เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ธปท.ปักธงนำร่องใช้สกุลเงินดิจิทัลภาคประชาชนปีหน้า

05 เม.ย. 2564 | 09:08น.
แบงก์ชาติ

แบงก์ชาติ

ธปท.ตั้งเป้าปีหน้าเริ่มนำร่องใช้สกุลเงินดิจิทัลภาคประชาชน หลังล่าสุด เปิดรับฟังความคิดเห็น “Retail CBDC” ถึงกลางปีนี้ ต่อยอดภาคธุรกิจ เผยออกแบบให้ใช้งานเหมือนธนบัตรใช้ได้ทั้ง “ออนไลน์-ออฟไลน์” มั่นใจประชาชนเข้าถึงง่าย-ปลอดภัย ยันไม่คิดตัดตัวกลางการชำระเงินทิ้ง

นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางสำหรับการใช้งานในภาคประชาชน (Retail Central Bank Digital Currency : Retail CBDC) ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง เปรียบได้กับธนบัตรที่ออกโดยธนาคารกลาง หลังจากที่ผ่านมามีความคืบหน้าผลการพัฒนาต้นแบบสกุลเงินดิจิทัลในภาคธุรกิจ (Central Bank Digital Currency : Wholesale CBDC) ภายใต้ชื่อโครงการอินทนนท์ (INTHANON) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561

ซึ่งการพัฒนาระบบต้นแบบดังกล่าว นำเทคโนโลยีประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (DLT) มาใช้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน โดยในเฟสแรกปี 2561และถัดมาเดือน ม.ค. 2562 ได้ทดสอบประสิทธิภาพกับพันธบัตรตรวจสอบกฎเกณฑ์และธุรกรรมต่าง ๆ ก่อนที่จะทดสอบการโอนเงินระหว่างประเทศกับธนาคารฮ่องกงในเดือน ก.ย.ปีเดียวกัน และปีนี้เดือน ก.พ.ที่ผ่านมาได้ทดสอบการโอนเงินระหว่างประเทศโดยใช้ CBDC หลายสกุลเงิน (M-CBDC Bridge)

“รูปแบบ Retail CBDC สามารถนำไปใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินได้ทั้งในแบบออนไลน์ (online) และออฟไลน์ (offline) ไม่จำเป็นต้องมีสมาร์ทโฟนก็สามารถทำธุรกรรมได้ ซึ่ง CBDC จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินในอนาคต ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศติดท็อป 10 ที่เริ่มทำเรื่องของสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง

จากจุดเริ่มต้นของภาคธุรกิจ การโอนเงินระหว่างประเทศ ถือว่าเราเดินค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่เรื่องของ Retail CBDC มีความซับซ้อนกว่า จึงต้องศึกษาให้รอบคอบ เช่น มีคนกังวลหากคนมาถือ CBDC กันหมด จะเกิดแบงก์รันหรือไม่ และรูปแบบการเข้าถึงของประชาชนจะต้องง่าย และต้องเกิดการรับรู้ของภาคประชาชน”

นางสาววชิรากล่าวว่า แนวทางการพัฒนา ธปท.ได้สำรวจและศึกษาเรื่องดังกล่าว และเขียนเป็นกรอบการดำเนินการ และได้จัดทำเป็น directional paper เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนโดยจะปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 15 มิ.ย. 64 และจะมีการจัดทำ workshop ร่วมกับสถาบันการเงิน ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปความคิดเห็นและข้อสงสัยต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการพิจารณา Retail CBDC

และในเดือน ก.ค. 2564 จะเริ่มพัฒนา Retail CBDC แบบ pilot และภายในไตรมาส 2 ปี 2565 เริ่มทดสอบ CBDC นำร่อง (pilot project) ในวงจำกัด

อย่างไรก็ดี หากนำมาใช้จริงอาจจะต้องใช้เวลา 3-5 ปีข้างหน้าเช่นเดียวกับต่างประเทศ เช่นประเทศจีนที่เริ่มพัฒนาและทดลองใช้กับประชาชนในมณฑลเล็ก ๆ ก่อนในปี 2558 ซึ่งจะทำลักษณะคล้ายลอตเตอรี่ และคาดว่าจะนำมาใช้จริงในช่วงโอลิมปิก

“การพัฒนา Retail CBDC เป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดย ธปท.จะต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ การดูแลข้อมูลจะต้องมีธรรมาภิบาล (data governance) ความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีที่นำมาใช้ และต้องไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกุลเงินดิจิทัล