กระทรวงเกษตรฯ ข้าราชการเวิร์กฟรอมโฮม 100% ยาว 1 เดือน
ปลัดเกษตรฯสั่งเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มข้น ให้กักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิด และให้สำนัก/กองในสังกัดที่มีผู้ติดเชื้อทำงานที่บ้าน (Work from home) 100% ส่วนบุคลากรในองค์กรให้การปฏิบัติเหลื่อมเวลา สลับวันหรือเวลาทำงาน 95-100% ระยะเวลา 1 เดือน ถึง 31 ก.ค.
วันที่ 29 มิถุนายน 2564 นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) และมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดเชื้อนั้น จึงได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มข้น สั่งกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิด และให้สำนัก/กองที่มีผู้ติดเชื้อ WFH 100% ส่วนสำนัก/กองอื่น ให้พิจารณา WFH 95-100% เพื่อให้การป้องกันและควบคุมกำจัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นไปตามมาตรฐานของภาครัฐ

นอกจากนี้ ยังคงเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานตามแนวทางที่กำหนดโดยความเข้มงวด ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติ คือ
1) ให้บุคลากรในองค์กร ปฏิบัติราชการที่บ้าน (Work from home) และ/หรือการปฏิบัติเหลื่อมเวลา สลับวันหรือเวลาทำงาน ร้อยละ 95-100 ของจำนวนบุคลากรในหน่วยงาน สามารถปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานกับประสิทธิภาพประสิทธิผลในการบริหารราชการและการให้บริการประชาชนเป็นสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 1-31 กรกฎาคม 2564 โดยหากมีภารกิจเร่งด่วนต้องเข้าปฏิบัติงานที่สำนักงาน ขอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จและ/หรือนำไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง เพื่อลดความแออัดและการติดต่อสัมผัสระหว่างบุคคล
2) เน้นย้ำบุคลากรให้ปฏิบัติงานตามหลัก DMHTT (D : Social Distancing เว้นระยะห่าง M : Mask สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน หรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะ H : Hand ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ T : Testing การตรวจเร็ว รักษาเร็ว ควบคุมโรคได้เร็ว และ T : Thai cha na ใช้แอปไทยชนะ) อย่างเคร่งครัด
3) การจัดประชุมหรือเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานอื่น ให้พิจารณาดำเนินการผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น
4) พิจารณาการปฏิบัติงานให้มีการดำเนินงานได้ภายใต้สถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามแผนที่กำหนด โดยเฉพาะงานบริการต้องสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
5) ให้กำชับเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือพื้นที่เสี่ยงตามข้อกำหนดซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงเวลาที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีมีการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง ยกเว้นเหตุราชการ ให้ปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ของจังหวัดนั้น โดยเฉพาะการกักกันในสถานที่ตามระยะเวลา ซึ่งเจ้าพนักงานโรคติดต่อหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขกำหนด
6) กรณีที่พบบุคลากรติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ให้พิจารณาปิดสำนักงาน พ่นฆ่าเชื้อทำความสะอาด และจัดทีมเข้าปฏิบัติงาน โดยปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
7) สำหรับหน่วยงานที่มีการดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชนซึ่งทำให้ต้องมีบุคลากรจากภายนอกเข้ามาอยู่ในพื้นที่สำนักงาน เช่น การปรับปรุง-ซ่อมแซมอาคารสำนักงาน ขอให้พิจารณาสั่งการหยุดปฏิบัติงานตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 25) รวมทั้งให้มีการตรวจสอบบุคลากรกลุ่มดังกล่าวว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และขอให้พิจารณาร่วมกับภาคเอกชนในการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเป็นไปตาม กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
“อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯยังคงเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานตามแนวทางที่กำหนดโดยความเข้มงวด และหากพบว่าบุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดโควิด-19 ได้มีการสั่งการให้มีการพ่นยาฆ่าเชื้อ และแจ้งไทม์ไลน์ไปที่ศูนย์โควิคของกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งให้บุคลากรที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ กักตัวดูอาการเป็นเวลา 14 วันด้วย เพื่อให้การป้องกันและควบคุมกำจัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นไปตามมาตรฐานของภาครัฐอย่างเคร่งครัด” นายทองเปลวกล่าว
