หลายคนมองว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัวและยากที่จะเข้าถึง ทำให้การถ่ายทอดองค์ความรู้หรือสร้างความสนใจสู่เยาวชนทำได้ยาก องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แก่สังคมไทย จึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานมหกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ครั้งที่ 10 หรือ EDUCA 2017 เพื่อส่งผ่านองค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์ผ่าน “คุณครู” ซึ่งเป็นสื่อกลางไปสู่เยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ
“ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์” ผู้อำนวยการ อพวช. กล่าวว่า ปกติแล้ว อพวช.จะมีการจัดเวิร์คช็อปหรือค่ายวิทยาศาสตร์ให้กับคุณครูและเด็กเป็นประจำ เพื่อให้เป็นไปตามภารกิจหลักของหน่วยงาน แต่การที่ อพวช.เข้ามาร่วมกิจกรรมในงานมหกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู หรือ EDUCA ทุกปี เพราะงานนี้เปรียบเสมือนเวทีกลางขนาดใหญ่ที่ทำให้ได้พบกับคุณครูที่เป็นสื่อกลางสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับเด็กๆ

“นอกจากครอบครัวแล้ว ครูคือผู้มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และเกิดความรักในวิทยาศาสตร์ เราจึงเข้ามาร่วมจัดนิทรรศการและจัดเวิร์คช็อปต่างๆ ให้แก่คุณครูในงาน EDUCA เพื่อทำให้ครู เด็กๆ และสังคมตระหนักข้อเท็จจริงว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว และไม่ได้ยากอย่างที่คิด”
ขณะเดียวกัน การเข้าร่วมงาน EDUCA ทำให้ อพวช.ได้รับรู้ถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่มาจากวิทยากรชั้นนำจากต่างประเทศ รวมทั้งมีโอกาสได้เข้าถึงคุณครูโดยตรง ได้ทราบปัญหาของคุณครูทั้งหลายว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งทาง อพวช.ยินดีที่จะสนับสนุนคุณครู และทุกๆ กิจกรรมที่คุณครูคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับนักเรียน ตลอดจนเพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงและพัฒนา รวมถึงนำมาช่วยในภารกิจของอพวช.เอง ก่อนที่จะกลั่นกรองและส่งผ่านไปยังครู รวมทั้งนักการศึกษาของประเทศต่อไป
สำหรับกิจกรรมที่ อพวช.นำมาร่วมในงานปีนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การจัดเวิร์คช็อป มีหัวข้อไฮไลต์สำคัญ คือเวิร์คช็อปการทำของเล่นวิทยาศาสตร์ เพราะของเล่นเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเด็กที่สุด และเป็นสิ่งที่เด็กให้ความสนใจมากที่สุด สิ่งที่เราอยากจะสื่อให้เห็นคือ ของเล่นหลายๆ ชิ้น มีเรื่องของวิทยาศาสตร์อยู่ในนั้น และมันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้วัสดุใกล้ตัว เป็นการนำวิทยาศาสตร์มาเสริมกับเรื่องของภูมิปัญญา
“คุณครูสามารถนำของเล่นไปกระตุ้นหรือเป็นสื่อให้เด็กสนใจวิทยาศาสตร์ได้ หรือเวิร์คช็อปเกี่ยวกับเรื่องดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เด็กๆ น่าจะสนใจ ความสงสัยของเด็กจะเป็นเครื่องกระตุ้น ความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเด็กเกิดทั้งสองสิ่ง ก็จะเปิดกว้างในการรับรู้ ทำให้เราสามารถสอดแทรกเรื่องของวิทยาศาสตร์เข้าไปได้”
ขณะที่อีกส่วนคือ บูธนิทรรศการวิทยาศาสตร์ ภายในบูธได้ถ่ายทอดองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ จัดแสดงสื่อและของเล่นที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เพื่อให้คุณครูและผู้เข้าชมงานเกิดไอเดียไปต่อยอดในการส่งผ่านความรู้วิทยาศาสตร์สู่เยาวชน
“ผศ.ดร.รวิน” ให้ความคิดเห็นว่า เด็กไทยบางส่วนยังกลัววิทยาศาสตร์ แต่แท้จริงแล้ววิทยาศาสตร์อยู่รอบๆ ตัวเรา ซึ่งครูมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้เด็กรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องง่าย และไม่น่ากลัว โดยอาจปรับบทบาทพาเด็กๆ ไปยังแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กได้สัมผัสเรื่องราวต่างๆ มากกว่าในหนังสือ
“หน้าที่ของ อพวช. คือ การจุดประกาย โดยให้ครูไปจุดประกายความรู้และความสนใจให้เด็กๆ แล้วเราก็คอยเสริม คอยจุดประกายครูอีกทีหนึ่ง และต่อไปก็จะต้องจุดประกายพ่อแม่ด้วย เพราะเทรนด์การเรียนรู้ในอนาคต คือการศึกษานอกห้องเรียน ซึ่งงาน EDUCA ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้เราได้จุดประกายการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์”
“กรรณิการ์ เฉิน” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ อพวช. กล่าวเสริมว่า วันนี้การศึกษาให้ความสำคัญมากขึ้นกับการพัฒนาเยาวชนให้เป็น Lifelong Learner หรือเป็นผู้แสวงหาความรู้ใหม่อยู่เสมอ โดยคุณครูมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยปลูกฝังคุณลักษณะนิสัยเหล่านี้ เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดแต่ในห้องเรียนอีกต่อไป

“วันนี้มีสื่อและแหล่งเรียนรู้อีกจำนวนมาก อย่างพิพิธภัณฑ์ สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนสัตว์ ที่จะสามารถเป็นประสบการณ์เสริมการเรียนรู้ในห้องเรียน กระตุ้น บ่มเพาะให้เกิดอุปนิสัยสนุกกับการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หากทำให้นักเรียนได้พบสิ่งที่ตนเองสนใจ อยากติดตาม และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องบังคับ ก็อาจทำให้เขาเอาใจใส่กับการเรียนรู้ในห้องเรียนมากยิ่งขึ้นอีก”
“ขณะเดียวกัน คุณครูก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเป็น Lifelong Learner ไปพร้อมกับเด็ก คือสนุกกับการเรียนรู้อยู่เสมอ ทั้งในและนอกเวลาสอน เพื่อจะได้แบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้นกับนักเรียน กล่าวง่ายๆ คือเมื่อครูและนักเรียนต่างก็เป็นผู้รักการเรียนรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ก็จะเป็นการเรียนแบบสร้างสรรค์และแสวงหาความรู้ใหม่ไปด้วยกัน”