เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศบค. จ่อให้ “ผู้ป่วยสีเขียว” รักษาตัวที่บ้าน ถก รพ.รัฐ-เอกชน ระดมช่วยกทม.

24 มิ.ย. 2564 | 16:56น.
แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์

แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์

ศบค.ถก รพ.ใหญ่ของรัฐ-เอกชน ระดมระดมสรรพกำลังช่วย กทม.  ทั้งแพทย์จบใหม่-ขยายเตียง-ทีมสอบสวนโรค หวังรองรับผู้ป่วยอาการหนักมากขึ้น  เล็งให้ “ผู้ป่วยสีเขียว” กลับไปรักษาตัวที่บ้าน แต่ยังห่วงความปลอดภัยในหลายด้าน หวั่นกลับไปแพร่เชื้อในครอบครัว เพื่อนบ้าน ชุมชน

วันที่ 24 มิถุนายน 2564 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยถึงเรื่องปัญหาการบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยใน กทม. และปริมณฑล ว่า ที่ประชุมมีการหารือกันมาหลายสัปดาห์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. มีความเป็นห่วงและกำกับเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้พยายามช่วยเหลือ กทม.และปริมณฑล เพิ่มศักยภาพขยายเตียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ข้อจำกัดที่เป็นห่วง คือ เตียงรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง และสีแดงที่มีอาการรุนแรง

ทั้งนี้ ในที่ประชุมอีโอซีวันนี้ ที่มี ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษาศูนย์บูรณาการดูแลโรคระบาดพื้นที่กทม.และปริมณฑล ได้มีการหารือกันและข้อเสนอแนะ 3 ประการ ส่วนหนึ่งคือการเพิ่มเตียงในระดับสีแดง ได้พูดถึงโรงพยาบาลบางขุนเทียน และ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ที่จะมีการยกระดับให้รักษาผู้ป่วยในระดับรุนแรงมากขึ้น

รวมทั้งจะมีการหารือกับโรงพยาบาลเอกชน โดย นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบทุกภาคส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ระดมสรรพกำลัง เพิ่มประสิทธิภาพให้ กทม.และปริมณฑล โดยหารือกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ และ รพ.ธนบุรี เพื่อปรับพื้นที่โรงพยาบาล ให้สามารถรองรับผู้ป่วยกลุ่มอาการรุนแรงให้มากขึ้น รวมถึงโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และวชิรพยาบาล ใน 3 ส่วนนี้จะมีการระดมบุคลากรเพื่อเปิดเตียงรองรับอีกกว่า 50 เตียงภายในเดือน มิ.ย.

“ส่วนข้อจำกัดเรื่องบุคลากร มีการพูดคุยกันระดมจากทุกภาคส่วนทั้งทหาร หรือบุคลากรสาธารณสุขจากต่างจังหวัด รวมถึงมีการหารือแพทย์จบใหม่ที่สอบเสร็จแล้ว ระดมสรรพกำลังมาดูแลใน กทม.และปริมณฑล นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการเพิ่มทีมสอบสวนโรคด้วย เพราะเป็นกลไกสำคัญในการค้นหา แยกผู้ป่วยและป้องกันระบาดในวงกว้าง” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวและว่า

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้มีการหารือกันถึงมาตรการอนุญาตให้ผู้ป่วยสามารถเลือกที่จะดูแลตัวเองที่บ้าน (home isolation) อย่างไรก็ตามตรงนี้มีรายละเอียดอยู่มาก อาจจะยังไม่ได้เป็นข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากมีอันตรายที่ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาหลายจุด

อย่างแรกคือ ต้องมีการประเมินอาการที่แม่นยำ เพราะกลุ่มสีเหลืองและแดง ไม่สามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ ต้องเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวเท่านั้น และในแง่การปฏิบัติตัว ต้องผ่านการประเมินว่าสามารถปฏิบัติได้อย่างปลอดภัย ภายใต้การประเมินของบุคลากรแพทย์ด้วย

รวมถึงยังมีประเด็นละเอียดอ่อนที่เขาจะกักกันตัวเองอย่างไรที่จะไม่นำเชื้อไปติดต่อในครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือชุมชน หรือการที่จะมีการวิดีโอคอลเพื่อติดตามหากมีอาการเปลี่ยนแปลงจะส่งต่อกันอย่างไรให้มีความปลอดภัย เป็นต้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการประชุมทางไกลมาจากผู้ว่าฯ ในเขตปริมณฑล คือ นครปฐม รายงานสถานการณ์ที่เราติดตามคือการแพร่ระบาดกระจายในสถานที่ชำแหละสัตว์จากที่หนึ่งไปอีกหลายที่ พบว่ามาจากการเคลื่อนย้ายแรงงาน และมีปัญหาในพื้นที่แรงงานต่างด้าว ตอนนี้จังหวัดพยายามระดมบูรณาการทุกภาคส่วนจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ มีการหารือกับผู้ประกอบการ หารือกำชับมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการเตรียมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงเรื่องการกระจายวัคซีนของนครปฐม ซึ่ง ศบค.ชุดเล็ก สธ.ก็รับข้อเสนอแนะที่เสนอเข้ามา ตอนนี้อาจมีการติติงหลายภาคส่วน เนื่องจากเรามีวัคซีนค่อนข้างจำกัด การกระจายอาจไม่ทั่วถึงล่าช้า แต่ สธ.พยายามรับและปรับให้เร็วขึ้น กระจายมากขึ้น ทุกจังหวัดตอนนี้กระจายวัคซีนจะเป็นอย่างมากขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.นี้ เพราะจะมีวัคซีนมากขึ้น

“ฝากทุกจังหวัด ศบค.ไม่ได้ทอดทิ้งจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง และให้ความสำคัญทุกพื้นที่ แต่การพิจารณาตอนนี้อาจจะกระจายไปยังพื้นที่เสี่ยงสูงเป็นหลักก่อน” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.