สธ.เปิดแผนบริหารจัดการวัคซีนโควิด พร้อมฉีด มี.ค.นี้
กระทรวงสาธารณสุข เปิดแผนบริหารจัดการวัคซีนโควิด19 การกระจายขนส่ง-ความพร้อมสถานพยาบาล-การจัดฉีดประชาชน เดือนมีนาคมนี้ ชี้กรณีต่างชาติฉีดครบ 2 เข็ม เข้าประเทศยังต้องกักตัว 14 วัน เหตุยังไม่มีข้อแนะนำใหม่จากองค์การอนามัยโลกออกมา
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าวัคซีนซิโนแวคที่ส่งมายังประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการนำไปตรวจสอบที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดไม่เกิน 1-2 วันนี้จะเสร็จสิ้นตามกระบวนการที่กำหนด

สำหรับแผนการสนับสนุนวัคซีนและขนส่งนั้น วัคซีนจะต้องอยู่ในอุณหภูมิ 2-8 องศา โดยระยะแรก ช่วง ก.พ.-พ.ค.64 ซิโนแวค 2 ล้านโดส ใช้ระบบขนส่งวัคซีนโดยองค์การเภสัชกรรม (GPO) และบริษัท DKSH ร่วมมือจัดส่งวัคซีนไปยังจังหวัดเป้าหมายระยะแรก
ส่วนระยะ 2 ช่วง มิ.ย.-ธ.ค.64 วัคซีนแสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทย 61 ล้านโดส ทางกรมควบคุมโรคจัดจ้างองค์การเภสัชฯ ในการขนส่งโดยสามารถจัดส่งวัคซีนให้โรงพยาบาลทั่วประเทศได้วันละ 400,000 โดส
ทั้งนี้ เมื่อส่งไปแล้วแต่ละพื้นที่ต้องมีตู้เย็น ปัจจุบันทุกโรงพยาบาลมีตู้เก็บวัคซีนอยู่แล้ว แต่วัคซีนมีปริมาณมาก สธ.จึงจัดงบสนับสนุนจำนวนหนึ่งไปให้แต่ละจังหวัดได้ซื้อตู้เย็นเพิ่มจังหวัดละ 2 ตู้ (เก็บได้ประมาณ 100,000 โดสต่อตู้) รวมถึงอุปกรณ์ เช่น เข็มฉีดยา กระบอกฉีดยาและกระติกขนาดใหญ่ สำหรับใส่วัคซีนพร้อมเครื่องวัดอุณหูมิให้พื้นที่เป้าหมายก่อนช่วงให้บริการ 1-2 สัปดาห์
ล่าสุดวันนี้มีการส่งเข็มฉีดยากระบอกฉีดยาให้กับจังหวัดระยะแรกไปแล้ว รอวัคซีนถ้าผ่านทดสอบแล้วจะมีการดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม การจัดกระจายวัคซีน มีระบบติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนมั่นใจในศักยภาพของสาธารณสุข
การจัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับโรงพยาบาล
มีการจัดทำแผนการบริหารจัดการวัคซีนของจังหวัด นำรายชื่อกลุ่มที่จะได้รับการฉีดวัคซีนเข้าในระบบ ตามแต่ละช่วงที่ได้จัดสรร ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเสี่ยงลงทะเบียน เลือกวัน เวลา การฉีด โดยผ่านไลน์ “หมอพร้อม”
จัดให้มีจุดลงทะเบียนล่วงหน้าในสถานบริการหรือรับการลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์และรับการลงทะเบียนกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่อยู่ในรายชื่อ จัดสถานที่และระบบ ขั้นตอนการฉีดวัคซีนตามที่กำหนด 8 ขั้นตอน และวางแผนประสานงาน การติดตามผลข้างเคียง หลังการฉีดวัคซีน ผ่านไลน์ หมอพร้อม หรือ อสม. หรือทางโทรศัพท์
การจัดการฉีดวัคซีน “โควิด-19” สำหรับประชาชน
ช่วงแรกน่าจะราวมีนาคม โรงพยาบาลจะติดต่อประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการฉีดวัคซีนก่อนซึ่ง “ซิโนแวค” ใช้ฉีดในกลุ่มอายุ 18-59 ปี “แอสตร้าเซนเนก้า” ฉีดในผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปเป็นหลัก โดยการฉีดในสถานพยาบาลจะออกแบบให้มีการฉีดคนละวัน โดยคนที่รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ฉีดวันเสาร์-อาทิตย์ และของซิโนแวคฉีดวันจันทร์-ศุกร์ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพราะกลุ่มเป้าหมายคนละกลุ่ม
และช่วงหลังจึงจะบริหารจัดการผ่านไลน์หมอพร้อม จะมีการแสดงรายชื่อกลุ่มที่จะได้รับวัคซีน ในส่วนของคนที่อยู่ในจังหวัดที่ได้รับการจัดสรรช่วงแรก ถ้าพบว่าตนเองจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับแต่ไม่มีรายชื่อให้ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านและขอลงทะเบียน นัดหมายวันเวลาการฉีด
หลังจากฉีดจะมีการสอบถามผลข้างเคียงที่ 7-28 วัน และนัดฉีดเข็มต่อไป ซึ่งวัคซีนของซิโนแวคจะนัดฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 21 วัน หากติดธุระสามารถยืดยุ่นได้ไม่เกิน 2-3 วัน วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าฉีดห่างจากเข็มแรก 10-12 สัปดาห์ จากนั้นไลน์หมอพร้อมจะส่งข้อความเตือนเมื่อถึงวันนัดฉีดเข็มที่ 2 ด้วย
ส่วนแผนการรับวัคซีนในระยะต่อไปหลังเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2564 ที่จะมีการทยอยฉีดในคนไทยกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นอีกราว 61 ล้านโดส ให้ครอบคลุมตามทฤษฎีก็คือ 60% ของประชากรทั้งหมด ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งการเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรก สำหรับบุคคลทั่วไป อาจจะเริ่มได้ในเดือนตุลาคม ซึ่งจะได้ช้าได้เร็ว ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคน
ทั้งนี้ช่วงหลังระบบหมอพร้อมจะมีความสมบูรณ์มากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าไปลงทะเบียนเลือกวัน เวลา สถานที่ที่จะฉีดวัคซีนได้ รวมถึงการรายงานผลข้างเคียง และการแจ้งเตือนการรับวัคซีนเข็มที่ 2 ก็จะขึ้นในระบบส่วนคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะใช้กลไกของ อสม.ในการแจ้งข่าวสารต่างๆ ไปยังคนในพื้นที่
ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส เข้าประเทศยังต้องกักตัว 14 วัน

เมื่อถามว่ากรณีต่างชาติถ้าได้รับวัคซีน 2 โดสเรียบร้อยแล้วเดินทางเข้ามายังประเทศไทยยังจำเป็นต้องกักตัว 14 วันหรือไม่ นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีข้อแนะนำจากองค์การอนามัยโลกออกมา ก็ยังต้องปฏิบัติแบบเดิมอยู่ คือคนที่เดินทางเข้ามาต้องกักตัวตามปกติ
แต่ถ้ามีข้อมูลทางวิชาการชัดเจนว่าเมื่อได้รับวัคซีนแล้วป้องกันการติดเชื้อได้สูง มีตัวเลขชัดเจน รวมถึงประเทศต้นทางปลายทาง มีความเห็นตรงกัน มีแนวปฏิบัติชัดเจน มีข้อแนะนำระดับนานาชาติก็อาจจะนำมาพิจารณาในลำดับต่อไป อาจจะลดระยะเวลาการกักตัวในช่วงแรก แต่ถ้าเกิดผลชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าวัคซีนได้ผลมาก การกักตัวก็ยิ่งสั้นลง หรือพิจารณาไปถึงขั้นไม่ต้องกักตัวก็มีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น