เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์”ลุยราชบุรีแก้ถนน-สะพาน ผุดโครงข่ายใหม่ “ตรีบุรีรัถยา”เชื่อมกาญจน์-เพชรบุรี ประตูสู่ภาคใต้
Politics “พิพัฒน์”ลุยราชบุรีแก้ถนน-สะพาน ผุดโครงข่ายใหม่ “ตรีบุรีรัถยา”เชื่อมกาญจน์-เพชรบุรี ประตูสู่ภาคใต้
‘เครือข่ายสารเสพติด’ บุกภูมิใจไทย จี้ ‘อนุทิน’ เซ็นรับรอง พ.ร.บ.กัญชา ภาคประชาชน คุมเข้มทางการแพทย์
Politics ‘เครือข่ายสารเสพติด’ บุกภูมิใจไทย จี้ ‘อนุทิน’ เซ็นรับรอง พ.ร.บ.กัญชา ภาคประชาชน คุมเข้มทางการแพทย์
เปิดผลประมูลปิโตรเลียมบนบก รอบ 25 ปตท.สผ. คว้าไป 2 แปลง
Economic เปิดผลประมูลปิโตรเลียมบนบก รอบ 25 ปตท.สผ. คว้าไป 2 แปลง
เอกนัฏ ส่งต่อ “อเมริกา” เจ้าภาพ Gastech 2027 ณ เมือง Houston รัฐ Texas
Economic เอกนัฏ ส่งต่อ “อเมริกา” เจ้าภาพ Gastech 2027 ณ เมือง Houston รัฐ Texas
‘โต เลิม’ จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเวียดนาม
ข่าวในพระราชสำนัก ‘โต เลิม’ จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเวียดนาม
”สโคป ทองหล่อ” ปิดการขายแล้ว เพนต์เฮาส์ยูนิตพิเศษ 600 ล้าน ให้เศรษฐีต่างชาติ
Real Estate ”สโคป ทองหล่อ” ปิดการขายแล้ว เพนต์เฮาส์ยูนิตพิเศษ 600 ล้าน ให้เศรษฐีต่างชาติ
ไพร์มสตรีทฯ หนุน จุฬาฯ “CU Financial Change Agent” ติวเข้มนิสิตเป็นผู้นำความรู้ทางการเงิน
Uncategorized ไพร์มสตรีทฯ หนุน จุฬาฯ “CU Financial Change Agent” ติวเข้มนิสิตเป็นผู้นำความรู้ทางการเงิน
ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ
Politics ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ
เปิดมติ กกต. 5 ต่อ 2 “สิทธิโชติ – ชาย นครชัย” เสียงข้างน้อย ส่งฟ้องภูมิใจไทย
Politics เปิดมติ กกต. 5 ต่อ 2 “สิทธิโชติ – ชาย นครชัย” เสียงข้างน้อย ส่งฟ้องภูมิใจไทย
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท
ดูทั้งหมด

โควิดรุนแรงทุบยอดขายรถในประเทศ “กสิกรฯ” คาดปีนี้เหลือ 7.2 แสนคัน

29 ก.ค. 2564 | 09:46น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินโควิด-19 ยืดเยื้อ กดตลาดรถยนต์ในประเทศเหลือ 7.2 แสนคัน ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 5.3% แม้ส่งออกช่วยหนุนได้บ้าง แต่ก็ดันการผลิตน้อยกว่าที่ควร

วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ที่สายพันธุ์เดลต้าได้กลายมาเป็นภัยคุกคามหลัก และส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อในหลาย ๆ ประเทศรวมทั้งไทยกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง และมีแนวโน้มจะกระทบต่อเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในระยะยาวหากไม่สามารถจำกัดวงการแพร่ระบาดได้ ซึ่งจากผลของการกลับมาระบาดอย่างรุนแรงในรอบนี้

ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับประมาณการทิศทางอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยปี 2564 ใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.ในกรณีดีที่การแพร่ระบาดทั้งในไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียนสามารถกลับเข้าสู่ระดับใกล้เคียงกับช่วงเดือนมิถุนายนได้ภายในไตรมาส 3 ทำให้ยอดขายในประเทศของไทยและการส่งออกสามารถฟื้นคืนสู่ระดับปกติในเวลาไม่นาน ประกอบกับการติดเชื้อไม่ทำให้เกิดเหตุต้องหยุดการผลิตเป็นระยะเวลานาน ไทยจึงยังสามารถเร่งผลิตรถยนต์ชดเชยได้ตามความต้องการจริงในตลาด

– โดยยอดขายรถยนต์ในประเทศ คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนต่อเนื่องจากเดือนกรกฎาคม จากผลของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักและกำลังซื้อที่ลดลง แต่สถานการณ์ที่ทยอยดีขึ้นในไตรมาส 4 บวกกับการเริ่มปรับลดราคารถยนต์ลงและการแข่งขันใช้โปรโมชั่นส่งเสริมการตลาดที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำให้ยอดขายรถยนต์อาจทำได้ถึง 750,000 คัน (-5.3% YoY) ในปี 2564

– ปริมาณการส่งออกในกรณีนี้คาดว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิดแต่ก็มีโอกาสจะจัดการจนอยู่ในระดับเดียวกับเดือนมิถุนายนได้ภายในช่วงไตรมาส 3 เช่นกัน ซึ่งในกรณีนั้นคาดว่าปริมาณการส่งออกไปกลุ่มอาเซียนจะปรับลดลงกว่าที่ควรจะทำได้ 30%

อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากการที่ค่ายรถย้ายฐานผลิตเข้าสู่ไทยเพื่อส่งออกมากขึ้น ประกอบกับตลาดหลักอื่นยังมีโอกาสขยายตัวได้เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมานิยมใช้รถส่วนตัวแทนการเดินทางสาธารณะมากขึ้น ขณะเดียวกันยอดผลิตเพื่อส่งมอบในปัจจุบันก็ยังน้อยกว่าความต้องการจริงที่เพิ่มขึ้นอยู่พอสมควรในหลายประเทศจึงยังมีโอกาสให้ส่งออกได้อีกมาก ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกปี 2564 ไทยมีโอกาสทำได้ถึง 950,000 คัน (+29.0%YoY)

– ปริมาณการผลิต คาดว่าอาจได้รับผลกระทบไม่มาก โดยค่ายรถอาจเผชิญกับภาวะที่ต้องระงับการผลิตเป็นการชั่วคราวบ้าง เช่น 14 วัน จากการที่โรงงานในห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนบางส่วนมีการติดโควิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งในแต่ละรอบของการเกิดเหตุการณ์ที่หากเกิดขึ้นกับทุกค่ายรถ จะส่งผลให้การผลิตรถยนต์ต้องหายไปประมาณ 70,000 คันในช่วงเวลาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ค่ายรถและผู้ผลิตชิ้นส่วนยังมีโอกาสที่จะใช้วิธีเร่งรอบการผลิตเพิ่มขึ้นหลังจากกลับมาเปิดโรงงานเพื่อชดเชยในภายหลังได้ในช่วงที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายมากขึ้น เนื่องจากความต้องการรถยนต์ที่ผลิตจากไทยยังมีสูงในต่างประเทศ และไทยเองก็มีศักยภาพและกำลังการผลิตเหลือมากพอ ส่งผลให้การผลิตรถยนต์ปี 2564 ในกรณีดีนี้มีโอกาสทำได้ 1,680,000 คัน (+17.5% YoY)

2.กรณีเลวร้ายที่การแพร่ระบาดยืดเยื้อและกว่าไทยและประเทศในอาเซียนจะทำให้ปริมาณผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงไปสู่ระดับเดือนมิถุนายนได้ก็เป็นช่วงปลายปีแล้ว ทำให้ระบบเศรษฐกิจได้รับผลกระทบในระดับที่มากกว่า ส่งผลต่อยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ลดลงรวมถึงการส่งออก เมื่อบวกเข้ากับกรณีที่หากเกิดการปิดโรงงานประกอบรถยนต์ในระยะเวลานานกว่ากรณีแรกหรือราว 1 เดือน โอกาสที่จะมาเร่งผลิตชดเชยในช่วงที่สถานการณ์ดีขึ้นในภายหลังจะทำได้ยากกว่า

– ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ในประเทศ คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายจากกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาคธุรกิจเองก็น่าจะฟื้นตัวได้ลำบากในปีนี้ ทำให้โอกาสในการปล่อยสินเชื่อของบริษัทผู้ให้สินเชื่อยิ่งมีความเข้มงวดมากขึ้น การแข่งขันใช้โปรโมชั่นส่งเสริมการตลาดของค่ายรถจึงอาจไม่ช่วยตลาดโดยรวมได้มากเท่าไรนัก ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์อาจทำได้เพียง 720,000 คัน (-9.0% YoY) ในปี 2564

– ปริมาณการส่งออกมีโอกาสได้รับผลกระทบจากการส่งออกไปประเทศในอาเซียนที่ลดลงไป 60% จากระดับที่ควรจะเป็น ขณะที่คู่ค้าหลักอื่นก็ได้รับผลกระทบเช่นกันแต่ในระดับที่ต่ำกว่า สืบเนื่องจากระยะเวลาการแพร่ระบาดที่ยาวนานในแต่ละประเทศ โดยคาดว่าปริมาณการส่งออกปี 2564 ไทยมีโอกาสทำได้เพียง 890,000 คัน (+21.0% YoY)

– ปริมาณการผลิต อาจได้รับผลกระทบมาก หากการแพร่ระบาดควบคุมได้ยากจนทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและส่งผลให้มีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในโรงงานผลิตชิ้นส่วนหรือโรงงานประกอบรถในจำนวนที่มากขึ้น ทำให้ค่ายรถแต่ละค่ายอาจต้องเผชิญกับภาวะที่ต้องระงับการผลิตถึงกว่า 1 เดือน ส่งผลให้การผลิตรถยนต์ในช่วงที่ปิดโรงงานมีโอกาสต้องหายไปรวมกันประมาณ 140,000 คัน ซึ่งการผลิตที่กระท่อนกระแท่นและได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยในระยะเวลาที่เหลืออีกเพียงไม่กี่เดือนก่อนจะหมดปี อาจทำให้แม้จะเร่งรอบการผลิตขึ้นมาเพื่อชดเชยในภายหลังก็อาจจะทำได้ไม่ทั้งหมด ส่งผลให้การผลิตรถยนต์ปี 2564 ในกรณีเลวร้ายมีโอกาสทำได้เพียง 1,600,000 คัน (+12.0% YoY)

3.จากสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดมากขึ้นในปัจจุบันดังกล่าว ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมได้เริ่มมีการปรับตัวโดยใช้แนวทางการสต๊อกชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น เพื่อให้สายพานการผลิตยังดำเนินต่อได้ นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าประเด็นสำคัญอีกด้านที่ควรต้องดำเนินการควบคู่กัน คือ การร่วมมือกันเพื่อเร่งจำกัดวงของการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

– ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีที่แล้ว ทั้งค่ายรถและผู้ผลิตชิ้นส่วนได้มีการดำเนินการสต๊อกชิ้นส่วนในระดับหนึ่งมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ในสถานการณ์การระบาดที่เพิ่มขึ้นเป็นวงกว้างและยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะแย่ลงไปกว่าระดับปัจจุบันหรือไม่ ทางผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วน ต่างได้มีการยกระดับมาตรการสต๊อกชิ้นส่วนเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการปิดโรงงานที่อาจเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าประเด็นสำคัญอีกด้านที่ควรเกิดขึ้นควบคู่กัน คือ การร่วมมือกันเพื่อเร่งจำกัดวงของการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การเร่งตรวจหาเชื้อระหว่างมาตรการล็อกดาวน์ในกลุ่มโรงงานที่มีความเสี่ยงสูงของภาครัฐ ขณะที่ฝั่งของผุ้ประกอบการในอุตสาหกรรมเองก็จำเป็นต้องดำเนินมาตรการควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานอย่างเข้มข้นมากขึ้นด้วย

โดยเฉพาะการแยกบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงออกมาอย่างรวดเร็ว ส่วนในอนาคต การนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้เพิ่มขึ้น จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ค่ายรถและผู้ผลิตชิ้นส่วนมีโอกาสมากที่จะนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่าง ๆ รวมถึงลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานควบคู่ไปด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย