เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
Finance ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
Business มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
ดูทั้งหมด

ทุน “ไหลกลับ” ตลาดหุ้นสหรัฐ พลิกแซงจีนหลังเศรษฐกิจโตแกร่ง

24 เม.ย. 2564 | 17:58น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

เดือนมีนาคมปีที่แล้ว เมื่อไวรัสโควิด-19 ย้ายศูนย์กลางการระบาดใหญ่มายังสหรัฐอเมริกา ในขณะที่จีนเริ่มจะควบคุมสถานการณ์ได้ ตลาดหุ้นสหรัฐ “ดิ่ง” ลงรุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลอย่างหนักหลังจากยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในอเมริกาสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก

ขณะเดียวกัน จีนซึ่งเป็นต้นตอของไวรัส เศรษฐกิจสามารถพลิกฟื้นกลับมาเติบโตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีเดียวกัน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เงินลงทุนสะสมสุทธิใน “ตลาดหุ้นสหรัฐ” นับตั้งแต่ต้นปีที่แล้วไปจนถึงก่อนเดือนธันวาคมปีเดียวกันติดลบ ส่วนเงินลงทุนสะสมใน “ตลาดหุ้นจีน” กลับเป็นบวก

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่สัปดาห์หลังจาก “โจ ไบเดน” จากพรรคเดโมแครต ชนะเลือกตั้งและได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ พร้อมกับออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ บวกด้วยโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้เงินลงทุนไหลกลับสหรัฐ ส่งผลให้ยอดเงินลงทุนสะสมสุทธิจนถึงวันที่ 7 เมษายนปีนี้ พลิกกลับมาแซงจีน โดยอยู่ที่ 1.7 แสนล้านดอลลาร์

ขณะที่เงินลงทุนในตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 2.978 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเก็บรวบรวมโดยบริษัทวิจัยกองทุน อีพีเอฟอาร์ โกลบอล ซึ่งติดตามการลงทุนของกองทุนทั่วโลกมากกว่า 1 แสนกองทุน

ผู้บริหารของอีพีเอฟอาร์ฯระบุว่า แต่เดิมนักลงทุนคาดว่าจะลงทุนเพียงระยะสั้นในตลาดหุ้นสหรัฐ เพื่อตอบรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อฝ่าโควิด-19 ของรัฐบาล แต่เมื่อ “โจ ไบเดน” เข้าบริหารประเทศและเพิ่มมาตรการกระตุ้นรอบใหม่ แต่ก็ยังคงวางท่าทีแข็งกร้าวกับจีน ซึ่งก่อให้เกิดความอึมครึมทางการเมืองสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์จีน จึงทำให้นักลงทุนเริ่มทบทวนมุมมองการลงทุนที่มีต่อจีนและสหรัฐเสียใหม่

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐก็พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ไปเรื่อย ๆ ส่วนตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้แทบไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ต่างจากก่อนหน้านั้นที่นักลงทุนหลายล้านรายทุ่มการลงทุนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้จนราคาหุ้นพุ่งทะยาน กระทั่งภาครัฐได้ออกมาเตือนเรื่องความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม อีพีเอฟอาร์ฯชี้ว่า ในระดับโลกแล้วทั้งตลาดหุ้นจีนและสหรัฐ ก็เป็นเพียงสองแห่งที่สามารถดึงดูดนักลงทุนระหว่างประเทศได้มากที่สุดในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเชื่อว่าตลาดหุ้นจีนก็จะยังสามารถดึงดูดเงินลงทุนได้ต่อไป เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยยังมีความต้องการซื้อสินทรัพย์จีนอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีดาวโจนส์เมื่อวันที่ 8 เมษายน เพิ่มขึ้น 305.10 จุด หรือ 0.9% ปิดตลาดที่ 34,035.99 จุด ถือเป็นครั้งแรกที่ปิดตลาดเกิน 34,000 จุด ซึ่งเป็นหลักไมล์สำคัญ ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.1% ปิดที่ 4,170.42 จุด ทำสถิติใหม่เช่นกัน

ด้านแนสแดคซึ่งคึกคักมาตลอด ก็ยังคงเดินหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% ปิดที่ 14,038.76 จุด หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง ทั้งการฟื้นตัวของภาคการบริโภคและตลาดแรงงาน

โดยยอดขายค้าปลีกเดือนมีนาคมปรับขึ้นถึง 9.8% สูงกว่าตลาดคาดการณ์ที่ 6.1% ส่วนยอดผู้ยื่นขอรับสวัสดิการเนื่องจากว่างงานมีเพียง 5.76 แสนราย ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่าจะมี 7.1 แสนราย ต่ำที่สุดนับจากเดือนมีนาคมปีที่แล้ว

“ไรอัน ดีทริก” หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดของแอลพีแอล ไฟแนนเชียล กล่าวถึงกรณีดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเกิน 34,000 จุด ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เมื่อหวนคิดกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราในช่วงเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว ความยืดหยุ่นและความเร็วในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และช่วยสนับสนุนเหตุผลที่ว่าทำไมตลาดหุ้นจึงทำสถิติสูงตลอดกาล

ทางด้าน “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟด ก็ได้กล่าวก่อนหน้านี้เช่นกันว่า เศรษฐกิจสหรัฐมาถึงจุดเปลี่ยนอันเนื่องมาจากมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจจากรัฐบาล รวมทั้งการเร่งฉีดวัคซีนให้กับชาวอเมริกัน เราอาจรู้สึกว่าขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจก็ยังมีอยู่ นั่นคือไวรัสอาจระบาดอีกรอบ จะเป็นการฉลาดกว่าหากประชาชนสามารถรักษามาตรการป้องกันไวรัสทั้งการเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน สหรัฐ ตลาดหุ้น