UN เตือนกองทัพเมียนมา มี “บทลงโทษรุนแรง” หากทำร้ายผู้ประท้วง
“คริสตีน ชราเนอร์ เบอร์เกอเนอร์” ทูตพิเศษแห่งสหประชาชาติได้ เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาเคารพสิทธิของประชาชนในการประท้วง และเตือนว่าทั่วโลกยังคงจับตามองสิ่งที่กองทัพทำอยู่
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน ทูตพิเศษแห่งสหประชาชาติได้ติดต่อกับกองทัพเมียนมา เพื่อเตือนว่าจะมี “บทลงโทษที่รุนแรง” หากยังคงใช้ความรุนแรง ในการโต้ตอบผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหารภายในประเทศ
โฆษกยูเอ็น ระบุว่า “คริสตีน ชราเนอร์ เบอร์เกอเนอร์” ทูตพิเศษแห่งสหประชาชาติ ได้พูดคุยกับผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพเมียนมา โดยมีการเรียกร้องให้กองทัพเคารพสิทธิของประชาชนในการประท้วง รวมทั้งเน้นย้ำว่าทั้งโลกกำลังจับตามองสิ่งที่กองทัพทำ และพร้อมจะมี “บทลงโทษรุนแรง” หากยังคงตอบโต้อย่างรุนแรงต่อผู้ประท้วงต่อไป
ทั้งนี้ แหล่งข่าวรายงานว่ากองทัพเมียนมาได้ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม และมีการจับกุมผู้ประท้วง พร้อมกับมีการใช้กระสุนยางและกระสุนจริงยิงใส่ผู้ประท้วงด้วย
นอกจากนี้ เมียนมายังได้ตัดสัญญาณอินเทอร์เนตช่วงกลางคืนที่ผ่านมาอีกครั้ง โดยกลับมามีสัญญาณใช้งานเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ถึงแม้จะมีรถถัง และกำลังพลทหารที่เพิ่มมากขึ้น ปรากฏตามจุดต่าง ๆ ของประเทศ ผู้ประท้วงหลายพันยังคงเดินหน้าชุมนุม เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร และเรียกร้องการปล่อยตัวของ “อองซาน ซูจี” อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ และประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) รวมถึงสมาชิกภายในพรรคเอ็น แอล ดี นักกิจกรรมทางการเมือง ผู้ประท้วง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถูกคุมตัวไปตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม “โซ วิน” ผู้บัญชาการทหารระดับสองของกองทัพเมียนมา ระบุว่ากำลังวางแผนเพื่อแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ที่แท้จริง ซึ่งกำลังเกิดขึ้นภายในประเทศเมียนมา
“พล.อ.มิน อ่อง ลาย” ผู้บัญชาการกองทัพเมียนมา กล่าวว่าต้องรัฐประหารประเทศ เนื่องจากทางคณะกรรมการตรวจสอบการเลือกตั้งล้มเหลวในการตรวจสอบความผิดปกติในผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง และทางพรรคการเมืองไม่ได้หาเสียงอย่าง “ยุติธรรม” ซึ่งผลการเลือกตั้งจากครั้งนั้น “อองซาน ซูจี” รวมทั้งสมาชิกพรรคชนะขาดลอย
