เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

เอกชนกังวลรัฐฉีดวัคซีนล่าช้า ซ้ำเติมเศรษฐกิจ วอนเปิดทาง รพ.นำเข้า

30 มี.ค. 2564 | 16:39น.

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจ FTI Poll ความเห็นต่อการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 และการฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ชี้ส่วนใหญ่กังวลหากภาครัฐมีการฉีดวัคซีนล่าช้า กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จี้รัฐบาลเร่งรัดการจัดซื้ออนุญาตนำเข้าวัคซีน วอนเปิดให้โรงพยาบาลเอกชน สามารถนำเข้าวัคซีนได้

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 4 ในเดือนมีนาคม 2564 ภายใต้หัวข้อ “ความเห็นต่อการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 และการฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว”

พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ที่ยังมีความล่าช้าและมีจำนวนไม่เพียงพอ และมองว่าหากภาครัฐมีการฉีดวัคซีนล่าช้าจะส่งผลอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ดังนั้น ผู้บริหาร ส.อ.ท. จึงมีความเห็นว่า ควรเร่งรัดการจัดซื้อและอนุญาตนำเข้าวัคซีนให้เพียงพอ รวมทั้ง การเปิดให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนที่ได้รับการอนุญาตจาก อย. มาให้บริการแก่ประชาชนได้

โดยภาครัฐออกมาตรการส่งเสริมให้เอกชนสั่งซื้อวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. มาฉีดให้แก่แรงงาน เช่น การนำค่าวัคซีนไปหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า, การสนับสนุนค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ให้แก่สถานประกอบการ เป็นต้น

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 191 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 74 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่มีความกังวลต่อการบริหารจัดการปัญหาโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของภาครัฐ ในเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ที่ยังล่าช้าและมีจำนวนไม่เพียงพอกับประชาชน คิดเป็นร้อยละ 79.6

รองลงมาเป็นเรื่องการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ร้อยละ 50.8 และการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ร้อยละ 45.5 ซึ่งจากความกังวลในเรื่องวัคซีน ผู้บริหาร ส.อ.ท. มองว่าหากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนเกิดความล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระดับ “มาก” คิดเป็นร้อยละ 76.4 รองลงมาระดับปานกลาง ร้อยละ 22.0 และระดับน้อยอยู่ที่ร้อยละ 1.6

เมื่อถามถึงความสำคัญของแผนการบริหารจัดการวัคซินโควิด-19 ของภาครัฐ ว่าควรเร่งดำเนินการในเรื่องใด

พบว่า 3 อันดับแรก ผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้ความสำคัญเรื่องการเร่งรัดการจัดซื้อวัคซีนและอนุญาตนำเข้าวัคซีนมาใช้ในประเทศให้เพียงพอ คิดเป็นร้อยละ 77.0 รองลงมาเป็นเรื่องความร่วมมือกับภาคเอกชนในการบริหารและกระจายการฉีดวัคซีน ร้อยละ 68.6 และความชัดเจนของกลุ่มเป้าหมายและระยะเวลาการฉีดวัคซีน ร้อยละ 57.6

และผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังมีความเห็นว่า การเปิดให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนที่ได้รับการอนุญาตจาก อย. มาให้บริการได้ จะเป็นแนวทางที่ช่วยให้ภาครัฐสามารถกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยมีผลสำรวจคิดเป็นร้อยละ 81.2 รองลงมาเป็นการเปิดให้สถานประกอบการสามารถสั่งซื้อวัคซีนจากหน่วยงานที่ได้รับการอนุญาตจาก อย. เช่น องค์การเภสัชกรรม ร้อยละ 62.3 และการเร่งขึ้นทะเบียนวัคซีนให้มากชนิดขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการ ร้อยละ 61.8

สำหรับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อส่งเสริมให้เอกชนมีการสั่งซื้อวัคซีนโควิด-19 ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. มาฉีดให้แก่แรงงานในภาคอุตสาหกรรม พบว่า 3 อันดับแรก ผู้บริหาร ส.อ.ท. เห็นว่า ควรออกมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถนำค่าวัคซีนไปหักค่าใช้จ่าย 2 เท่า คิดเป็นร้อยละ 63.4 รองลงมาเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่งให้แก่สถานประกอบการ ร้อยละ 62.3 และการสนับสนุนทีมแพทย์ในการฉีดวัคซีน ณ สถานประกอบการ ร้อยละ 48.2

นอกจากนี้ FTI Poll ยังได้เจาะลึกไปถึงเรื่องการฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ซึ่งพบว่า ปัจจัยที่จะมีผลต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยในช่วงครึ่งปีแรก 3 อันดับแรก ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังคงให้ความสำคัญไปที่เรื่องจำนวนวัคซีนที่เพียงพอและความรวดเร็วในการฉีดวัคซีนให้ประชากรในประเทศ (ไม่น้อยกว่า 50%) คิดเป็นร้อยละ 78.0

รองลงมาเป็นเรื่องกฎระเบียบในการเดินทางเข้าออกประเทศ อาทิ การนำวัคซีนพาสปอร์ตมาใช้สำหรับการเดินทางเข้าออกประเทศ รวมทั้งมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศ คิดเป็นร้อยละ 72.8 ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและความมั่นใจของชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว คิดเป็นร้อยละ 53.9

ส่วนมุมมองว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมใดควรได้รับการเร่งช่วยเหลือและส่งเสริมเร่งด่วน 3 อันดับแรก คือ อุตสาหกรรมการบิน คิดเป็นร้อยละ 58.6 รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 55.0 และอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภค และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ร้อยละ 49.7

ซึ่งหากพิจารณาถึงมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว พบว่า 3 อันดับแรก ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แรงงานในสถานประกอบการเข้าถึงวัคซีนโควิด คิดเป็นร้อยละ 72.8 รองลงมายังคงต้องการมาตรการทางการเงิน เช่น การพักชำระหนี้, Asset Warehousing ฯลฯ ร้อยละ 68.6 และการลดหย่อนภาษี/ขยายระยะเวลานาน ผลขาดทุนสะสมมาใช้ คิดเป็น 61.3

ทั้งนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. มองว่าหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงในยุค New normal

โดย 3 อันดับแรก พบว่าผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับการปรับ Business Model เพื่อสร้างความสมดุลในการดำเนินธุรกิจ คิดเป็นร้อยละ 75.4 รองลงมาเป็นเรื่องการพัฒนาสินค้าและบริการที่เน้นสุขอนามัยและความปลอดภัย ร้อยละ 62.8 และสุดท้ายเป็นเรื่องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ และรุกตลาดแบบดิจิทัล ร้อยละ 57.6

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฉีดวัคซีน โควิด-19