เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

มองตลาดหุ้นโลกผ่านเลนส์นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (1)

14 เม.ย. 2564 | 22:35น.
ตลาดหุ้น-เงินบาท
คอลัมน์ ลงทุนทั่วโลก
ศุภกร พัฒนวศิน
บลจ.วรรณ

ในปี 2020 ที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้คร่าชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลก และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ตลาดหุ้นทั่วโลกที่ตกหนักในมีนาคม 2020 กลับฟื้นตัวอย่างรวดเร็วดังปาฏิหาริย์ และเริ่มทำจุดสูงสุดใหม่ในหลายตลาดทั่วโลก การฟื้นตัวเร็วกว่าวิกฤตครั้งไหน ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2008 ดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐตกหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจซับไพรม และใช้เวลาฟื้นตัวสู่จุดเดิมถึง 6 ปี แต่วิกฤตรอบนี้ดัชนี S&P 500 กลับใช้เวลาในการฟื้นตัวสู่จุดเดิมเพียง 126 วันเท่านั้น

โดยนอกจากผลของสภาพคล่องมหาศาลที่ผู้ดำเนินนโยบายทั่วโลกต่างอัดฉีดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวอย่างรวดเร็วแล้ว การศึกษากระบวนการคิดของนักลงทุนก็ต่างน่าสนใจไม่แพ้กัน

ปัจจัยหลักที่ตลาดมีพฤติกรรมเคลื่อนไหวและฟื้นตัวรวดเร็วมาจากโครงสร้างผู้เล่นในตลาดหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เราสามารถจำแนกผู้เล่นในตลาดเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก คือ มนุษย์ (human) หรือนักลงทุนที่ใช้กระบวนการคิดของสมองในการตัดสินใจซื้อขาย (discretionary trading)

และกลุ่มที่ 2 คือ เครื่องจักร (machine) เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎเกณฑ์ (rule-based) ซึ่งการซื้อขายถูกกำหนดโดยระบบอัตโนมัติ (systematic trading) โดยปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์ หรือมีการแทรกแซงเพียงเล็กน้อย เช่น algorithmic trading ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการช่วยวิเคราะห์และประมวลผลกลยุทธ์การลงทุนอย่างเป็นระบบ

1) ผู้เล่นในตลาดที่เป็นมนุษย์และใช้กระบวนการคิดของสมองในการตัดสินใจซื้อขาย (discretionary trading)

พฤติกรรมการตัดสินใจของมนุษย์ส่งผลต่อราคาหุ้นและนำมาซึ่งการเคลื่อนไหวของตลาด จากการศึกษาของนักจิตวิทยาเกี่ยวกับระบบการทำงานของสมองเป็นเวลาหลายทศวรรษ และจากหนังสือจิตวิทยาระดับโลก thinking, fast and slow ของ Daniel Kahneman นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมรางวัลโนเบล พบว่า

กระบวนการคิดของสมองซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจของมนุษย์นั้น แบ่งออกเป็น 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ 1 คือ ระบบความคิดอัตโนมัติ สมองจะทำงานทันทีอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามสัญชาตญาณโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยความพยายามในการคิด

ในขณะที่ระบบ 2 คือ ระบบความคิดแบบไตร่ตรองที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ เป็นกระบวนการคิดที่ต้องมีการควบคุม ต้องใช้ความพยายาม และเกิดขึ้นเมื่อเรามีสติ เพื่อจัดการกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน เช่น การใช้สมองในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ เป็นต้น

ทั้ง 2 ระบบต่างมีผลต่อพฤติกรรมของเราในการดำเนินชีวิต แต่ระบบ 1 กลับชี้นำพฤติกรรมและการตัดสินใจของเรามากกว่า เนื่องจากเกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ และเมื่อระบบ 1 โดดเด่นในเรื่องของการ “คิดเร็ว” ระบบ 1 จึงเป็นต้นตอของความผิดพลาดเชิงระบบ (systematic error) และอคติทางการรับรู้ (bias) มากกว่าระบบ 2 (ในขณะเดียวกัน ระบบ 1 ก็เป็นต้นเหตุของการตัดสินใจที่ถูกต้องมากกว่าเช่นกัน)

และในบางครั้งระบบ 1 มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของระบบ 2 นำมาสู่การตัดสินใจที่เต็มไปด้วยอคติและความผิดพลาด เนื่องจากระบบ 2 “คิดช้า” เกินไปจึงยอมรับความคิดที่ได้รับการแนะนำจากระบบ 1 โดยปราศจากการตรวจสอบ

เราได้แบ่งนักลงทุนเป็น 2 กลุ่ม คือ นักลงทุนรายย่อย (individual investors) และนักลงทุนมืออาชีพ (professional investors) ซึ่งการตัดสินใจในการลงทุนของทั้ง 2 กลุ่มก็ยังคงอยู่บนพื้นฐานของกระบวนการคิดทั้ง 2 ระบบ แต่ในส่วนกระบวนการคิดของนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่จะเน้นระบบ 1 หรือการ “คิดเร็ว” มากกว่าระบบ 2 หรือมีการใช้ความคิดจากระบบ 2 ที่ถูกครอบงำโดยระบบ 1 ซึ่งเต็มไปด้วยอคติ โดยหากนักลงทุนมีการใช้สัญชาตญาณ (intuition) หรือระบบ 1 เพื่อสร้างสมมุติฐานการลงทุนที่เหมาะสม

รวมถึงควบคุมวิจารณญาณในการลงทุนได้ จะส่งผลดีต่อการลงทุน ในทางกลับกันการตัดสินใจลงทุนของมนุษย์ยังเต็มไปด้วยความมั่นใจเกินตัวและอคติทางความคิด (cognitive bias) ซึ่งเกิดจากการควบคุมระบบ 1 ไม่ถูกต้อง อันเป็นปัญหาของนักลงทุนที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน เนื่องจากโลกการลงทุนได้ถูกขับเคลื่อนโดยข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย นักลงทุนสามารถรับรู้ข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและด้วยข้อมูลที่เข้ามาอย่างรวดเร็วและปริมาณมหาศาลอาจส่งผลให้นักลงทุนไม่สามารถต้านทานการใช้ฮิวริสติก (heuristics)

หรือการใช้ทางลัดทางความคิด (ความคิดแรกที่โผล่ขึ้นมาในสมอง โดยอาศัยประสบการณ์และกระบวนการ “คิดเร็ว” ของระบบ 1 เพื่อลดความซับซ้อนของข้อมูลในการตัดสินใจ และนำมาซึ่งการตัดสินใจในทางเลือกที่เต็มไปด้วยอคติ เช่น อคติจากการรับรู้ (confirmation bias) โดยมีความมั่นใจในความคิดของตน และเลือกรับสารที่ตรงกับความคิดของตัวเองเท่านั้น ทำให้เกิดความมั่นใจมากเกินไปในการลงทุนและส่งผลให้เกิดการขาดทุนกรณีเป็นทางเลือกที่ผิด

อีกกรณีหนึ่ง คือ มีการใช้อคติในการลงทุน เราต่างพบว่านักลงทุนส่วนใหญ่มักจะขายหุ้นที่ได้กำไรดี และถือหุ้นที่ขาดทุนไว้ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วหุ้นที่นักลงทุนขายแล้วยังคงขึ้นต่อไป ในขณะที่หุ้นที่ทนถือไว้กลับมีผลตอบแทนที่แย่กว่า

สถานการณ์ดังกล่าวสามารถอธิบายได้ด้วยปรากฏการณ์ disposition effect หมายความว่านักลงทุนจะเลือกขายหุ้นที่ได้กำไรเนื่องจากรู้สึกดีจากที่ตนคิดว่าประสบความสำเร็จในการลงทุน และไม่กล้าขายหุ้นที่ขาดทุนเนื่องจากรู้สึกแย่ และรู้สึกว่าเป็นการสูญเสีย จึงเลือกที่จะอดทนถือหุ้นต่อ ซึ่งตรงกับทฤษฎีความคาดหวัง (prospect theory) ที่ว่ามนุษย์จะมีพฤติกรรมกลัวความสูญเสีย (loss aversion) เนื่องจากนักลงทุนมีการตอบสนองของอารมณ์ต่อการได้กำไรและขาดทุนหุ้นที่ไม่เท่ากัน โดยระบบ 1 จะตอบสนองต่อผลของการขาดทุนรุนแรงกว่าการได้กำไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น