เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

บริบท “พลังงานสะอาด” ระดมสมองช่วยโลกปลอดภัยยั่งยืน

26 พ.ค. 2564 | 10:46น.
เสวนาอากาศสะอาด

ภาคจราจรและการขนส่งถือเป็นหนึ่งในผู้ร้ายที่สร้างมลพิษทางอากาศสูงสุด เพราะรถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือรถที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลเป็นเชื้อเพลิงก่อให้เกิดมลพิษ รวมถึงฝุ่นละอองและควันในอากาศปริมาณมาก ทั้งนี้ ประเทศไทยพยายามแก้ปัญหาด้วยการเร่งขับเคลื่อนนโยบาย ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และลดการใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในให้เร็วขึ้น

จากมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2564 กำหนดทิศทาง และคาดการณ์ว่าปี 2568 ราคารถอีวีจะเทียบเท่ากับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน พร้อมวางเป้าหมายใช้ยานยนต์ทุกประเภทเป็นอีวีสูงถึง 1.05 ล้านคัน ทั้งยังตั้งเป้าผลิตภายในประเทศ 100% ภายในปี 2578 อีกทั้งยังเร่งบูรณาการทุกภาคส่วนออกมาตรการกระตุ้นการใช้ระยะเร่งด่วน 1-5 ปี เพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (low carbon society)

ผลเช่นนี้ จึงทำให้ techsauce ผู้นำเสนอคอนเทนต์เพื่อวงการเทคโนโลยีในโลกธุรกิจร่วมกับบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช หรือบ๊อช ประเทศไทย จัดกิจกรรม Roundtable Talk : How to Make Clean Public Transport Possible ? วงเสวนาออนไลน์ว่าด้วยเรื่อง “การนำพาอากาศสะอาดสู่ภาคการขนส่งไทย” โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ เอกชนหลายแห่งร่วมหารือถึงการแก้ปัญหามลพิษ บทบาทขององค์กร และการส่งเสริมใช้พลังงานสะอาดและรถอีวี

เปลี่ยนด้วยเทคโนโลยีใหม่

“พันศักดิ์ ถิรมงคล” ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ กล่าวในเบื้องต้นถึงแหล่งที่มาของมลพิษว่ามาจากหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม, การจราจร, การเผาในที่โล่ง หรือแม้แต่มลพิษจากการข้ามพรมแดน ซึ่งความหนาแน่นจะขึ้นอยู่กับสถานที่ เวลา เพราะแต่ละแห่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ต่างกัน อย่างเช่น มลพิษข้ามพรมแดนมักเกิดในช่วงหน้าแล้งประมาณเดือน มิ.ย. และมักจะมาจากประเทศเพื่อนบ้านแถบทางใต้ที่เผาวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรจนลอยมาตามทิศทางลม

“จากแหล่งที่มาของมลพิษที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ประชาชนจะใกล้ชิดกับมลพิษที่เกิดจากการจราจรขนส่งมากที่สุด เพราะถ้าเป็นมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะอยู่นอกตัวเมือง ไม่ได้กระจายตัวเหมือนรถยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างมากต่อสุขภาพของคน ฉะนั้น จึงต้องผลักดันให้มีการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ยิ่งนำมาใช้เร็วเท่าไหร่ก็จะแก้ปัญหามลพิษได้เร็วขึ้น”

“แต่คงไม่เร็วมากนัก เพราะเมื่อเราเปลี่ยนเทคโนโลยีแล้วกว่าเทคโนโลยีใหม่จะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเก่าคงต้องใช้เวลาหลายปี ยกตัวอย่างที่เคยศึกษาเรื่องมาตรฐานไอเสียยูโรของรถยนต์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระดับของสารพิษตอนที่เราเปลี่ยนจากยูโร 3 มาเป็นยูโร 4 กว่าจะเห็นผลว่ามลพิษทางอากาศลดลงอย่างน้อยก็ 5 ปีแล้ว ผมถึงบอกว่าคงต้องใช้เวลา”

กฎหมายตัวแปรสำคัญ

“นฤมล นวลปลอด” Head of Strategy, Marketing and Sales, BOSCH Mobility Solutions SEA กล่าวว่า ภาพการเป็น sustainable mobility นับเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะผู้ผลิตรถยนต์หรือชิ้นส่วนยานยนต์ หรือแม้แต่ผู้ใช้รถใช้ถนน ไปจนถึงความท้าทายของผู้นำแต่ละประเทศ

