เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
Real Estate สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
ดูทั้งหมด

ผลเลือกตั้งเทศบาล “สติธร” ชี้กลุ่มธุรกิจใหม่ ย้ายขั้ว-โค่นแชมป์เก่า

30 มี.ค. 2564 | 07:37น.
สติธร

“สติธร” อ่านปรากฎการณ์ ล้มช้าง-คว่ำแชมป์เก่า เลือกตั้งเทศบาล เครือข่ายธุรกิจใหม่ ผนึกกำลัง นักการเมืองท้องถิ่น ย้ายค่าย-เบอร์เดิม

ผลการเลือกตั้งนายกเทศบาล-สมาชิกเทศบาล แม้ยังไม่รู้ผลเป็นทางการ 100 % แต่ปรากฎการณ์ล้มช้าง-คว่ำแชมป์เก่าหลายสมัยที่ผูกขาดการเมืองระดับท้องถิ่นจาก “รุ่น สู่ รุ่น” จากปู่-ย่า-ตา-ทวด สู่ทายาทการเมือง-บ้านใหญ่ ฤาจะสิ้นมนต์ขลัง

“ดร.สติธร ธนานิติโชติ” นักวิชาการจากค่ายพระปกเกล้า อ่านปรากฎการณ์ล้มช้าง-คว่ำแชมป์เก่าผ่าน “ประชาชาติธุรกิจ” วิเคราะห์ “หน้าใหม่คว่ำหน้าเก่า” ออกเป็น 2 แบบ แบบที่ 1 “คนรุ่นใหม่” โค่น “แชมป์เก่า” และแบบที่ 2 คนรุ่นเก่า (แต่หน้าใหม่) โค่นกันเอง

“ดร.สติธร” วิเคราะห์-แยกแยะ ว่า “แต่ถ้าสังเกตดี ๆ ทั้งสองแบบ ไม่ใช่การโค่น (แชมป์เก่า) ประเภทหน้าใหม่ ไม่รู้จะมาจากไหน ไม่มีฐานเลย เกิดมาจากคนธรรมดาและอยากจะเล่นการเมือง อยู่ๆ เห็นเทศบาลรับสมัครแล้วอยากจะลงการเมืองแล้วมาโค่น ไม่ใช่ (หน้า) ใสขนาดนั้น”

ธุรกิจรุ่นใหม่ ผนึกการเมืองย้ายค่าย-เบอร์เดิม

ประเภทที่ 1 เป็นหน้าใหม่ที่อยู่ในคราบการเมืองท้องถิ่น-เทศบาล คว่ำวอดอยู่ในพื้นที่ หรือ แยกออกมาจากทีมเก่า-นายกคนเก่าที่ครองแชมป์มาหลายสมัย ถึงเวลาที่ต้องเติบโต-ไม่อยู่ภายใต้ร่มเงาคนเดิมอีกต่อไป เพื่อออกมาสร้างทีม-แยกตัวออกจากทีมเก่าออกมา กลายเป็น “ศูนย์กลางอำนาจใหม่”

“คนนี้เป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่ที่เฮโลมา ย้ายพวก ย้ายค่าย ย้ายค่ายเบอร์เดิม โค่นแชมป์เก่าได้ เพราะฐานล่างเดิมที่เป็นฐานเดียวกันย้ายขั้วมา”

ประเภทที่ 2 เป็นหน้าใหม่ในวงการการเมือง แต่ไม่ใช่หน้าใหม่ในพื้นที่ เกิดจากการฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่-รวมพลังของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่และรวมคนเก่าบางส่วน เติบโตขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงของเมือง แต่มีฐานมาจากเศรษฐกิจ-ธุรกิจและสังคมระดับหนึ่ง ผนึกกับกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่เห็นโอกาส เพื่อโค่นแชมป์เก่า

