“อภิศักดิ์” ดัน 3 กรมภาษีเชื่อมข้อมูลผู้เสียภาษีเป็น “บิ๊กดาต้า” สรรพสามิตเตรียมปรับระบบแสตมป์สุรา-ยาสูบใช้สแกนคิวอาร์โค้ด “กฤษฎา” มั่นใจปีงบประมาณ 2561 เก็บรายได้เข้าเป้า 6 แสนล้าน
วันนี้ (8 พ.ย.) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้เป็นประธานเปิดศูนย์บัญชาการกรมสรรพสามิต (Excise Command Center) ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงสรรพสามิตทั้ง 10 ภาค เพื่อให้สามารถตรวจสอบควบคุมการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการลิงค์ข้อมูลการจัดเก็บภาษีทั้งหมดเข้าสู่ระบบ ทำให้สามารถเห็นข้อมูลได้เป็นรายวัน และนำมาวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาได้
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่กรมสรรพสามิตดำเนินการนี้ เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลอยากเห็น คือก้าวไปสู่ ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจแบบดิจิทัล

“ขั้นตอนต่อไป จะมีการนำข้อมูลของกรมสรรพสามิตทั้งหมดไปเชื่อมโยงกับหน่วยจัดเก็บภาษีหน่วยอื่น ทั้งกรมสรรพากร และกรมศุลกากร ซึ่งจะมีผลทำให้ได้บิ๊กดาต้าออกมา สามารถนำข้อมูลของผู้เสียภาษีทั้งหมดมาวิเคราะห์และนำมาใช้ประโยชน์ในอนาคต” นายอภิศักดิ์กล่าว
รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังอยู่ระหว่างเปลี่ยนระบบแสตมป์ที่ใช้มานาน โดยศึกษาว่าทำอย่างไรจะป้องกันไม่ให้มีการทำปลอมหรือลอกแสตมป์เดิมไปใช้ได้ ซึ่งเบื้องต้นมีแนวทางว่าจะใช้เป็นสติ๊กเกอร์ที่มีคิวอาร์โค้ดอยู่บนนั้น จะทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลของสุรา ยาสูบนั้นได้ และน่าจะทำให้การหลีกเลี่ยงภาษีลดลง
รมว.คลัง กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2561 นี้ การจัดเก็บรายได้รัฐบาลน่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะในส่วนของกรมสรรพากร น่าจะทำได้ตามเป้าหมาย เพราะประมาณการเกี่ยวกับราคาน้ำมันน่าจะใกล้เคียงความจริงมากขึ้น

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2561 กรมสรรพสามิตมีเป้าหมายจัดเก็บรายได้ที่ 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 7-8% จากปีก่อน ถือว่าเป็นเป้าที่ท้าทาย ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพในด้านระบบไอทีจะช่วยให้จัดเก็บรายได้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ส่วนการนำสติ๊กเกอร์และคิวอาร์โค้ดมาใช้กับสินค้าสุรา ยาสูบนั้น อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ โดยทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ศึกษา และนำเสนอผลศึกษามาแล้วว่า สามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้าและป้องกันการปลอมได้
นอกจากนี้ สุรา ยาสูบที่ขายในร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) จะมีการให้ติดแสตมป์ระบบใหม่ด้วย
