หุ้นกู้ “อนันดาฯ” ส่อเลื่อนยาว คาดควักเงินสำรองคืนหนี้ครบดีล 4 พันล้าน
แอชตัน
ตัวแทนขายหุ้นกู้ชี้ “อนันดาฯ” ส่อต้องควักเงินสำรองชำระหุ้นกู้ครบดีลก้อนแรก 4 พันล้านบาทไปก่อน หลังเจอเอฟเฟ็กต์ “แอชตัน อโศก” ต้องเลื่อนขายหุ้นกู้ช่วงนี้ออกไป “ทริสเรทติ้ง” ชี้ระยะสั้นไม่มีผลกระทบต้องหั่นเครดิต ฟากโบรกฯประเมินช่วงนี้ยังเปิดขายไม่ได้แน่นอน
แหล่งข่าวจากตัวแทนผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ชุดใหม่ของ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) เปิดเผยว่าตามที่ได้มีการหารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เลื่อนขายหุ้นกู้จำนวน 2 รุ่น ของ บมจ.อนันดาฯ ที่เดิมมีกำหนดเสนอขายระหว่างวันที่ 5-6 ส.ค.และ 9-10 ส.ค. 2564 ออกไปก่อนนั้นก็เพื่อให้นักลงทุนได้มีระยะเวลาศึกษาและพิจารณาข้อมูล ขณะเดียวกัน ทาง บมจ.อนันดาฯจะได้มีเวลาเตรียมพร้อมในเรื่องการอุทธรณ์คดีด้วย
- อนันดาฯ #SaveAshtonAsoke “7 คำถาม” คำสั่งศาลปกครองกลาง
- ศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโด แอชตัน อโศก
โดยหุ้นกู้ 2 รุ่นประกอบด้วย 1.หุ้นกู้รุ่นอายุ 1 ปี 6 เดือน จ่ายดอกเบี้ย 4.40% ต่อปี และ 2.หุ้นกู้รุ่นอายุ 2 ปี 6 เดือน จ่ายดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี ซึ่งมีวัตถุประสงค์การระดมทุนเพื่อเตรียมนำเงินไปชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดช่วงเดือน ต.ค. 2564 มูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท และในปี 2565 ที่จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดอีกกว่า 6,000 ล้านบาท
“พอเลื่อนออกหุ้นกู้ลอตนี้ไปทาง บมจ.อนันดาฯก็อาจจะต้องใช้เงินสำรองสำหรับจ่ายหนี้หุ้นกู้ครบดีลในเดือน ต.ค.นี้ไปก่อน และหลังจากนั้นมาวางแผนออกขายหุ้นกู้กันใหม่ ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้ยังพูดยากว่าจะขายหุ้นกู้ได้อีกครั้งเมื่อไหร่ เพราะไม่อยากให้ความหวังนักลงทุน” แหล่งข่าวกล่าว
“ทริสฯ” ไม่ลดเครดิตบริษัท-หุ้นกู้
ส่วนกรณีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ล่าสุดทริสเรทติ้งคาดว่าการเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม “แอชตัน อโศก” จะไม่มีผลกระทบต่อสถานะเครดิตของ บมจ.อนันดาฯในทันที โดยทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บมจ.อนันดาฯที่ระดับ “BBB-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “stable” หรือ “คงที่” และจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน ไม่มีประกันและไถ่ถอนเมื่อเลิกกิจการ (hybrid debentures) ของบริษัทที่ระดับ “BB”
จับตาความเชื่อมั่นระยะยาว
“ทริสเรทติ้งได้ให้ความเห็นว่า ในระยะสั้นยังไม่เห็นผลกระทบจนต้องปรับลด (downgrade) อันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ เพราะผลกระทบมีไม่มาก แต่ในระยะยาวคงต้องจับตาดูต่อไปเพราะทริสเรทติ้งมองว่าโครงการแอชตัน อโศกเป็นโครงการร่วมทุน และขายห้องไปได้มากแล้ว
ดังนั้น อาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อโครงการของ บมจ.อนันดาฯในอนาคตได้ ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตหากถูกดาวน์เกรดความน่าเชื่อถือลงมา ตามกลไกตลาดการขายหุ้นกู้ของ บมจ.อนันดาฯก็ต้องปรับดอกเบี้ยสูงขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว
โบรกฯชี้ขายหุ้นช่วงนี้ยาก
ขณะที่นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบีเอสที (KTBST) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เวลาที่มีประเด็นผลกระทบต่อบริษัท โดยมีผลกระทบค่อนข้างใหญ่ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ลามไปสู่การขายหุ้นกู้แน่นอน ซึ่งหากจะเสนอขายช่วงนี้จะอยู่บนความคลุมเครือ คาดว่าคงขายไม่ออกและอาจจะมีผลกระทบไปถึงการออกขายหุ้นกู้ลอตต่อไปได้
ดังนั้น อาจต้องรอจนกว่าอันดับเครดิตเรตติ้งจะประกาศใหม่ หรือมีความชัดเจนจากทางบริษัทเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี โดยปกติแล้วผู้ออกหุ้นกู้จะมีการทดสอบตลาดอยู่เป็นระยะ ๆ เพื่อสำรวจความต้องการนักลงทุน ดังนั้น ในกรณี บมจ.อนันดาฯหากในอนาคตหุ้นกู้ถูกดาวน์เกรดอันดับความน่าเชื่อถือลง บริษัทอาจจะต้องออกหุ้นกู้ขนาดวงเงินเล็กลง หรืออาจต้องเพิ่มดอกเบี้ยเข้าไปเพื่อจูงใจ ซึ่งต้องแลกกับภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามมา
“ถ้าเลื่อนขายหุ้นกู้ออกไปแบบไม่มีกำหนด จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการลงทุนใหม่ ๆ ซึ่งผลกระทบตรงนี้จะขึ้นอยู่กับฐานะการเงินของตัวบริษัทในอนาคตด้วยว่าด้อยลงหรือไม่” นายมงคลกล่าว
ส่อไม่บุ๊กกำไร “แอชตัน อโศก”
อย่างไรก็ดี ทิศทางผลประกอบการของ บมจ.อนันดาฯจะอิงอยู่กับโครงการที่ขายในปัจจุบัน ซึ่งคงไม่บันทึกโครงการแอชตัน อโศกเข้ามาจนกว่าคดีจะสิ้นสุดโดย KTBST ประมาณการกำไร ANAN อยู่ที่ 331 ล้านบาท พลิกจากปีที่แล้วขาดทุน 207 ล้านบาท
“กำไร ANAN ปีนี้จะมีดาวน์ไซด์ประมาณ 5% มาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ 1.สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รอบนี้รุนแรงมาก ซึ่งบริษัทยังไม่ได้วิเคราะห์ผลกระทบเข้าไป 2.บมจ.อนันดาฯอาจต้องมีการระดมทุน มีภาระหนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลกระทบต่อกำไร” นายมงคลกล่าว
นายมงคลกล่าวด้วยว่า ส่วนในด้านราคาหุ้น ANAN ตอนนี้อยู่ในจุดสุญญากาศ คาดว่าราคาหุ้นจะทรงเป็นปีจนกว่าจะมีผลออกมาด้านใดด้านหนึ่ง โดยหากข้อสรุปออกมา บมจ.อนันดาฯต้องรับผิดชอบเป็นตัวเงิน ก็จะเป็นลบต่อราคาหุ้น แต่ถ้าผลออกมาในเชิงบวกราคาหุ้นจะกระเตื้องได้ ดังนั้น แนะนำช่วงนี้ไม่ควรลงทุน