“ต้องยอมรับว่า เทศบาล คือ พื้นที่เมือง การเมืองท้องถิ่นที่ถูกแช่แข็งมา 7-8 ปี มีพัฒนาการบางอย่าง เกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่ เกิดนักธุรกิจ gen 3 gen 4 สืบทอดกิจการของพ่อ-แม่ เกิดเป็นคนที่อยู่ในสมาคมการค้า-อุตสาหกรรม-ท่องเที่ยวในจังหวัด ที่เกิดเป็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาผนึกกำลังกัน

Advertisement

และมองว่า นายกแชมป์เก่าหลายสมัยที่ครองอยู่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงพื้นที่ของผู้ประกอบการหน้าหน้า นักธุรกิจรุ่นใหม่ ๆ ในเทศบาลแล้ว”

“นักวิชาการจากรั้วพระปกเกล้า” ย้ำว่า ปรากฎการณ์ หน้าใหม่ล้มหน้าเก่า-แชมป์เก่า จึงไม่ใช่หน้าใหม่-โนเนม แต่มีฐานทางเศรษฐกิจ-การเมืองและสังคม เป็น “ต้นทุนเดิม” และมีพลังมากพอที่จะโค่นแชมป์เก่าได้

“มาจากความต้องการ เห็นโอกาสและผลประโยชน์ในพื้นที่เทศบาลที่เปลี่ยนไป และคนกลุ่มใหม่ตอบโจทย์การพัฒนาในพื้นที่ได้ดีกว่า ขณะที่ฝ่ายที่เป็นช้างโดนล้ม คือ คนที่ไม่ได้ปรับตัว จะเห็นว่า คนเก่าที่อยู่รอดก็มี ชนะขาดลอย ไม่มีคู่แข่งก็มี เพราะปรับตัวมาต่อเนื่อง จนไร้คู่แข่ง”

เทศบาล-คนเมือง “เครือข่ายอุปถัมภ์ใหม่”

“ดร.สติธร” ขยายความพิเศษที่มี “ลักษณะเฉพาะ” ในพื้นที่-โหวตเตอร์ที่ทำให้เกิดการโค่นแชมป์เก่า โดยยกทฤษฎี “สองนคราประชาธิปไตย” ของ “เอนก เหล่าธรรมทัศน” ที่ใช้อธิบายการเมืองไทยตั้งแต่ปี 2530 ตอนปลาย

“คนเมืองกับคนชนบทมีพฤติกรรมการลงคะแนนต่างกัน คาดหวังประชาธิปไตยต่างกัน และเชื่อว่าคนเมืองเป็นนักเลือกตั้งประเภทไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง ผลประโยชน์เฉพาะหน้า หรือ ระบบอุปถัมภ์ แต่มองการเมืองแบบอุดมคติ เป็นโหวตเตอร์ที่เป็นอิสระ ใครเสนอตัวเล่นที่ดี นโยบายดี แนวคิดที่ดี มีโอกาสเลือกคนนั้น มางานศพ-งานแต่ง มาช่วยเหลือน้ำท่วมหรือป่าว ไม่สน”

เขาขมวดประเด็น เทศบาล คือ พื้นที่คนเมือง อนุมานได้ว่า โหวตเตอร์มีอิสระในการเลือก จึงสามารถชูนโยบาย-ตัวบุคคล ขณะเดียวกันได้ “ผสานประโยชน์” ให้โหวตเตอร์ที่เป็นอิสระมาเลือก

ขณะที่โหวตเตอร์ที่ตัดสินใจบนฐานของ “ผลประโยชน์” ทางธุรกิจ ผ่านการสร้างเครือข่าย-ความสัมพันธ์ หรือเรียกว่า “เครือข่ายอุปถัมภ์ใหม่” กับนักธุกรกิจ-ผู้นำชุมชน-นักเคลื่อนไหว-นักการศึกษาในพื้นที่ที่ “ตอบโจทย์ (กว่า)” แทนระบบอุปถัมภ์เดิม

“ต้อง (ชนะ) ได้ทั้งสองฐาน ฐานอิสระเข้าถึงให้มากที่สุด โคบาลล้อมรั้ว มนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการระดับนำที่ได้รับข้อเสนอที่เป็นเงื่อนไขใหม่ เจ๋งกว่า”

ขณะที่คนเก่า-ระบบเก่า ต้องคอยตอบโจทย์ “เครือข่ายเก่า” ซึ่งเป็นวิถีการผลิต-วิถีธุรกิจดั่งเดิม แต่กลุ่มใหม่เป็นกลุ่มที่ดิสรัป ดังนั้นการอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียวไม่พอ ต้องทะลุ-ต้องพัฒนาในมิติอื่นด้วย (เทศบาล) มีโอกาสที่จะล้มช้างได้มากกว่าสนามชนบท เช่น การเลือกตั้ง อบจ.

ไม่ฟันธง เลือกตั้งผู้ว่ากทม.- ระดับชาติ

“ดร.สติธร” วิเคราะห์ข้ามช็อตการเลือกตั้ง อบจ. กับสนามเทศบาล สะท้อนการเมืองระดับน้องๆ – ระดับชาติ อย่างการเลือกตั้งใหญ่ในอีก 2 ปีข้างหน้าอย่างไร ?

เขาถอดบทเรียนการเลือกตั้งเทศบาล เทียบกับการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ที่เป็น “เมืองใหญ่” และมี “คนรุ่นใหม่” เข้ามาในการเมืองการจำนวนมาก ไม่ใช่สวิงโหวต หรือ ตามกระแสเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความเป็นพวก-คอนเนคชั่น กลายเป็นแรงสนับสนุน

“คนสมัครผู้ว่ากทม. ต้องสร้างเครือข่ายทำงานร่วมกับนักธุรกิจหน้าใหม่ Gen ใหม่ในภาคสังคมให้เป็นปาก-เป็นเสียง เป็นการเมืองแบบอุดมคติ ส่งผลไปถึงภาพลักษณ์ให้ผู้สมัครผู้ว่ากทม. ไม่ใช่การสร้างกระแส หรือ นโยบายแบบลอย ๆ”

ส่วนจะสะท้อนไปไกลถึงการเลือกตั้งใหญ่ในอีก 2 ปีข้างหน้าได้หรือไม่ ?

“ดร.สติธร” ไม่ฟันธง แต่ชี้ให้เห็น “ร่องรอย” บางอย่างจากการเลือกตั้งเทศบาล เช่น การเขย่า-แข่งกันเองของกลุ่มต่าง ๆ ในพรรคเดียวกันเอง หรือ คนคนดียวที่มีทั้งคราบของพรรคเพื่อไทย-พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย ปนเป-ผสมกันอยู่ในตัวเอง

“การแบ่งพรรค แบ่งฝ่ายกันในการเมืองระดับท้องถิ่น ถ้าชัดมากก็พอจะบอกได้ว่า พอถึงเวลาเลือกตั้งระดับชาติก็จะอยู่เป็นกลุ่มก้อน-พรรคเดียวกัน แต่ถ้าเจือ ๆ กัน แสดงว่าตลาดยังเปิด เมื่อถึงเวลาอาจจะตัดสินใจไปหนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือ รักทุกคน ฉันมีเครือข่ายหัวคะแนน 3 หมื่นคะแนน พรรคละ 5 พันคะแนน 6 พรรค”

“ดร.สติธร” ทิ้งท้ายว่า สมมุติว่า คณะก้าวหน้าแพ้หมดทุกที่ การเลือกตั้งระดับชาติแพ้แน่ ไม่สามารถฟันธงได้ง่าย ๆ ขนาดนั้น พรรคการเมืองใดที่คิดว่าชนะในการเลือกตั้งท้องถิ่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะชนะในการเลือกตั้งระดับชาติเสมอไป