ปศุสัตว์สงขลาแจงสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ยันต้องคุมเข้มการเคลื่อนย้ายสุกรข้ามเขต กันโรคระบาดไม่ให้ขยายวงกว้าง เผยหากสงขลามีโรงฆ่ามาตรฐานไม่พอ ให้เชือดที่พัทลุง แล้วส่งสุกรซากไปขายแทนสุกรมีชีวิต
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 สมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ได้ทำหนังสือถึงนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลาผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ขอเข้าพบเพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาสุกรขาดแคลนใน จ.สงขลา
เนื่องจากเกิดการระบาดของโรค PRRS ขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ทำให้จังหวัดเหล่านั้นถูกกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวังโรคระบาด PRRS
ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายสุกรข้ามเขตจังหวัดเป็นไปได้ยากขึ้น โดยต้องมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เจ้าหน้าที่่ปศุสัตว์ออกต้องแนบผลการตรวจเลือดสุกรเพื่อตรวจโรคต้นทางก่อน และปลายทางรับสุกรจะต้องเป็นโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
จังหวัดปลายทางจึงสามารถตอบรับการเคลื่อนย้ายได้ ส่งผลให้จังหวัดพัทลุงที่มีการเลี้ยงสุกรมากเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ และเป็นอันดับ 4 ของประเทศไม่สามารถเคลื่อนย้ายสุกรไปขายในจังหวัดอื่นได้สะดวก ขณะที่จังหวัดสงขลามีโรงฆ่าสุกรที่ได้มาตรฐานจากกรมปศุสัตว์เพียงแห่งเดียว
ทำให้ขาดแคลนเนื้อสุกรในการบริโภค จากช่วงปกติภาวะเศรษฐกิจดีมีการบริโภคไม่ต่ำกว่า 1,000 ตัวต่อวัน แต่ปัจจุบันมีสถานการณ์โควิด-19 และยังไม่เปิดประเทศ สงขลามีสุกรจำหน่ายประมาณ 500-600 ตัวต่อวันเท่านั้น
นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 ทางสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ และตัวแทนผู้ประกอบการจำนวน 20 คน ได้เข้าพบนายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา
และนายสัตวแพทย์กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา เป็นประธานในการรับฟังปัญหาการเลี้ยงสุกรและปัญหาสุกรขาดแคลนในจังหวัดสงขลาที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา
ทั้งนี้ ทางปศุสัตว์จังหวัดสงขลารับทราบปัญหา และแจ้งว่าขณะนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ปลอดโรคระบาด
จะได้ควบคุมผลกระทบไม่ให้ขยายวงกว้างออกไปอีกส่วนการแก้ปัญหาหากโรงฆ่าสุกรที่ได้มาตรฐานในจังหวัดสงขลามีไม่เพียงพอให้ใช้โรงฆ่าสุกรที่ได้รับมาตรฐานที่จังหวัดพัทลุงแล้วส่งออกเป็นสุกรซีกไปขายแทน
ทั้งนี้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา พร้อมที่จะเป็นช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ และพร้อมจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงตามอำนาจหน้าที่ และความเหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป
“ทางปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ขอเวลาประมาณ 2-3 เดือน ถ้าสถานการณ์โรคระบาดในสุกรคลี่คลาย และเข้าสู่ภาวะปกติจะมีการผ่อนคลายปลดล็อกมาตรการต่าง ๆ ให้”
นายปรีชากล่าวต่อไปว่า สำหรับการส่งออกไปยังจังหวัดสงขลา ขณะนี้มี 2 มาตรการเข้มข้น คือ 1.ต้องเจาะเลือดตรวจโรคสุกรที่ต้นทางก่อนจะเคลื่อนย้ายสุกรออกไป 2.ปลายทางรับสุกรจะต้องมีโรงฆ่าที่ได้รับมาตรฐานรองรับเท่านั้น
“สำหรับราคาสุกรหน้าฟาร์มขณะนี้ ราคา 80 บาท/กก.”
น.ส.สมร อินทร์ภักดี ผู้จัดการสหกรณ์ผู้เลี้ยงสัตว์จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า การเลี้ยงสุกรและการค้าสุกรจังหวัดพัทลุง ยังดำเนินต่อไปได้จากมาตรการที่เข้มข้นในการควบคุมโรคระบาดของภาครัฐ และการค้าสุกรของเกษตรกรผู้เลี้ยงต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่กันได้