เพราะปัจจุบันรถยนต์อีวีเริ่มเข้ามามีบทบาทในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงมีการผลักดันนโยบายให้มีการใช้มากขึ้น แต่การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์อีวีในแต่ละภูมิภาคจะช้าเร็วไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการบังคับใช้กฎหมายของสภาพเศรษฐกิจ สังคม โครงสร้างพลังงานแต่ละประเทศ

“สำหรับประเทศไทยภาครัฐมีนโยบายเพื่อเปลี่ยนผ่านมาสู่การใช้อีวีแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง และความชัดเจนในมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงมาตรฐานโรดแมปบูรณาการ ถ้ามีความชัดเจนมากขึ้นจะทำให้ผู้ผลิตยานยนต์ ชิ้นส่วน รวมถึงผู้ใช้ยานยนต์ ประชาชน สามารถเตรียมตัว และวิเคราะห์ว่าความพร้อมของตนเองมีมากน้อยแค่ไหนที่จะใช้อีวี อย่างไรก็ดี ไม่ใช่แค่อีวีแต่รวมถึงเทคโนโลยสมัยใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย”

“นฤมล” กล่าวต่อว่า สำหรับบ๊อชตั้งแต่ปี 2561 ได้ลงทุนศึกษาพัฒนาระบบยานยนต์ไฟฟ้าด้วยเงินทุนประมาณ 5 พันล้านยูโรทั่วโลก พร้อมจัดทำโครงการที่ใช้ระบบส่งกำลังไฟฟ้ามาแล้วกว่า 90 โครงการ โดยรวมแล้วปัจจุบันมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ระบบส่งกำลังไฟฟ้าของบ๊อชอยู่บนถนนทั่วโลกประมาณ 2.5 ล้านคัน

ไม่เฉพาะในส่วนเครื่องยนต์ ระบบเบรกที่ใช้ในรถยนต์ปัจจุบันก็มีส่วนทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 เช่นกัน ยกตัวอย่าง กรมสิ่งแวดล้อม เยอรมนี มีการศึกษาพบว่าการเบรกและยางล้อของรถยนต์มีส่วนทำให้เกิดฝุ่นประมาณ 32%

“จากตรงนี้จึงมีการนำเทคโนโลยี regenerative breaking system เข้ามาพัฒนา โดยเทคโนโลยีตัวนี้จะใช้งานในยานยนต์ที่เป็นไฮบริดและอีวี ทำให้ระบบเบรกเป็นระบบชาร์จไฟ ทั้งยังช่วยลดค่าการเกิดฝุ่นได้ถึง 95% นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่น ๆ ที่มาเป็นตัวช่วยในการลดมลพิษด้วยการนำ AI และ IOT เข้ามาผนวกจนทำให้มีการคิดค้นนวัตกรรมอย่างกล่องตรวจสอบสภาพมลพิษเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประมวล วิเคราะห์ และใช้ระบายรถในที่ที่มีมลพิษสูง”

ยกเว้นภาษี 3-5 ปี

ขณะที่ “จักรกฤช ตั้งใจตรง” ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิศวกรรมยานยนต์ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก กล่าวเสริมว่า ในการขับเคลื่อนให้ประชาชนหันมาใช้อีวีนั้น ผมมองว่าไม่สามารถทำได้ทันที เพราะเมืองไทยมีผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย หรือมีผู้ประกอบการเทียร์ 2-3 ผู้ที่คอยซัพพลายชิ้นส่วนยานยนต์ให้บริษัทใหญ่ ๆ

“ถ้าเราพลิกกระโดดไปใช้เลย คนเทียร์ 2-3 จะแย่หมด เพราะเปลี่ยนไม่ทัน ผมเชื่อในการพัฒนาทีละขั้นมากกว่า โดยในสเต็ปแรกมองว่าเป็นเรื่องของภาษีที่คนบอกว่าแพง การเก็บภาษีมีหลายส่วน แต่สำหรับกรมการขนส่งทางบกเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ คือ เก็บอัตราภาษีตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปริมาตรความจุของกระบอกสูบเครื่องยนต์ (CC) ถ้าปล่อยน้อยภาษีก็ถูก ปล่อยมากภาษีก็แพง เพราะรถยนต์มีส่วนทำลายท้องถนนและสิ่งแวดล้อมมาก”

