Skip to content

สธ. เปิดไทม์ไลน์ “หมอไทย” รายแรกเสียชีวิตจากโควิด

18 ก.พ. 2564 | 18:17น.
สธ. เปิดไทม์ไลน์ “หมอไทย” รายแรกเสียชีวิตจากโควิด

กระทรวงสาธารณสุข แถลงกรณีหมอไทยรายแรกเสียชีวิตจากโควิด เกิดจากการทำงานตรวจผู้ป่วย คาดเชื้ออาจหลุดรอดเข้าร่องหน้ากาก หลังติดเชื้อเข้ารับการรักษาทันที แต่ระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือดล้มเหลว และมีภาวะแทรกซ้อน ทั้งปอดอักเสบ-ตับอักเสบ-โรคไต-ระบบหัวใจเต้นผิดจังหวะ-ติดเชื้อในกระแสเลือด

จากกรณีบุคลากรทางการแพทย์ไทยรายแรกเสียชีวิต คือ “นายแพทย์ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์” ผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 18 ของการระบาดระลอกใหม่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งติดเชื้อจากตรวจผู้ป่วยโควิด-19 คลัสเตอร์กลุ่มงานเลี้ยงสังสรรค์โต๊ะแชร์

นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์
นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์

ล่าสุดวันนี้ (18 ก.พ.2564) ที่กระทรวงสาธารณสุข แถลงการณ์กรณีดังกล่าว โดยนายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่านายแพทย์ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ เป็นแพทย์มหาสารคามอายุ อายุ 66 ปี เกษียณอายุแล้ว มีโรคประจำตัวคือมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 9,964 ของประเทศไทย และเป็นบุคลากรทงการแพทย์รายแรกของไทยที่เสียชีวิต และเป็นรายที่ 82 ของไทย

ทั้งนี้ในการแพร่ระบาดระลอกใหม่ (นับตั้งแต่ 15 ธันวาคม 63 -18 กุมภาพันธ์ 64) พบบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อทั้งหมด 36 เป็นแพทย์ 4 ราย, ทันตแพทย์ 1 ราย, พยาบาล 9 ราย, ผู้ช่วยพยาบาล 1 ราย, เภสัชกร 3 ราย, นักเทคนิคการแพทย์ 1 ราย, นักเทคนิครังสี 2 ราย,นักกายภาพบำบัด 1ราย, นักศึกษาแพทย์ 1ราย, เจ้าหน้าที่ back office โรงพยาบาล 4 ราย,พนักงานเวรเปล 1 ราย เจ้าหน้าธุรการอื่น ๆ 8 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์

ด้านนายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายแพทย์ปัญญาอายุ 66 ปี ทำงานด้านอายุรแพทย์ที่โรงพยาบาลมหาสารคาม เมื่อเกษียณอายุราชการก็ได้ทำการรักษาผู้ป่วยทั้งในคลินิกและโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยไตเทียมตลอด และเป็นโรคมะเร็งที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง มีภาวะน้ำตาลสูง มีไขมันในเลือดสูง ถุงลมในปอดโปร่งพอง

ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นโรคเรื้อรัง แต่เมื่ออยู่ในคลินิกได้ทำการตรวจรักษาผู้ป่วย 3 รายที่เกิดจากคลัสเตอร์กลุ่มงานเลี้ยงสังสรรค์โต๊ะแชร์ ไม่มีใครทราบว่าเป็นผู้ป่วยระลอกใหม่ในมหาสารคาม ซึ่งทั้ง 3 ได้รับการวินิจฉัยภายหลังว่าเป็นโควิดแล้ว

เมื่อนายแพทย์ปัญญาทราบ จึงไปทำการตรวจเชื้อครั้งแรกยังไม่พบเชื้อ แต่พบจากการตรวจครั้งที่ 2 จึงเข้ารับการรักษาตามอาการที่โรงพยาบาลมหาสารคาม ทั้งยังได้รับยาฆ่าชื้อไวรัสด้วย เมื่อดูอาการครั้งแรกเหมือนดีขึ้น แต่หลังจากนั้นเริ่มมีอาการเพิ่มขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็นไข้ ปอดอักเสบ ตับ ไตอักเสบ มีการฟอกเลือดจากอาการไตวายด้วย จนวันที่ 7 ของการรักษาเริ่มมีอาการหายใจเหนื่อย แพทย์รักษาด้วยการใส่เครื่องช่วยหายใจ และจำเป็นต้องส่งต่อรักษาแก่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น

“ผลจากนั้นปรากฏว่าทั้งปอด ไต ตับ การทำงานเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ จนถึง 16 ก.พ.ตรวจพบว่าติดเชื้อในกระแสเลือดจากเชื้อรา บ่งบอกว่าผู้ป่วยมีภูมิต้านทานไม่ดี ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ระบบของปอดทำงานแย่ลงเรื่อยๆ ระบบหัวใจเต้นผิดจังหวะ ล้มเหลว สุดท้ายเสียชีวิตเวลา 01.19 น. ซึ่งทีมคณะแพทย์ที่ดูแลรักษาลงความเห็นว่า การเสียชีวิตของ นายแพทย์ปัญญา นั้นเกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 และมีภาวะแทรกซ้อน คือระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือดล้มเหลว”

“กรณีนี้อยากให้เป็นบทเรียนของแพทย์และประชาชน จากข้อมูลที่ได้รับจากครอบครัวของนายแพทย์ปัญญา บอกว่าทุกวันจะใส่หน้ากากและ face shield ให้บริการผู้ป่วย แต่การรักษาของคนไข้ทั้ง 3 ในวันนั้นผู้ป่วยรายหนึ่งมีอาการไม่สบาย แต่ยังไม่ทราบว่าป่วยโควิด และเป็นการรักษาที่ใช้เวลานานทั้งอ้าปากตรวจคออักเสบ มีการส่งเสียงร้องดูการเคลื่อนไหวของลิ้นไก่ในลำคอ และให้ผู้ป่วยหายใจแรงๆ เพื่อดูการขยับของปอด ดูว่ามีการอักเสบหรือไม่ เป็นสาเหตุทำให้โดนละอองฝอยผู้ป่วย ซึ่งคาดเชื้ออาจหลุดรอดเข้าร่องหน้ากากจึงติดเชื้อ”

ดังนั้นบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานต้องระวังคือ ต้องมีเครื่องป้องกันอย่างดีทั้งชุด หน้ากาก face shield ใส่ถุงมือ ใช้เสร็จแล้วล้าง ถอดออก ไปกำจัดถูกวิธี ส่วนประชาชน อยากให้สนใจสุขภาพตนเอง คนมีโรคประจำตัวต่างๆ มีความเสี่ยง ภูมิต้านทานลดน้อยลงกว่าคนปกติต้องระมัดระวังการไปสถานที่ต่างๆ หากจำเป็นไปโรงพยาบาลต้องบอกประวัติตรงๆ เพื่อการวินิจฉัยง่ายขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สธ. โควิด-19