ลุ้นดัชนีหุ้นไทยทดสอบ 1,600 จุด ขานรับแผนลงทุนไบเดน 2.2 ล้านล้านดอลล์
ลุ้นดัชนีตลาดหุ้นไทยทดสอบ 1,600 จุด คาดเช้านี้แกว่งตัวอิงทางขี้น 1,580-1,600 จุด รับเซนติเมนต์บวกจากความชัดเจนแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชุดใหญ่สหรัฐ หลังไบเดนประกาศงบลงทุน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ แผนระยะ 8 ปี คาดระยะสั้นเห็นแรงเก็งกำไรบางส่วนไหลเข้า “หุ้นกลุ่มเหล็ก-วัสดุก่อสร้าง-การเดินเรือ” จับตาประชุม OPEC+ วันนี้
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 1 เม.ย. 2564 ว่า ยังคาดหวังดัชนีไปทดสอบ 1,600 จุด เช้านี้แกว่งตัวอิงทางขี้นระหว่าง 1,580 – 1,600 จุด รับเซนติเมนต์บวกจากความชัดเจนของแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชุดใหญ่สหรัฐ ขณะที่ต้องติดตามผลการประชุม OPEC+ ในวันนี้
โดยรายละเอียดแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชุดใหญ่ของสหรัฐวานนี้ ไบเดนเผยรายละเอียดแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มูลค่าราว 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 8 ปี ที่จะช่วยให้การจ้างงานในสหรัฐดีขึ้น โดยมาตรการที่สำคัญ ๆ ประกอบไปด้วย 1.ด้านการขนส่ง ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ วงเงินราว 6.2 แสนล้านดอลลาร์ 2.พัฒนาระบบสาธารณูปโภค วงเงินราว 3 แสนล้านดอลลาร์
และ 3.เงินลงทุนด้านการผลิต R&D และการสร้างงานสร้างอาชีพ วงเงินราว 5.8 แสนล้านดอลลาร์ ดังนั้นในระยะสั้นทางฝ่ายวิจัยคาดว่าน่าจะเห็นแรงเก็งกำไรบางส่วนไหลเข้ามาในหุ้นกลุ่มเหล็ก วัสดุก่อสร้าง และการเดินเรือ ตามความคืบหน้าของมาตรการแผนลงทุนสหรัฐชุดนี้
แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ แผนการขึ้นภาษีนิติบุคคลในสหรัฐจาก 21% เป็น 28% ซึ่งท่าทีของไบเดนค่อนข้างชัดเจนว่าจะขึ้นภาษีนิติบุคคลแน่ ๆ โดยได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “ไม่ควรมีใครต้องร้องทุกข์กับเรื่องนี้” แต่ทางฝ่ายพรรครีพับลิกัน (Republican) ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีนี้
ส่วนการประชุม OPEC+ วันนี้ ชี้ชะตาทิศทางราคาน้ำมันดิบโลก ทางฝ่ายวิจัยคาดว่าการประชุมจะคงการลดกำลังผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวันตามเดิม ส่งผลให้ในภาพใหญ่หลังจากนี้ราคาน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวออกข้างอิงทางลง สอดคล้องกับอุปสงค์ที่คาดว่าจะหายไปจากการกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งในกลุ่มประเทศยุโรป และแม้ว่าวานนี้สหรัฐจะเปิดเผยสต๊อกน้ำมันดิบลดลง 0.876 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อน
แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะชดเชยกับการพุ่งขึ้นของสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐในสัปดาห์แรกและสองของเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานี้ ซึ่งมีตัวเลขพุ่งขึ้นราว 21.6 และ 13.8 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ
ด้านทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ยังอยู่ในแนวโน้มที่จะพุ่งขึ้นต่อ ล่าสุดเช้านี้ US Treasury Yield อายุ 10 ปี ไต่ระดับขึ้นมาอยู่ที่ราว 1.752% ด้วยแนวโน้มยังเป็นขาขึ้น ทางฝ่ายวิจัยคาดว่าปัจจัยนี้จะยังคงกดดันเซนติเมนต์การลงทุน และจะกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรระหว่างทางการปรับขึ้นของตลาด
โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐน่าติดตามคืนนี้ 1.Initial Jobless Claims ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 6.80 แสนราย ดีขึ้นจากครั้งก่อนที่ 6.84 แสนราย และ 2.ISM Manufacturing PMI (เดือน มี.ค.) ตลาดคาดขยายตัวมาที่ระดับ 61.3 จุด ดีกว่าเดือนก่อนที่ 60.8 จุด