เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ยอดขายน้ำมันเจ็ตวูบ 90% โรงกลั่นผลิตดีเซลหนีตาย

05 เม.ย. 2564 | 09:00น.

โควิดถล่มสายการบิน ทุบยอดขายน้ำมันเจ็ตหดต่อเนื่อง 90% “โรงกลั่น” หนีตายปรับไลน์หันผลิต “ดีเซล” จำใจต้องส่งออกยอดทะลัก 3.6 พันล้านลิตร พีกสุดใน 29 ปี “ตลาดเวียดนาม” โตแรง กระทรวงพลังงานประสานเสียงบิ๊กโรงกลั่น “เอสโซ่” หวังเปิดประเทศ 1 ก.ค.ช่วยกระตุ้นดีมานด์ฟื้น คาดผลิตเจ็ต 100% ปี 2565

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 2561 ด้วยจำนวนผู้โดยสาร 62.8 ล้านคน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้บริการสายการบินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินหรือน้ำมันเจ็ตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคเฟื่องฟูของตลาดน้ำมันเจ็ต ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันที่เพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันเจ็ต ซึ่งถือเป็นน้ำมันคุณภาพสูงและมีราคาแพง

จนบริษัท ปตท.ที่มีเครือข่ายโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่สุดของประเทศถึงกับทำข้อมูลความต้องการใช้น้ำมันเจ็ตระหว่างปี 2007-2017 จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.2% ต่อปี ทั้งยังเคยคาดการณ์ว่าในปี 2027 ความต้องการใช้น้ำมันเจ็ตจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.6% หรือคิดเป็นสัดส่วน 16% ของความต้องการใช้น้ำมันภาพรวม หรือปริมาณ 61,545 ล้านลิตร

ทว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ความเฟื่องฟูของการกลั่นน้ำมันเจ็ตสิ้นสุดลง นักท่องเที่ยวหายไป สายการบินหยุดทำการบินไปจนถึงปิดกิจการ ทั้งหมดนี้ทำให้ “ดีมานด์” น้ำมันเจ็ตหายไป 80-90% ผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันต้องปรับประเภทน้ำมันที่ได้จากการกลั่นใหม่ด้วยการ “ลด” หรือ “เลิก” กลั่นน้ำมันเจ็ตแล้วหันไปเพิ่ม “น้ำมันดีเซล” แทน แม้จะต้องส่งน้ำมันดีเซลออกไปต่างประเทศด้วยราคาขายที่ต่ำลงก็ตาม

ส่งดีเซลไปเวียดนามสูงสุด

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงาน พบว่าการส่งออกน้ำมันดีเซลพื้นฐาน (50 PPM) ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมามีปริมาณถึง 3,617.2 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้น 1,693.2 ล้านลิตรจากปี 2562 ที่มีปริมาณ 1,924 ล้านลิตร และถือเป็นยอดส่งออกสูงสุดเกือบ 30 ปีนับตั้งแต่ปี 2535 ขณะที่น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (เจ็ต เอ-1) มีปริมาณการส่งออกเพียง 685.5 ล้านลิตร หรือลดลงจากปี 2562 ซึ่งมีปริมาณ 833.5 ล้านลิตร

และล่าสุดในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ 2564 (เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564) มีการส่งออกน้ำมันดีเซลพื้นฐาน (50 PPM) ออกไปแล้วถึง 665.3 ล้านลิตร หรือ “มากกว่า” ช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่มีการส่งออก 470.9 ล้านลิตร ขณะที่น้ำมันเจ็ต เอ-1 มีการส่งออก 27.9 ล้านลิตร หรือลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่มีปริมาณ 145.6 ล้านลิตร

โดยเบื้องต้นจากข้อมูลการส่งออกของกรมศุลกากรชี้ว่า ภาครวมการส่งออกน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยัง “ตลาดเวียดนาม” ที่กลายเป็นตลาดที่มียอดการเติบโตมากที่สุดในเชิงมูลค่าถึง 105.79% ในปี 2563 และช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้มียอดเติบโตถึง 132.96% ซึ่งสวนทางตลาดภาพรวมส่งออกดีเซลที่ยังติดลบ

ทั้งนี้ ปัจจุบันเวียดนามครองส่วนแบ่งการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 20-21% โดยผู้ส่งออกหลักในกลุ่มน้ำมันดีเซลมีหลายราย อาทิ บมจ.ไออาร์พีซี, บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล, บมจ.ไทยออยล์ และ บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย)

ขณะที่กรมธุรกิจพลังงานได้รายงานการผลิตน้ำมันระบุว่า ภาพรวมการกลั่นน้ำมันเจ็ต เอ-1 ปี 2563 มีปริมาณ 3,260 ล้านลิตร หรือลดลง 57.2% จากปี 2562 ที่มีการผลิต 7,616 ล้านลิตร โดยโรงกลั่นไทยออยล์กลั่นมากสุด 1,755 ล้านลิตร, โรงกลั่นพีทีที โกลบอล เคมิคอล 630 ล้านลิตร , โรงกลั่นเอสโซ่ 315 ล้านลิตร, โรงกลั่นบางจาก 214 ล้านลิตร และโรงกลั่นสตาร์ 270 ล้านลิตร

ส่วนการกลั่นน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 28,224 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้น 14.9% จากปี 2562 ที่ผลิต 24,572 ล้านลิตร โดยโรงกลั่นเอสโซ่ 3,018 ล้านลิตร, โรงกลั่นบางจาก 3,377 ล้านลิตร, โรงกลั่นไทยออยล์ 6,665 ล้านลิตร, โรงกลั่นไออาร์พีซี 4,470 ล้านลิตร, โรงกลั่นสตาร์ 3,941 ล้านลิตร และโรงกลั่นพีทีที โกลบอล เคมิคอล 6,750 ล้านลิตร