“ดังนั้น หากจะทำให้คนเปลี่ยนมาใช้อีวีเลยคือต้องยกเว้นภาษีประจำปีใน 3-5 ปีแรกให้กับรถอีวีทุกแบบที่จดทะเบียนในช่วงก่อนปี 2573 มาตรการนี้ต่างประเทศใช้แล้ว ตอนนี้ภาคขนส่งมีการทบทวนรายละเอียดต่าง ๆ ของมาตรการที่จะขับเคลื่อน ทั้งในส่วนรถยนต์และขนส่งสาธารณะ เพียงแต่ตอนนี้อาจต้องรอผู้บริหารสรุป และคาดว่าจะมีรายงานออกมาชัดเจนภายใน 1-2 ปีนี้ แต่เบื้องต้น”

“สิ่งที่ภาคขนส่งเร่งดำเนินการจัดการเรื่องมลพิษทางอากาศอยู่ตอนนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรก ก่อนรถจดทะเบียน กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานมาตรฐานการผลิตอุตสาหกรรม จะมีการกำหนดมาตรฐานและตรวจสอบระดับมลพิษในเครื่องยนต์แต่ละประเภท รวมทั้งมีการตรวจสภาพรถด้วย”

“หลังจากมีการจดทะเบียน ทางกรมการขนส่งทางบกจะคอยตรวจวัดค่าควันดำจากยานพาหนะ โดยเฉพาะรถที่ใช้ในการบรรทุกสินค้า และจะมีการดำเนินคดีสำหรับรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานกำหนดไว้ประมาณไม่เกิน 45% ทุกคัน ซึ่งตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563 ถึงปัจจุบันมีการตรวจรถบรรทุกไปแล้ว 175,000 คัน โดนสั่งห้ามใช้แล้ว 1,470 คัน เป็นการตรวจจากสถานที่ตรวจสภาพรถและพบเห็นบนท้องถนน ก็พยายามตรวจต่อเนื่อง รวมถึงประชาชนเมื่อพบเห็นสามารถแจ้งกรมการขนส่งฯเข้ามาได้”

ปี 2050 มุ่งสู่พลังงานสะอาด

สำหรับ “วฤต รัตนชื่น” ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตอนนี้ กฟผ.เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อสภาพอากาศของไทย เพราะว่าภาคการผลิตไฟฟ้าถือว่าเป็นภาคที่มีการปล่อยมลพิษหรือคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุด ตามด้วยภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง

ดังนั้น หากอนาคตมีการใช้รถยนต์อีวีมากขึ้น รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะ ระบบรางกลายเป็นไฟฟ้าหมด ภาคการผลิตไฟฟ้าจะยิ่งถูกมองว่าปล่อยมลพิษสูงขึ้นไปอีก ดังนั้น ถ้าจะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะต้องมีการนำเอาพลังงานทดแทนเข้ามา ซึ่งทาง กฟผ.กำลังมองถึงการดำเนินการ 3 ส่วน คือ 1.เพิ่มแหล่งผลิตไฟฟ้า ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยจะเพิ่มแหล่งผลิตไฟฟ้าบริเวณอ่างเก็บน้ำ

2.สร้างอีโคซิสเต็ม (ecosystem) เชิงเทคนิคที่ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความยืดหยุ่น พร้อมตั้งศูนย์พยากรณ์พลังงานหมุนเวียนที่ผันผวน ปรับแหล่งผลิตไฟฟ้าให้พร้อมรับกับความผันผวนจากแดด ลม ฝน รวมทั้งพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (energy storage) และในอนาคตจะมีการศึกษาเรื่องการรียูส (reuse) แบตเตอรี่เก่าของรถยนต์มาใช้ในการผลิตไฟฟ้า

และ 3.สร้างอีโคซิสเต็มเชิงการบริหารจัดการ โดยจะสร้างกลไกให้กับบริษัทจากต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในบ้านเราได้ซื้อไฟจากเราไปใช้

อย่างไรก็ตาม เรื่องสภาพอากาศกำลังเป็นภัยคุกคาม วันนี้ประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง เช่น สหภาพยุโรป, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ ประกาศชัดว่า ปี 2050 จะเป็น carbon neutral คือ ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เท่าไหร่ก็จัดการเท่านั้น ขณะเดียวกัน ภาพที่เห็นตอนนี้คือบริษัทข้ามชาติทั้งที่เข้ามาลงทุนในไทยแล้วและกำลังจะเข้ามา กำลังวิ่งหาพลังงานสะอาด

โดยส่วนใหญ่วางเป้าหมายว่าจะต้องใช้พลังงานสะอาดกี่เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2025 ซึ่งเป็นนโยบายตามบริษัทแม่ แสดงว่าทั่วโลกตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝุ่น PM 2.5