เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ไตรมาส 1 เศรษฐกิจสหรัฐโต 10% ฟื้นรูปตัว V ตลอดครึ่งปีแรก

06 มี.ค. 2564 | 16:05น.
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

ในฐานะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก และถูกโควิด-19 โจมตีหนักที่สุด สายตาประเทศอื่น ๆ ที่เหลือจับจ้องไปยังสหรัฐรอวันให้แก้ปัญหาโควิด-19 ได้โดยเร็ว เพื่อเศรษฐกิจจะได้ฟื้นตัวไว ซึ่งจะส่งอานิสงส์ไปทั่วโลกด้วย ขณะนี้พัฒนาการต่าง ๆ ดูเหมือนจะคืบหน้าไปในทิศทางที่ทำให้นักลงทุนหรือใครต่อใครดีใจและมีความหวังอย่างมาก เมื่อวัคซีนและงบฯกระตุ้นมหาศาลของสหรัฐ เริ่มออกฤทธิ์ต่อเศรษฐกิจ

ความดีใจเป็นพิเศษของนักลงทุน เกิดขึ้นเมื่อเครื่องมือติดตามการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา ที่เรียกว่า GDP now เพื่อนำมาประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจ บ่งชี้ว่า จีดีพีไตรมาสแรกปีนี้ของสหรัฐน่าจะเติบโต 10% อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การประเมินจีดีพีอย่างเป็นทางการ เพราะเป็นการใช้ข้อมูลเศรษฐกิจ ณ เวลาปัจจุบันมาคำนวณ โดยยังไม่ได้รวมปัจจัยอื่น ๆ เช่น ผลกระทบจากโควิด-19 การเคลื่อนย้ายทางสังคม หรือแม้กระทั่งข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของเฟดแอตแลนตา มาพร้อมกับข่าวดีอื่น ๆ อาทิ ข้อมูลภาคการผลิตซึ่งรายงานออกมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเติบโตสูงสุดนับจากเดือนสิงหาคม 2018 ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 10% ในเดือนมกราคม อันเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลสหรัฐจ่ายเงินโดยตรงให้กับชาวอเมริกันคนละ 600 ดอลลาร์ และความมั่งคั่งครัวเรือนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ประกอบกับเงินออมของสหรัฐมีอยู่เกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไม่เพียงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี

ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ช่วยยืนยันการประเมินของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ที่ว่าจีดีพีสหรัฐไตรมาสแรกปีนี้ จะดีกว่าที่เคยประเมินไว้อย่างมาก จากเดิมที่คิดว่าน่าจะขยายตัวเพียงหลักเดียว และจะไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาในระดับที่สามารถชดเชยความสูญเสียที่เกิดจากโควิด-19 จนกว่าจะเข้าสู่ไตรมาส 2 หรือ 3 ของปีนี้เป็นอย่างน้อย

ก่อนหน้านี้ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ก็ได้ออกมาระบุเช่นเดียวกันว่า ด้วยมาตรการทางการคลังที่แข็งแกร่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของวัคซีน เป็นไปได้ที่จีดีพีสหรัฐปีนี้จะเติบโตมากที่สุดในรอบหลายสิบปี

“เอ็ด ยาร์เดนิ” แห่งบริษัทวิจัยยาร์เดนิ ระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในแง่ของ real GDP หรือจีดีพีที่มีการปรับเงินเฟ้อแล้ว จะเป็นรูปตัว V ตลอดครึ่งแรกของปีนี้ และอาจเป็นไปได้ว่าจะเติบโตในรูปนี้ไปตลอดปี ส่วนความกังวลของหลายคนที่ว่าหากเศรษฐกิจเติบโตมากเกินไปจะกระตุ้นให้เงินเฟ้อสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเฟดยังคงรักษาระดับการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าตลาดนั้น ยาร์เดนิยอมรับว่าเศรษฐกิจจะร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากกองไฟแห่งมาตรการการคลังและการเงิน

ทางด้านซีเอ็นบีซีรายงานว่า มีคำถามว่ามาตรการกระตุ้นรอบใหม่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของรัฐบาล “โจ ไบเดน” ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ เพราะเศรษฐกิจมีแนวโน้มจะขยายตัวเร็วที่สุดนับจากปี 1984 จึงไม่น่าจะใช่เวลาดี ๆ ในการใช้จ่ายในภาวะที่คาดหมายว่ารัฐบาลจะขาดดุลงบประมาณถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้

“ฟิล ออร์แลนโด” หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดหุ้นของวาณิชธนกิจเฟเดอเรเต็ด แอร์เมส ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล 6.19 แสนล้านดอลลาร์ ระบุว่า ทั้งจำนวนการฉีดวัคซีนและมีผู้ผลิตวัคซีนรายใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าจะทำให้สหรัฐจะเปิดเศรษฐกิจได้เร็วกว่ากำหนดหลายเดือน และน่าจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ในฤดูร้อนนี้ ตอนนี้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนในวอลล์สตรีตปรับคาดการณ์จีดีพีปีนี้เป็น 6% ขึ้นไป เชื่อว่าหุ้นที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ ราคาจะขึ้นไปดีกว่าหุ้นเติบโตหรือหุ้นเทคโนโลยี