ส่วนภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) 2564 หรือลดลง 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อาทิ กลุ่มดีเซลเฉลี่ย 29.6 ล้านลิตร/วัน หรือลดลง 3.7% กลุ่มเบนซินมีการใช้ 65.2 ล้านลิตร/วัน หรือลดลง 6.7% ส่วนน้ำมันเจ็ต เอ-1 มีการใช้เพียง 4.2 ล้านลิตร/วัน หรือลดลง 79.8%

ลดเจ็ตเพิ่มดีเซล

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า สนพ.จะประเมินสถานการณ์ความต้องการใช้น้ำมันเจ็ตอีกครั้งหลังที่เริ่มการเปิดประเทศในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ว่า จะส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันกลับมากลั่นน้ำมันเจ็ตเป็นปกติหรือไม่ โดยภาพรวมการเปิดรับนักท่องเที่ยวช่วง 1 กรกฎาคมจะมีการบินเข้า-ออกประเทศได้มากน้อยเพียงใด

“ที่ผ่านมาสายการบินหยุดบิน โรงกลั่นต้องลดสัดส่วนการผลิตน้ำมันเจ็ตไปกว่าครึ่งแล้วไปผลิตน้ำมันดีเซลแทน คาดว่าหลังเปิดประเทศกำลังการผลิตจะกลับมาได้บ้าง แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เบื้องต้นคาดว่าผู้ผลิตน่าจะกลับมาผลิตเป็นปกติทั้งหมดได้ 100% ในช่วงปี 2565” นายวัฒนพงษ์กล่าว

ความหวังเปิดบินรอบใหม่

นายวันชัย วิจักรชน ผู้จัดการฝ่ายขายธุรกิจพาณิชยกรรมน้ำมันเชื้อเพลิง บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Esso กล่าวว่า การเปิดประเทศในวันที่ 1 ก.ค.นี้ จะทำให้มีการเดินทางมากขึ้น ส่งผลดีต่อความต้องการน้ำมันเจ็ตน่าจะดีขึ้น แต่ยังตอบไม่ได้ชัดเจนต้องรอดูการประเมินสถานการณ์การระบาดของโควิดในช่วงนั้นอีกครั้ง

ถ้าสมมุติว่ามีความต้องการใช้น้ำมันเจ็ตกลับมา ทางเอสโซ่สามารถสับสวิตช์จากที่ได้เปลี่ยนไปผลิตดีเซลก่อนหน้านี้ให้กลับมาเป็นเจ็ตได้ โดยเอสโซ่สามารถปรับการกลั่นให้สอดคล้องกับความต้องการผลิตภัณฑ์ทันตามความต้องการของตลาด “น้ำมันดีเซลที่ผลิตได้จากโรงกลั่นเอสโซ่ ศรีราชา เราขายในประเทศเป็นส่วนมากเกือบ 90% ส่วนที่เหลือเรามีส่งออกไปขายที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า กัมพูชา และจีน แต่ไม่ได้ส่งไปที่เวียดนาม”

ส่วนด้านผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง ปตท. ซึ่งเดิมสามารถผลิตน้ำมันเจ็ตได้ 20 ล้านตัน/วันในช่วงปี 2561 โดยนางจิราพร ขาวสวัสดิ์ รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า การจำหน่ายน้ำมันเจ็ตก่อนโควิด-19 คิดเป็น 10% ของวอลุ่มน้ำมันทั้งหมดของ OR ทั้งขายปลีกและขายพาณิชย์

โดยแบ่งอากาศยานเป็น 2 ภาค คือ เติมเครื่องบินในประเทศและต่างประเทศ พอถึงสิ้นปี 2563 จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของไทยดี ทำให้ยอดขายน้ำมันอากาศยานในประเทศฟื้นกลับมาเกือบเท่าเดิม จะยังเหลือเฉพาะยอดขายต่างประเทศเท่านั้น ถ้าถามเอฟเฟ็กต์ตอนนี้เหลือเฉพาะน้ำมันอากาศยานต่างประเทศ ซึ่งเมื่อเทียบกับ total สัดส่วนต่างประเทศ 60% ในประเทศ 40%

“การบินไทยมีการสั่งซื้อน้ำมันจาก ปตท.ไปใช้ส่วนหนึ่ง ตอนที่ซื้อจะใช้วิธีการประมูล ซึ่ง OR ประมูลมาได้ส่วนหนึ่ง และเมื่อหลังจากมีเรื่องแผนฟื้นฟูการขายตอนนี้จะเป็นลักษณะขายส่ง ซึ่งตอนนี้การบินไทยมีแผนชัดเจนว่าจะมียอดจำหน่ายตั๋วเท่าไรถึงจะสั่งซื้อน้ำมัน ไม่สต๊อกไว้เหมือนแต่ก่อนแล้ว” นางจิราพรกล่าว

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดโควิด-19 ตั้งแต่รอบแรกปี 2563 โรงกลั่นไทยออยล์ได้ลดการผลิตน้ำมันเจ็ตลง จากเดิมที่มีสัดส่วน 20% เหลือเพียง 10% เนื่องจาดดีมานด์หายไปตามการหยุดชะงักของการบิน

ดังนั้น จึงต้องปรับการผลิตมาเป็นน้ำมันดีเซลทดแทนหลังจากเปิดประเทศในวันที่ 1 ก.ค.นี้ จะสามารถกลับมาเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันเจ็ตเหมือนเดิมหรือไม่นั้น “ต้องรอให้สายการบินกลับมาสู่ภาวะปกติก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 2 ปี”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน