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระราชทานเพลิงพระศพในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เรียกว่า ทุ่งพระเมรุ ซึ่งทุ่งพระเมรุของกรุงรัตนโกสินทร์ก็คือท้องสนามหลวง ที่ใช้ประกอบการพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพ เริ่มมาตั้งแต่ครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ในปี พ.ศ. 2338 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ธรรมเนียมเผาหลอก-เผาจริง

ตามกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีการถวายพระเพลิง 2 รอบ คือเวลา 17.30 น. และ 22.00 น. ของวันที่

26 ตุลาคม ซึ่งในช่วงเย็นนั้นเรียกว่าเผาหลอก ส่วนในช่วง 4 ทุ่มเป็นการเผาจริง ซึ่งแต่เดิมการถวายพระเพลิงพระบรมศพ และการพระราชทานเพลิงพระศพเจ้านาย มีการเผาครั้งเดียวในช่วงบ่ายเช่นเดียวกับคนทั่วไป ส่วนธรรมเนียมการเผาหลอก-เผาจริง เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ซึ่งในขณะนั้นเรียกว่า เปิดเพลิง

นนทพร อยู่มั่งมี เคยยกพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) ที่ทรงบันทึกเกี่ยวกับที่มาและความแพร่หลายของพิธีนี้มาเขียนไว้ในหนังสือ “ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย” ตอนหนึ่งว่า

“แท้จริงเปนความคิดของพวกเจ้าพนักงานเผาศพหลวงในตอนปลาย ๆ รัชกาลที่ 5 เพื่อมิให้ผู้ที่ไปช่วยงานเผาศพเดือดร้อนรำคาญเพราะกลิ่นแห่งการเผาศพ ในเวลาที่ทำพิธีพระราชทานเพลิงจึ่งปิดก้นโกษฐ์หรือหีบไว้เสีย และคอยระวังถอนธูปเทียนออกเสียจากภายใต้เพื่อมิให้ไฟไหม้ขึ้นไปถึง ต่อตอนดึกเมื่อผู้คนที่ไปช่วยงานกลับกันหมดแล้วจึ่งเปิดไฟและทำการเผาศพจริง ๆ ในเวลาที่เผาจริง ๆ เช่นว่านี้ มักมีพวกเจ้าภาพอยู่ที่เมรุบ้าง จึ่งเกิดนึกเอาผ้าทอดให้พระสดัปกรณบ้างตามศรัทธา ดังนี้จึ่งเกิดเปนธรรมเนียมขึ้นว่า ผู้ที่มิใช่ญาติสนิธให้เผาในเวลาพระราชทานเพลิง ญาติสนิธเผาอีกครั้ง 1 เมื่อเปิดเพลิง กรมนเรศร์เปนผู้ที่ทำให้ธรรมเนียมนี้เฟื่องฟูขึ้น และเปนผู้ตั้งศัพท์ ‘เผาพิธี’ และ ‘เผาจริง’ ขึ้น เลยเกิดถือกันว่าผู้ที่เปนญาติและมิตร์จริงของผู้ตายถ้าไม่ได้เผาจริงเปนการเสียไป และการเผาศพจึ่งกลายเปนเผา 2 ครั้ง”

ทั้งนี้ งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) เป็นงานระดับพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ได้รับการถวายพระเพลิงตามธรรมเนียมนี้

ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

การเชิญพระบรมศพจากพระมหาปราสาทไปสู่พระเมรุมาศ เชิญพระบรมอัฐิจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุหรือลอยพระอังคาร ตามโบราณราชประเพณีจะเชิญไปด้วยขบวนพระราชอิสริยยศ เรียกว่า “ริ้วขบวน” ซึ่งในแต่ละริ้วขบวนมีคนหามและคนฉุดชักจำนวนมาก พร้อมด้วยเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ได้แก่ เครื่องสูง พระกลด บังสูรย์ พัดโบก บังแทรก พุ่มเงิน พุ่มทอง จามร พระอภิรุมชุมสาย แวดล้อมตามพระราชฐานันดรศักดิ์แห่งพระบรมศพ หรือ พระศพนั้น ๆ พรั่งพร้อมด้วยเครื่องประโคม เช่น สังข์แตร ปี่ กลองชนะ พร้อมสรรพด้วยโขลนพลโยธาแห่นำตามแซง เสด็จ ทั้งคู่แห่ คู่เคียง เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเข้าขบวนและเคลื่อนขบวนไปอย่างมีระเบียบและสง่างาม

การจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มี 6 ริ้วขบวน กำลังพลจำนวน 5,613 นาย ดังนี้

วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 07.00 น.

ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระบรมโกศโดยพระยานมาศสามลำคานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เส้นทางจากประตูเทวาภิรมย์-ถนนมหาราช-ถนนท้ายวัง-ถนนสนามไชย ระยะทาง 817 เมตร ใช้เวลา 30 นาที เดินตามจังหวะเสียงกลอง โดยการเดินปกติ จัดกำลังพล จำนวน 965 นาย

ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระบรมโกศโดยพระมหาพิชัยราชรถจากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามไปยังพระเมรมุาศ เส้นทางจากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม-ถนนสนามไชย-ถนนราชดำเนินใน-ถนนเส้นกลางสนามหลวง ระยะทาง 890 เมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เดินแบบเปลี่ยนเท้าประกอบเพลงพญาโศก จัดกำลังพลจำนวน 2,406 นาย

ริ้วขบวนที่ 3 เชิญพระบรมโกศโดยราชรถปืนใหญ่เวียนรอบพระเมรุมาศ โดยอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) 3 รอบ แล้วเชิญพระบรมโกศประดิษฐานบนพระเมรุมาศ ระยะทาง 260 เมตร ต่อรอบ ใช้เวลา 30 นาที เดินตามจังหวะเสียงกลอง โดยการเดินปกติ จัดกำลังพลจำนวน 781 นาย

วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 08.00 น.

ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานและเชิญพระบรมราชสรีรางคาร โดยพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เส้นทางจากถนนกลางสนามหลวง-ถนนราชดำเนินใน-ถนนหน้าพระลาน-เข้าประตูวิเศษไชยศรีพระบรมมหาราชวัง ระยะทาง 1,074 เมตร ใช้เวลา 30 นาที เดินตามจังหวะเสียงกลอง โดยการเดินปกติ จัดกำลังพลจำนวน 834 นาย

วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 10.30 น. และเวลา 17.30 น. ตามลำดับ

ริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขึ้นประดิษฐานที่พระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เส้นทางจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท-พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ระยะทาง 63 เมตร ใช้เวลา 10 นาที เดินตามจังหวะเสียงกลอง โดยการเดินปกติ จัดกำลังพลจำนวน 550 นายริ้วขบวนที่ 6 เชิญพระบรมราชสรีรางคารจาก

พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง เส้นทางจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม- ประตูวิเศษไชยศรี-ถนนหน้าพระลาน-ถนนสนามไชย- วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม-ถนนอัษฎางค์-ถนนสนามไชย-ถนนราชดำเนินกลาง-ถนนพระสุเมรุ-วัดบวรนิเวศวิหาร จัดขบวนม้าจำนวน 77 ม้า