เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
Real Estate สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
ธอส. เตรียมวงเงิน 2 หมื่นล้าน จัดโปรสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม
Finance ธอส. เตรียมวงเงิน 2 หมื่นล้าน จัดโปรสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม
มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
การศึกษา มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
“7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์
Business “7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์
FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี
Finance FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี
พาณิชย์ เปิดปฏิบัติการล้างนอมินีที่ดิน-คอนโด สแกนนิติบุคคล 1.25 แสนราย ถือครอง 4.5 ล้านไร่
Economic พาณิชย์ เปิดปฏิบัติการล้างนอมินีที่ดิน-คอนโด สแกนนิติบุคคล 1.25 แสนราย ถือครอง 4.5 ล้านไร่
Shopee เปิดตัว ‘Telepharmacy’ ยกระดับบริการส่งด่วน เชื่อมผู้บริโภค-ร้านขายยา
Tech Shopee เปิดตัว ‘Telepharmacy’ ยกระดับบริการส่งด่วน เชื่อมผู้บริโภค-ร้านขายยา
แซนดรา บูลล็อค-นิโคล คิดแมน คัมแบ็ก ‘Practical Magic 2’ ในรอบ 25 ปี
Biz Movement แซนดรา บูลล็อค-นิโคล คิดแมน คัมแบ็ก ‘Practical Magic 2’ ในรอบ 25 ปี
ทองยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นสิ้นปีถึง 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยแตะ 77,000 บาท
Finance ทองยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นสิ้นปีถึง 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยแตะ 77,000 บาท
ดูทั้งหมด

จับตา ‘เงินทุน’ ไหลกลับสหรัฐ อิทธิฤทธิ์แผนกระตุ้น ศก. ‘ไบเดน’

24 ม.ค. 2564 | 08:28น.
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

ก่อนหน้าที่จะทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมทั้งก่อนที่ “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ จะเปิดเผยรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่เพื่อต่อสู้กับวิกฤตไวรัสโควิด-19 ซึ่งเรียกว่า American Rescue Plan นักลงทุนส่วนใหญ่ต่างมีมุมมองเชิงบวกต่อประเทศในเอเชียและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มากกว่าสหรัฐ เนื่องจากเอเชียสามารถควบคุมไวรัสได้ดีกว่า มีโอกาสฟื้นตัวเร็วกว่าสหรัฐที่สถานการณ์แย่ลงทุกขณะ ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม หลังจาก โจ ไบเดน เผยรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาด้วยวงเงินมากกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์ประเมิน ก็ทำให้นักวิเคราะห์ เช่น เจมส์ ซัลลิแวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ของ เจพี มอร์แกน เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้แนวโน้มการไหลของเงินลงทุนเปลี่ยนทิศทางจากที่เคยไหลเข้าตลาดเอเชียอย่างต่อเนื่อง ก็อาจไหลกลับสหรัฐ ทั้งนี้ ซัลลิแวนระบุว่า ที่ผ่านมาเขาเห็นเงินทุนไหลเข้าเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ถึง 18 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน แต่หลังจากนี้สถานการณ์น่าจะกลับกัน

ซัลลิแวนระบุว่า บนสมมุติฐานเดิมด้วยวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพียง 9 แสนล้านดอลลาร์ บริษัทประเมินว่าจะกดให้จีดีพีสหรัฐต่ำลงประมาณ 0.7 ถึง 2% แต่ในเมื่อแผนกระตุ้นของไบเดนเพิ่มวงเงินไปอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่าที่ตลาดคาดถึง 2 เท่า ถือว่าสร้างความประหลาดใจเชิงบวกให้กับตลาด รวมทั้งต่ออัตราเติบโตเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐด้วย การเปลี่ยนทิศทางการไหลของเงินทุนเช่นนี้ น่าจะส่งผลกระทบต่อจีนเป็นอันดับแรกในฐานะประเทศที่มีผลงานโดดเด่นด้านเศรษฐกิจและการควบคุมไวรัสในปีที่แล้ว

สำหรับประเทศจีน ซึ่งปีที่แล้วมีผลงานเศรษฐกิจโดดเด่นกว่าประเทศอื่น ๆ ขณะที่ทั่วโลกต้องสาละวนอยู่กับการรับมือไวรัส ตามรายงานของแมคควอรีระบุว่า ปีที่แล้วเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เข้าไปยังจีน นับถึงเดือน พ.ย. อยู่ที่ 1.2947 แสนล้านดอลลาร์ มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำให้มีแนวโน้มที่เอฟดีไอที่เข้าไปยังจีนจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

รายละเอียดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับ “โจ ไบเดน” ที่เปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 14 ม.ค. หรือก่อนหน้าพิธีสาบานตน 6 วัน โดยภาพรวมแล้วเป็นการเพิ่มวงเงินความช่วยเหลือในมาตรการเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งขยายขอบเขตการช่วยเหลือ อย่างเช่น จะส่งเงินช่วยเหลือโดยตรงให้กับชาวอเมริกันที่มีสิทธิอีกหัวละ 1,400 ดอลลาร์ เพิ่มเติมจาก 600 ดอลลาร์ที่ได้รับอนุมัติจากคองเกรสก่อนหน้านี้ รวมแล้วชาวอเมริกันจะได้รับ 2,000 ดอลลาร์ต่อหัว ในส่วนของผู้ตกงานรัฐบาลกลางจะเพิ่มเงินช่วยเหลือจากสัปดาห์ละ 300 ดอลลาร์ เป็น 400 ดอลลาร์ และเพิ่มวงเงินช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก เป็นต้น

การที่ไบเดนกล้าผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนในครั้งนี้ เป็นผลมาจากที่เดโมแครตสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งสองสภา

ส่วน “เจเน็ต เยลเลน” ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ และอดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีรายงานว่าในถ้อยแถลงที่เธอเตรียมกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการเงินวุฒิสภาก่อนการอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งนั้น จะเรียกร้องให้สมาชิกสภาต้อง “ลงมือทำอย่างใหญ่โต” เพื่อช่วยชาวอเมริกันให้สามารถทนต่อผลกระทบจากไวรัสในช่วงเดือนท้าย ๆ ของการระบาดได้

อีกทั้งเพื่อช่วยให้คนงานอเมริกันสามารถแข่งขันได้ โดยเธอระบุว่าทั้งประธานาธิบดีไบเดนและเธอ ไม่มีใครเสนอมาตรการบรรเทานี้โดยปราศจากการคำนึงว่ามันจะสร้างภาระหนี้ให้กับประเทศ แต่ตอนนี้ในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ สิ่งฉลาดที่สุดที่เราสามารถทำก็คือการ “ลงมือทำอย่างใหญ่โต” โดยเชื่อว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหรือได้รับจะมากกว่าต้นทุนที่ลงทุนไปมากมาย

ทั้งนี้ เยลเลนได้รับการสนับสนุนจากอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหลายคน ที่ถึงกับส่งจดหมายถึงวุฒิสภา ให้รีบรับรองเยลเลนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อที่เธอจะได้รีบจัดการปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในขณะนี้ ขณะเดียวกัน คาดว่าเยลเลนจะแสดงจุดยืนของกระทรวงเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์ด้วย หลังจากอดีตประธานาธิบดีทรัมป์มักเรียกร้องบ่อย ๆ ให้ “ดอลลาร์อ่อนค่า” เพื่อประโยชน์ด้านส่งออก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐอเมริกา โจ ไบเดน