เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดทำเลอสังหาฯ “ขายดีขายอืด” คอนโดสุขุมวิทฟื้นแรงจีนกลับมา
Real Estate เปิดทำเลอสังหาฯ “ขายดีขายอืด” คอนโดสุขุมวิทฟื้นแรงจีนกลับมา
กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต ‘ชัชชาติ’ สั่งเปิดศูนย์พักพิง–เร่งระบายน้ำ
Politics กทม.เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต ‘ชัชชาติ’ สั่งเปิดศูนย์พักพิง–เร่งระบายน้ำ
“เนเน่” Rockstar สร้างประวัติศาสตร์ ภูเก็ต-ประเทศไทย
Biz Movement “เนเน่” Rockstar สร้างประวัติศาสตร์ ภูเก็ต-ประเทศไทย
เบนซ์หนุนรัฐบาลปรับภาษีอีวี ชี้ต้องเป็นธรรม-ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม
Automotive เบนซ์หนุนรัฐบาลปรับภาษีอีวี ชี้ต้องเป็นธรรม-ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม
รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน
Economic รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
Finance อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
Uncategorized พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
World “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
ดูทั้งหมด

“กานต์ ตระกูลฮุน” ขอปีหน้าการเมืองนิ่ง เร่งแก้ระเบียบดึงนักลงทุนหนุนอีอีซี-ดันขนส่งระบบราง

15 พ.ย. 2560 | 13:25น.

นายกานต์ ตระกูลฮุน ประธานโครงการสานพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีงานสัมมนาประชาชาติธุรกิจ “ประเทศไทย 2018 จุดเปลี่ยนและความท้าทาย” โดยกล่าวปาฐกถาพิเศษ New S-Curve ขับเคลื่อนประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายกานต์กล่าวว่า ปัจจุบันบริบทประเทศไทยเปลี่ยนไปใน 3-4 ปีที่ผ่านมา เห็นการเปลี่ยนแปลงของภาครัฐ และเศรษฐกิจ เกิดความเข้มแข็งของประเทศ เอกชนที่แข่งขันสินค้า การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการแข่งขันภายในที่ใหญ่มาก

การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ ในเรื่อง 1.การเมืองที่นิ่ง บ้านเมืองไปได้ดี 2.โครงสร้างพื้นฐานที่อัพเดตทันสมัยและเพียงพอ เช่น 10 ปีที่ผ่านมา ด้านโลจิสติกส์ ใช้ระบบราง 2% น้ำ 15% ถนนและเครื่องบิน 70-80%

จะเห็นว่าสัดส่วนการขนส่งระบบรางมีน้อย ทั้งที่มีทางรถไฟมหาศาลที่ได้มากว่า 100 ปี แต่ไม่มีการสร้างทางคู่ ซึ่งวันนี้กำลังเกิดรถไฟทางคู่ 7 เส้นทาง จะทำให้การขนส่งและเดินทางรวดเร็วขึ้นในอนาคต ขณะนี้เริ่มก่อสร้าง 2 เส้นทาง คือ ทางคู่ชุมทางจิระ-ขอนแก่น และฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ส่วนอีก 5 เส้นทาง กำลังจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า

ส่วนรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเปิดบริการครบ 10 สายทางตามแผนแม่บท ซึ่งเป็นโครงข่ายขยายออกมาจากตัวเมืองไปชานเมือง ทำให้อนาคตจะมีการใช้รถยนต์น้อยลง

อีกโครงการสำคัญคือการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ปัจจุบันเป็นโครงการสำคัญของไทย จะดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ภาครัฐจะมีการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง จะเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 40-45 นาที จะคล้ายกับสนามบินนาริตะ ของญี่ปุ่น ที่เดินทางเข้ามาในตัวเมืองเพียง 40-45 นาที เมื่อแล้วเสร็จจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจประเทศมหาศาล

ในส่วนของสนามบินอู่ตะเภาจะลงทุนพัฒนาพื้นที่เพิ่ม จะมี 2 รันเวย์ เพิ่มการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ อย่าง ศูนย์ซ่อมท่าอากาศยาน (MRO) ซึ่งมีบริษัทสนใจเข้ามาลงทุนแล้ว ใน 10 ปีข้างหน้าอู่ตะเภาจะเป็นสนามบินขนาดใหญ่อีกแห่งต่อจากสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้การพัฒนาพื้นที่อีอีซี นอกจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมแล้ว เรื่องเทคโนโลยี กฎระเบียบด้านกฎหมายก็เป็นสำคัญ ขณะที่กำลังปรับแก้กฎหมาย อีอีซีเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ เมื่อก่อน อีอีซีเน้นการอุตสาหกรรม แต่วันนี้อีอีซีมีเรื่องการท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองมาเกี่ยวข้องซึ่งเป็นโอกาสที่ดี

“อยากให้เอกชนมาลงทุน เพราะได้สิทธิประโยชน์มหาศาลอย่างศูนย์วิจัยและพัฒนา สามารถลดภาษีส่วนบุคคล ได้ 10-15% จากเดิมที่ต้องจ่าย 35% หากทำได้จะ ดึงคนเก่งๆ เข้ามาอยู่ในไทย” นายกานต์กล่าวและว่า

ขณะนี้รัฐกำลังปรับระบบงานของรัฐให้เอื้อต่อการลงทุน ล่าสุดในการประชุมไทยแลนด์ 4.0 ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก็มีเอกชนเข้ามาร่วมกว่า 15-16 คน ผลักดัน เสนอแนะให้ระบบงานของรัฐออกมาได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การขอ อ.ย. หรือ การขอสัญญา อินเตอร์เน็ต ทุกอย่างต้องเคลียร์และปลดล็อกให้ได้ภายในต้นปี 2562

“ปีนี้การจัดอันดับขีดความสามารถของประเทศเราดีขึ้น ปีหน้าก็เชื่อว่าจะดีขึ้นไปอีก น่าจะแซงประเทศมาเลเซียได้”

ด้านธุรกิจดิจิทัล เป็นอีกธุรกิจจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ปัจจุบันรัฐบาลพยายามขับเคลื่อนและวางรากฐานไว้พอสมควรเพื่อให้เอกชนสามารถดำเนินการได้

“ประเทศในอาเซียนก็คือลูกค้าเราในอนาคต โอกาสต่างๆ เริ่มมาเห็นได้ชัด จากการลงทุนของเอกชน เป็นอย่างไร เน้นการลงทุนพัฒนาและวิจัย ตัวเลขต่างๆ เริ่มดีขึ้น 30-40 ปี ตัวเลขการลงทุนด้านการวิจัยพัฒนาของไทยอยู่ที่ 0.2% ของจีดีพี หรือประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท ในช่วง 3 ปี การลงทุนอยู่ที่ 0.62% ของจีดีพี ขึ้นมา 3 เท่า หากปี 2562-2563 การลงทุนของประเทศไทยขึ้นมาเป็น 1% ไทยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด”

“ภาคเอกชน อย่างธุรกิจเอสเอ็มอี ถ้าผลิตสินค้าพื้นๆ แข่งขันกับบริษัทใหญ่ๆ ที่มีต้นทุนที่ถูกกว่าหรือประเทศเวียดนามละอินโดนีเซีย ที่มีต้นทุนที่ถูกกว่า เราก็จะหายไป ต้องสู้ด้วยนวัตกรรม เอสเอ็มอีไทย ไม่ลงทุนในการวิจัยและพัฒนา ถ้าเทียบกับญี่ปุ่นที่มีเอสเอ็มอีมีการวิจัยและพัฒนาเกิดนวัตกรรมใหม่ แข็งแรงมาก ผมยังเคยคิดไปเทคโอเวอร์แต่ไม่ได้เลย เอสเอ็มอีไทยลงทุน 100 ล้านบาท แบ่ง 2-3 ล้านมาสร้างวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ผลิตสินค้าไม่เหมือนคนอื่น สามารถสร้างมูลค่าได้มากคิดว่าเราสามารถแซงอันดับมาเลเซียได้” นายกานต์กล่าวและว่า

ทั้งนี้ ชุมชนจะมีโอกาสได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากขึ้น เกษตรกร 20-30 ล้านคน มีจีดีพีเฉลี่ย 9% จะมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยี การเพาะปลูกอาจจะใช้พื้นที่น้อยลง และได้สินค้าและคุณภาพเท่าเดิม ซึ่งเหล่านี้จะเป็นจริง

“ปี 2561 โอกาสประเทศเปิดจริงๆ ขอแค่ให้การเมืองนิ่ง ถึงปลายปีที่จะเลือกตั้ง ขอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ คุยกันให้บ้านเมืองสงบ มีฐานที่แข็งแรง จะทำให้ก้าวต่อไปได้ ถ้าทุกอย่างไปได้ดี จีดีพีโต 4% จะเป็นไปได้จริง” นายกานต์กล่าวย้ำ