เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ดูทั้งหมด

ปลื้ม “แซนด์บอกซ์” แนะเร่งปั้นภูเก็ตเป็นฮับต่อยอด

04 ส.ค. 2564 | 22:00น.
ท่องเที่ยว

ผ่านไปแล้ว 1 เดือนสำหรับการดำเนินการโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” โดยพบว่า เดือนแรกกรกฎาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาทั้งหมดรวม 14,055 คน ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ที่ราว 13,000-15,000 คน

พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าทุกอย่างจะค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางและปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม-กันยายน โดยตั้งเป้าว่าในช่วง 3 เดือนแรกของโครงการ (กรกฎาคม-กันยายน 2564) จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประมาณ 100,000 คน และสร้างรายได้ราว 8,900 ล้านบาท

แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์โดยรวมในห้วงเวลานี้จะไม่ค่อยเป็นใจนัก เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในภาพรวมของประเทศยังคงรุนแรง จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งทะลุหลัก 10,000 คนต่อวัน และมีแนวโน้มแตะ 20,000 คนต่อวันในช่วงเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา

เมื่อบวกกับมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมาควบคุมการเดินทางภายในประเทศ รวมถึงมาตรการที่เข้มข้นขึ้นของภูเก็ตนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” โดยตรงด้วยเช่นกัน

ขณะที่ “ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ยังคงเชื่อมั่นและยืนยันว่า “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ต้องดำเนินต่อไปให้ได้ เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เคยเป็นเครื่องยนต์ตัวสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ประเทศนั้นวันนี้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ธุรกิจปิดตัวเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว ฯลฯ คนท่องเที่ยวตกงานมหาศาล เครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจตัวนี้ของประเทศดับลงมานานกว่า 1 ปี

ชำนาญ ศรีสวัสดิ์
ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)

โดยให้ข้อมูลว่าหากย้อนไปในปี 2562 จะพบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมถึง 39-40 ล้านคน สร้างให้เกิดรายได้หมุนเวียนที่ราว 1.9-2 ล้านล้านบาท ต่อมาปี 2563 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือที่ 6.7 ล้านคน สร้างรายได้เพียง 3 แสนกว่าล้านบาท และสำหรับปี 2564 นี้นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพียงแค่ 34,000 กว่าคน เรียกว่าหายไปเกือบจะทั้งหมด หรือหายไปกว่า 99%

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวหารือร่วมกันว่าประเทศเราจะโฟกัสเฉพาะเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดอีกต่อไปไม่ได้ จึงคิดหาแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวกระทั่งมาตกผลึกเป็น “ภูเก็ตโมเดล” ในช่วงเริ่มต้น และผ่านการประชุมหารือร่วมกับทุกภาคส่วนมีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันทั้งฝ่ายภาครัฐและเอกชน กระทั่งสุดท้ายกลายมาเป็น “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” และเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เรียกว่า ผ่านความท้าทายในหลายเรื่องหลายประเด็นมามากมาย พยายามแก้ไขจุดอ่อน ต่อยอดจุดแข็งมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแผนรองรับความเสี่ยงหากเกิดการแพร่ระบาดของโรคขึ้น รวมถึงการดูแลเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องอยู่ในระดับสูงสุด ฯลฯ

“ชำนาญ” บอกว่า ถึงวันนี้ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ผ่านมา 1 เดือน มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามารวมกว่า 14,000 คน ทำให้มีเงินกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท

ตัวเลขนี้อาจจะยังไม่เป็นที่พอใจในภาพรวมสักเท่าไหร่นัก แต่หากเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพียงแค่หลัก 1,000 คนต่อเดือน ถือว่า “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม

ที่สำคัญกว่านั้นยังเป็นความสำเร็จสูงสุดในเชิงสัญลักษณ์ด้วยว่า “ไทย” คือผู้นำการท่องเที่ยวโลก โดยภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศนี้ รวมทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถบริหารจัดการท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะในภาคการท่องเที่ยวนั้น วันนี้ประเทศไทยเราต้องแข่งกับนานาชาติทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นมัลดีฟส์ บาหลี ฯลฯ การที่ภูเก็ตประกาศ 1 กรกฎาคมเปิดเมืองจึงเป็นการสื่อสารเพื่อตอกย้ำว่า “ภูเก็ต” ประเทศไทยมีความปลอดภัยสูง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว

“ชำนาญ” ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า แม้ว่าวันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดจะยังคงรุนแรงต่อเนื่อง แต่ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ก็ยังต้องเดินหน้าต่อให้ได้ และต้องเดินด้วยความปลอดภัยสูงสุดภายใต้มาตรการของสาธารณสุข

เมื่อบวกกับเมสเสจที่รัฐบาลประกาศพร้อมเปิดประเทศใน 120 วันก่อนหน้านี้ว่าเมืองไหนพร้อมให้เปิดได้เลย ทุกจังหวัดเริ่มกระตือรือร้น ทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจเตรียมเปิดธุรกิจและทำให้เกิดทยอยการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับการเปิดธุรกิจในช่วงไฮซีซั่น หรือไตรมาสสุดท้ายที่กำลังจะมาถึงนี้

โดยจะเห็นว่าวันนี้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวพยายามต่อยอด “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมุยที่เปิดไปแล้วเมื่อ 15 กรกฎาคม หรือกระบี่ พังงาที่อยู่ในแผนการเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวในรูปแบบ 7+7 ในเดือนสิงหาคมนี้

โดยใช้ภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองที่ผ่านการยอมรับแล้วว่ามีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน เป็นฮับในการส่งนักท่องเที่ยวต่อไปในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายด้านโปรดักต์ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งตอนนี้ก็หวังว่า ศบค.จะพิจารณาและเห็นด้วยในระยะต่อไป

ประเด็นนี้ถือเป็นการรุกคืบอีกก้าวหนึ่งของภูเก็ตแซนด์บอกซ์ที่จะเพิ่มความท้าทายให้กับพื้นที่อื่น ๆ

“ชำนาญ” บอกอีกว่า แม้ว่าภูเก็ตแซนด์บอกซ์ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ก็ถือว่ายังมีอุปสรรคอยู่มากมายโดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอัตราที่สูงถึงเกือบ 2 หมื่นคนต่อวัน และเรื่องของวัคซีนที่ยังไม่ทั่วถึง ทำให้เป็นอุปสรรคในการเดินหน้าเปิดเมืองในพื้นที่อื่น ๆ

รวมถึงประเด็นที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกลับมาทำธุรกิจอีกครั้งหลังการระบาดของไวรัสโควิดบรรเทาลง

ทั้งนี้ จากการประชุมล่าสุดกับนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) สภาพัฒน์ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ประชุมก็มีความเห็นให้ไปทำการศึกษาพื้นที่ที่เป็นเกาะอื่น ๆ โดยเฉพาะในภาคตะวันออก พร้อมมีดำริว่าพื้นที่ไหนมีความพร้อมให้เดินหน้าทันที โดยใช้ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” เป็นฮับในการส่งต่อนักท่องเที่ยว

ทั้งหลายทั้งหมดนี้ “ชำนาญ” ย้ำว่า ทุกพื้นที่ควรเริ่มต้นเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อวอร์มอัพเครื่องยนต์ของภาคท่องเที่ยวให้กลับมาจุดติดอีกครั้ง และพร้อมเดินหน้าได้เต็มที่ในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ พร้อมทั้งใช้ความสำเร็จของ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” มาเป็นเครื่องมือต่อยอดต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภูเก็ตแซนด์บอกซ์