เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
ดูทั้งหมด

บูม “ภูเก็ตเดสติเนชั่น” เชื่อมท่องเที่ยว 4 จังหวัดทะเลไทย

30 ก.ค. 2564 | 11:00น.
แผนเชื่อมภูเก็ตแซนบอกซ์

แผนเชื่อมภูเก็ตแซนบอกซ์

นับเป็นก้าวแรกที่ดีไม่น้อยสำหรับการเปิด “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” รับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสในเฟสแรกของการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

โดยพบว่า ในช่วง 25 วันแรก (1-25 กรกฎาคม 2565) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าภูเก็ตแล้วจำนวน 11,585 คน มีอัตราการจองโรงแรม ที่พัก SHA+ ช่วงกรกฎาคม-กันยายน 2564 รวม 271,833 คืน (room night) และมีอัตราการจองห้องพักล่วงหน้าเดือนตุลาคม 2564-กุมภาพันธ์ 2565 รวม 5,064 คืน

เชื่อม 4 จังหวัดทะเลไทย 1 ส.ค.

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ประชุม ศบศ. สัปดาห์ที่ผ่านมาได้รายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการลดจำนวนวันสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาภูเก็ตจาก 14 วันเหลือ 7 วัน

จากนั้นในช่วง 7 วันหลังให้สามารถเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวไปเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี), เกาะพีพี เกาะไหง อ่าวไร่เลย์ (กระบี่) และเกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ เขาหลัก (พังงา) ในรูปแบบซีลรูตที่เรียกว่า island hopping ได้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

หมายความว่า ตั้งแต่ 1 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถบินตรงเข้ามาเที่ยวประเทศไทยที่ภูเก็ตและสมุย จากนั้นจะสามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวได้ถึง 4 จังหวัด คือ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (สมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง อ่าวไร่เลย์) และพังงา (เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ เขาหลัก)

ภูเก็ตแซนด์บอกซ์

ทั้งนี้ มั่นใจว่าการอยู่ในภูเก็ตเหลือ 7 วัน และเพิ่มพื้นที่เชื่อมโยงดังกล่าวนี้จะทำให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวสามารถเพิ่มโปรแกรมการท่องเที่ยวได้หลากหลายขึ้นและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเข้ามาเที่ยวภูเก็ตและพื้นที่เชื่อมโยงใน 4 จังหวัดทะเลใต้ของประเทศไทยได้ดีขึ้นด้วย

สายการบินรายใหม่ทยอยเข้า

ขณะที่ “ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า ในเดือนสิงหาคมนี้จะมีสายการบินอีก 4 สายการบินที่จะบินตรงเข้าภูเก็ต ประกอบด้วย

กัลฟ์แอร์ ให้บริการเส้นทางบาห์เรน-ภูเก็ต จำนวน 1 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ไทยเวียตเจ็ท ให้บริการเส้นทางบินสิงคโปร์-ภูเก็ต จำนวน 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

คาเธ่ย์ แปซิฟิค ให้บริการเส้นทางฮ่องกง-ภูเก็ต

และโอมานแอร์ ให้บริการเส้นทางมัสกัต-ภูเก็ต จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

จากปัจจุบันที่มีสายการบินให้บริการเส้นทางบินตรงเข้าภูเก็ตแล้วจำนวนหนึ่ง ได้แก่ การบินไทย, กาตาร์ แอร์เวย์, เอมิเรตส์, เอทิฮัด, EL AL อิสราเอล และสิงคโปร์แอร์ไลน์ส (สิงคโปร์แอร์ไลน์สให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน ช่วงระหว่าง 19 กรกฎาคม-30 ตุลาคมนี้)

และเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของสายการบินดังกล่าวนี้ จะทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าภูเก็ตได้ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนที่นั่งของสายการบิน และเป็นไปตามเป้าที่ ททท.วางไว้คือ ประมาณ 100,000 คน ในช่วง 3 เดือนแรกนี้ (กรกฎาคม-กันยายน 2564)

เร่งสื่อสารย้ำ “ภูเก็ต” ปลอดภัย

ด้าน “ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมดูแลตลาดอินบาวนด์ หรือนักท่องเที่ยวขาเข้า วิเคราะห์ว่า ภาพรวมที่เกิดขึ้นขณะนี้ถือว่า “ภูเก็ตเดสติเนชั่น” อยู่ในทิศทางที่ดี ทั้งในแง่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาที่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ และการควบคุมการแพร่ระบาด โดยยังไม่พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามานั้น นำเชื้อสายพันธุ์ใหม่เข้ามาระบาด และคนในพื้นที่เองก็ยังไม่ได้เป็นต้นตอนำเชื้อไประบาดในกลุ่มของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ฉะนั้น ประเด็นที่ทาง ททท.ต้องดำเนินการต่อจากนี้คือ เร่งสื่อสารว่าภูเก็ตเป็นพื้นที่เปิดรับเฉพาะการท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย ไม่ได้รับผลกระทบจากภาพใหญ่ของประเทศที่ยังคงมีปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

พร้อมย้ำว่า ในหลักการของการสื่อสารแล้ว รัฐบาลต้องแยก “ภูเก็ต” ออกมาเป็นสแตนด์อะโลน เพื่อสื่อสารว่าเป็นเดสติเนชั่นที่ปลอดภัย และมีมาตรการพิเศษในการปิดล้อมไม่ให้โควิดระบาดจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาในพื้นที่เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังควรใช้นักท่องเที่ยวที่อยู่ภูเก็ตครบ 14 วันแล้ว และยังอยู่ต่อ และบางส่วนไปต่อในจังหวัดท่องเที่ยวอื่นเป็นจำนวนมากนั้นให้ช่วยขยายผลต่อเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ยังเชื่อมั่นว่าเมืองไทยมีความปลอดภัย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ

ความหวังกระตุ้น ศก.ไทย

“ดร.อดิษฐ์” บอกอีกว่า ประเด็นสำคัญที่สุดเวลานี้คือ ภูเก็ตต้องรักษาป้อมปราการเมืองให้ดี ต้องรักษาพื้นที่ให้ภูเก็ตมีอัตราการแพร่ระบาดให้ต่ำที่สุดเพื่อให้ทุกอย่างสามารถเดินหน้าต่อไป และเป็นเครื่องจักรสำคัญในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เจอวิกฤตมาแล้วกว่า 1 ปี

และไม่เพียงแต่ภูเก็ตเท่านั้น พื้นที่เชื่อมโยงในอีก 3 จังหวัดก็ต้องยกมาตรการการควบคุมโรคระบาดให้เข้มข้นขึ้นด้วย เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวได้วอร์มอัพและเตรียมพร้อมสำหรับการทำตลาดในช่วงไฮซีซั่น หรือช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ต่อไปได้

สำหรับการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในฐานะสมาคมที่ดูแลตลาดอินบาวด์นั้น “ดร.อดิษฐ์” ประเมินว่าตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวสำหรับปีนี้ส่วนใหญ่จะมาจากโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” เป็นหลัก ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน หรือเชียงใหม่นั้น ในระยะเวลาอันสั้นนี้คงยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแน่นอน

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์โรคระบาดปัจจุบัน คาดว่าน่าจะใช้เวลาเคลียร์อีกราว 2-3 เดือน หรือเร็วสุดน่าจะเห็นการเปิดประเทศในปริมาณที่มากขึ้นในเดือนตุลาคม และหากปีนี้สามารถทำเป้านักท่องเที่ยวได้ถึง 1 ล้านคนก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว