เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กฎกระทรวง กำหนดแผงโซลาร์เซลล์ ต้องผ่าน มอก. ประกาศแล้ว มีผลวันนี้
News กฎกระทรวง กำหนดแผงโซลาร์เซลล์ ต้องผ่าน มอก. ประกาศแล้ว มีผลวันนี้
“ไมเนอร์” พลิกธุรกิจอาหาร ผนึกบิ๊กคอร์ปสปีดสาขา
Business “ไมเนอร์” พลิกธุรกิจอาหาร ผนึกบิ๊กคอร์ปสปีดสาขา
สมช.จับตา สหรัฐ-อิหร่าน ปะทุซ้ำกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยมีพลังงานสำรอง
Politics สมช.จับตา สหรัฐ-อิหร่าน ปะทุซ้ำกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยมีพลังงานสำรอง
แฮก Binance เสียหายทะลุ 2 แสนล้าน โยง ‘เกาหลีเหนือ’
Tech แฮก Binance เสียหายทะลุ 2 แสนล้าน โยง ‘เกาหลีเหนือ’
ผวาน้ำท่วมซ้ำฉุดเที่ยวหาดใหญ่ ยอดจองโรงแรมรับไฮซีซั่นร่วงเหลือ 10%
เศรษฐกิจภูมิภาค ผวาน้ำท่วมซ้ำฉุดเที่ยวหาดใหญ่ ยอดจองโรงแรมรับไฮซีซั่นร่วงเหลือ 10%
ก.ล.ต. เกาะติดไซเบอร์ Binance! ZIGA ยันบิตคอยน์อยู่ครบ ด้าน BTC เร่งตรวจสอบสินทรัพย์
Finance ก.ล.ต. เกาะติดไซเบอร์ Binance! ZIGA ยันบิตคอยน์อยู่ครบ ด้าน BTC เร่งตรวจสอบสินทรัพย์
ธอส. โชว์ผลงาน 9 เดือน ปี’69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.8 แสนล้าน คาดทั้งปีได้ตามเป้า
Finance ธอส. โชว์ผลงาน 9 เดือน ปี’69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.8 แสนล้าน คาดทั้งปีได้ตามเป้า
เดือนหน้าชง ครม. เกณฑ์ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน
Politics เดือนหน้าชง ครม. เกณฑ์ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน
Krungthai COMPASS ชี้ MPI ปรับใหม่ดันจีดีพีไทยปี’69 เพิ่มเป็น 2.6%
Finance Krungthai COMPASS ชี้ MPI ปรับใหม่ดันจีดีพีไทยปี’69 เพิ่มเป็น 2.6%
ขนส่งฯ ยันไม่ยึดใบขับขี่ตลอดชีพ แจงเกณฑ์ตรวจสุขภาพใช้เฉพาะขอใหม่วัย 55+
News ขนส่งฯ ยันไม่ยึดใบขับขี่ตลอดชีพ แจงเกณฑ์ตรวจสุขภาพใช้เฉพาะขอใหม่วัย 55+
ดูทั้งหมด

SCG Man รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส คิดรอบด้าน ลงทุนรอบทิศ ขานรับผู้บริโภคยุคโควิด

31 ส.ค. 2564 | 09:28น.
สัมภาษณ์

คิดรอบด้าน คว้าโอกาสเติบโตจากวิกฤต

เป็นเพราะยุคโควิด เอสซีจีค้นพบว่าทำธุรกิจในฝั่งอยู่รอดและเติบโตได้ดี

ทำให้มีการปรับเป้าโดยเพิ่มงบประมาณลงทุนปี 2564 ใหม่ จากตอนต้นปี “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคยจั่วหัวตัวเลขลงทุนใหม่ไว้ที่ 75,000 ล้านบาท

ล่าสุดอัพเดตวงเงินเป็น 80,000-90,000 ล้านบาท เพื่อขยับขยายการลงทุนทั้งในกลุ่มธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง เคมิคอล โดยภาพใหญ่มองว่าเป็นโอกาสที่เอสซีจีจะทรานส์ฟอร์ม business portfolio ให้เข้มแข็งขึ้น

Q : Q2/64 กำไรโต 15%

ณ ไตรมาส 2/64 มีรายได้จากการขาย 133,555 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากไตรมาส 2/63 จากราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้นตามการปรับตัวของราคาน้ำมันโลก และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาส 1/64 นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจมีกำไร 17,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% จากไตรมาส 2/63

และผลประกอบการครึ่งปีแรก 2564 SCG มีรายได้การขาย 255,621 ล้านบาท มีกำไร 32,050 ล้านบาท หลัก ๆ มาจากการขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA-High Value Added Products & Services 86,861 ล้านบาท

สัดส่วน 34% ของรายได้รวม มีการพัฒนาสินค้าใหม่ และ service solution เช่น พลังงานแสงอาทิตย์สัดส่วน 15% บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ 5%

ธุรกิจส่งออกก็ทำได้ดี ครึ่งปีแรกมียอดขาย 112,272 ล้านบาท สัดส่วนถึง 44% ของยอดขายรวม มีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 มูลค่า 812,051 ล้านบาท โดยจำนวน 39% เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน

Q : กลยุทธ์สู้โควิดยกระดับไข่แดง-ไข่ขาว

สถานการณ์โควิดทั่วโลกมีความไม่แน่นอนสูงมาก โดยเฉพาะเชื้อกลายพันธุ์เดลต้า เอสซีจีจึงได้ยกระดับความเข้มข้นจากมาตรการ “ไข่แดง-ไข่ขาว” ที่แยกพนักงานในสายการผลิตไม่ให้สัมผัสกับกลุ่มพนักงานทั่วไป

โดยพนักงานสายการผลิตให้ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงงานและโรงแรมที่บริษัทจัดให้ เพราะพนักงานเหล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมระบบ หากใครป่วยก็จะมีผลกระทบต่อกระบวนการผลิต ซึ่งอาจทำให้ส่งงานได้ไม่ตรงตามแผนที่วางไว้ได้

และการทำ “bubble and seal” ในโรงงานทั้งในและต่างประเทศด้วยการตรวจเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมพื้นที่ที่มีความเสี่ยง จัดที่พักให้ภายในโรงงาน แนะนำให้พนักงานที่มีอาการป่วยกักตัวที่บ้านตามคำแนะนำของแพทย์ (home isolation)

เพื่อลดการแพร่กระจายโรคระบาด จัดเตรียมหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (hospitel) สำหรับพนักงานที่ป่วยเพื่อให้เข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยอย่างรวดเร็วที่สุด จึงทำให้ SCG สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

Q : เศรษฐกิจหมุนเวียน ธุรกิจโลกใหม่

เอสซีจีปรับแผนธุรกิจเน้นเจาะตลาดที่ได้รับผลกระทบน้อยทั้งในและต่างประเทศ เน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ ขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ สร้างความร่วมมือใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ PCR เปลี่ยนขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือนหมุนเวียนกลับมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นับเป็นการเร่งธุรกิจเข้าสู่เทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ที่เติบโตสูง

พร้อมรุกเข้าสู่ธุรกิจระบบอัตโนมัติเพื่อนำเสนอโซลูชั่นด้านออโตเมชั่นแก่ลูกค้า ช่วยพัฒนาขีดความสามารถและยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่โรงงานอัจฉริยะ ทำให้เอสซีจียังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว

เราพัฒนานวัตกรรมป้องกันโควิดอย่างต่อเนื่อง ช่วงนี้มีการแพร่ระบาดมากขึ้น เกิดวิกฤตขาดแคลนเตียงสนามและห้องไอซียูสำหรับผู้ป่วยหนัก เอสซีจีได้มอบเตียงสนามกระดาษ 60,000 เตียงทั้งในไทยและต่างประเทศ และมอบห้องไอซียูโมดูลาร์ 60 เตียง รวมทั้งห้องผู้ป่วยฉุกเฉินโมดูลาร์ขนาด 10 เตียง เพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ป่วย

นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเอสเอ็มอี และชุมชน 300 รายให้สร้างรายได้ พัฒนาอาชีพ แปรรูปสินค้า และเพิ่มช่องทางการขาย ผมขอเชิญชวนทุกท่านช่วยกันสนับสนุนสินค้า SMEs หากพวกเราช่วยเหลือกันก็จะนำพาประเทศรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้

Q : การตั้งรับผลกระทบในครึ่งปีหลัง

ที่ผ่านมามาตรการล็อกดาวน์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อันแรกคือการหยุดไซต์ก่อสร้างใน กทม.-ปริมณฑลซึ่งมีผลค่อนข้างมาก เรื่องอื่น ๆ จะเป็นในแง่ของความต้องการสินค้า เช่น สินค้าวัสดุก่อสร้างที่มีการชะลอการตัดสินใจการซื้อวันนี้

สินค้าบรรจุภัณฑ์ถึงแม้ว่าด้านหนึ่งมีความต้องการมากขึ้น แต่ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่วนเคมิคอลเป็นธุรกิจที่เป็น global ผลกระทบอาจจะไม่มากนัก ยังพอไปได้อยู่

คิดว่าผลกระทบที่มีต่อเอสซีจีนั้น โควิดรอบใหม่นี้รู้สึกว่าอาเซียนจะโดนค่อนข้างหนัก ผลกระทบคงมีกับ operation ของเราทั้งในและต่างประเทศด้วย หลัก ๆ ตอนนี้ก็คือทำยังไงให้พนักงานเอสซีจีและคู่ค้าสำคัญปลอดภัย

เรามีความเชื่อว่าตลาดยังพอไปได้ในหลายประเทศ อยู่ที่ว่าเราจะสามารถให้มีการเดินกำลังผลิตโรงงานอย่างต่อเนื่องได้ขนาดไหนอย่างไร

ถ้ามองช่วง 3-4 เดือนข้างหน้าคิดว่าสถานการณ์ค่อนข้างหนัก หลาย ๆ ประเทศรวมทั้งเมืองไทยอัตราการติดเชื้อก็เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ระบบสาธารณสุขได้รับผลกระทบอย่างมาก อัตราครองเตียงของผู้ป่วยตอนนี้ก็เรียกว่าเต็มจนล้นแล้ว

ต้องมีการเพิ่มเตียง ต้องมีการเพิ่มไอซียู เป็นผลกระทบที่ส่งไปถึงเรื่องสาธารณสุข การอุปโภคบริโภค ภาคอุตสาหกรรมในประเทศและการส่งออก

ผมคิดว่าเราก็ต้องเตรียมตัวว่าอย่างน้อยคงไปถึงไตรมาส 4 แน่นอน มาตรการของเราต้องสามารถที่จะยืนอยู่ได้ไปถึงตรงนั้น เรื่องแรก bubble and seal เป็นอันหนึ่งซึ่งผมคิดว่าอยู่ได้ อันที่ 2 เรื่องของการตรวจสอบโรคอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด home isolation, company isolation มีการเตรียมความพร้อมทำให้สามารถอยู่ได้ไปอีกหลายเดือน ช่วงนี้เราคิดว่าเราทำในสิ่งที่เราสามารถที่จะป้องกันได้

Q : คาดการณ์ว่าทำได้ตามเป้าหรือไม่

ต้องบอกว่าเดาไม่ออกจริง ๆ ที่เห็นแน่ ๆ เลยคือ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด เช่น มาตรการปิดแคมป์ก่อสร้างทำให้ธุรกิจซีเมนต์-วัสดุก่อสร้างได้รับผลกระทบต่อเนื่อง

เพราะไซต์ก่อสร้างคงต้องใช้เวลา บางไซต์เปิดได้แต่พอเจอการติดโควิดอีกก็ต้องปิดหรือต้องพักชั่วคราว คิดว่าความไม่แน่นอนตรงนี้มีค่อนข้างสูง

ส่วนอื่น ๆ คิดว่า demand ไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ยังไปได้ เพราะการอุปโภคบริโภคภายในแต่ละพื้นที่ยังมีอยู่ ยังมีการขนส่งโลจิสติกส์ ฉะนั้น ผลกระทบไม่น่าจะมาก

เพียงแต่ต้องยอมรับว่าในแง่เศรษฐกิจและเรื่องของสุขภาพ ถ้าเกิดกรณีที่มีการติดเชื้อไม่ว่าจะเป็น operation ของเราเอง หรือการติดเชื้อของลูกค้า หรือคนที่ supply ของให้เรา ก็มีผลกระทบในเรื่องการใช้กำลังการผลิตซึ่งต้องลดลง

เพราะฉะนั้น ตอนนี้นึกไม่ออกจริง ๆ ครับ ต้องคอยดูสถานการณ์ว่ากันเป็นเดือนต่อเดือนเลย

Q : ในอนาคตสินค้า HVA เป็นตัวหลัก

เราตั้งใจจะเพิ่มสัดส่วนรายได้สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง หรือ HVA ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 34% ตีซะว่า 1 ใน 3 ในช่วง 3-5 ปีหน้าเราสามารถเพิ่มปริมาณตรงนี้ไปได้

ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าจะมีทิศทางยังไงบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรีน สินค้าตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ตรงนี้เรารู้ทิศทางที่จะต้องไปอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับการลงทุนในเรื่อง R&D ไปในทิศทางที่ทำให้เกิดผลต่อสินค้าตรงนี้ขนาดไหน ปัจจุบันมีรายได้ 1 ใน 3 แล้ว ภายใน 5 ปีข้างหน้าอยากเพิ่มเป็น 50%

Q : เป้ารายได้ต่างประเทศเกิน 50%

ตอนนี้รายได้ส่งออกอยู่ที่ 44% มาจาก operation ในอาเซียนกับส่วนหนึ่งส่งออกจากไทย คิดว่าเป้ารายได้เกินครึ่งภายใน 3-4 ปีน่าจะได้ หลัก ๆ คืออีก 2 ปีปิโตรเคมีที่เวียดนามก็จะเกิดขึ้นได้ กับการขยายธุรกิจแพ็กเกจจิ้งในภูมิภาคเริ่มมียอดขายเข้ามา

ธุรกิจที่คิดว่าต้องใช้เวลาคือ ซีเมนต์กับวัสดุก่อสร้าง เรามองว่าตลาดใครตลาดมันแต่มีการส่งออกข้ามไปหากันได้ ในช่วงหลังโควิดหรือช่วงปลายโควิดตลาดตรงนี้น่าจะเริ่มฟื้นตัวโดยเฉพาะสินค้าออนไลน์ ถ้าออนไลน์ในต่างประเทศทำได้ จะทำให้อัตราส่วนรายได้ต่างประเทศสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

Q : ยุคโควิดมีนโยบายช่วยเหลือสังคมอย่างไร

ย้อนกลับมาในสิ่งที่เราจะทำได้ดีและสามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที เช่น เตียงกระดาษ ใช้ในโรงพยาบาลสนาม เรื่องของโมดูลาร์ยูนิตไม่ว่าจะเป็น ICU ห้องน้ำ หรือห้องสำหรับผู้ป่วยสีเหลือง สีแดง เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้เร็วด้วยระบบการก่อสร้างโมดูลาร์

อีกด้านหนึ่งคือเรื่องการค้า ธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางได้รับผลกระทบอย่างมาก ต้องถือว่าเราอยู่ใน supply chain แบบเดียวกัน อะไรที่เราช่วยเหลือได้ เช่น การให้เครดิตเทอม การจ่ายเงินให้เร็วในกรณีที่เป็น supplier เป็นคู่ค้าของเรา

นอกจากนี้ เอสซีจีทำศูนย์ฉีดวัคซีนร่วมกับ กทม. (กรุงเทพมหานคร) ร่วมกับสำนักงานประกันสังคมเป็นสิ่งที่เราสามารถตอบแทนสังคมในลักษณะการให้ใช้พื้นที่ การลงทุนเพื่อสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปให้ได้

Q : รัฐบาลหารือ 40 CEO เอสซีจีเสนออะไรบ้าง

การประชุม 40 CEO เอกชนให้ความเห็น 3 เรื่อง 1.ทำยังไงถึงจะบริหารจัดการโรคระบาดได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตรวจโรค การแยกผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยง การรักษาพยาบาล การฉีดวัคซีน

2.มาตรการเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบ 3.มองไปในระยะยาวพ้นจากยุคโควิดไปแล้วจะต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจในด้านไหนอย่างไรบ้าง เอกชนจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรบ้าง

เอสซีจีมีการพูดในเรื่องทำยังไงให้มีการเทสต์ (ตรวจโรค) อย่างกว้างขวาง และเข้าถึงประชากรให้ได้ทั้งหมด เรื่องของการรักษาก็สำคัญในการที่เราจะจัดการเพื่อทำให้ผลกระทบโควิดมีความรุนแรงน้อยลง ทำยังไงให้ยาสามารถทำให้คนเข้าถึงได้ก่อนที่จะป่วยหนักมาก ๆ

สามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงของอาการป่วย เรื่องของ home isolation, community isolation และ company isolation ภาคธุรกิจเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือตรงนี้ได้ยังไง

Q : นอกจากโควิด มีวิกฤตภาวะโลกร้อนด้วย

ผมมองว่ามี 2 ด้าน 1.ผลกระทบโดยรวมของประเทศในกรณีถ้าภาวะโลกร้อนส่งผลในเรื่องอุณหภูมิมีความเปลี่ยนแปลงมาก อัตราการตกของฝนระหว่างจุดต่ำสุดกับจุดสูงสุดมีความรุนแรง ทำให้เกิดภาวะฝนแล้งรุนแรง-น้ำท่วมรุนแรง อันนี้เป็นสิ่งที่น่าคิด

คนก็พูดอยู่เสมอว่าถ้าอุณหภูมิโลกสูงขึ้นไปถึงบวก 2% จะเรียกว่ารุนแรงมาก ตอนนี้ก็ลดลงมาไม่ต้องถึง 2% หรอก แค่ 1.5% ก็รุนแรงแล้ว จะเป็นผลกระทบที่รุนแรงมากกับคนไทยและประเทศรอบบ้านเรา

เอสซีจีเราต้องทำธุรกิจก็ต้องทำ ต้องมีแผนในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ แต่เราทำคนเดียวไม่ได้แน่ ภาครัฐ ภาคเอกชนต้องร่วมกันและประสานออกไปยังต่างประเทศด้วย เป็นโจทย์ของทั้งโลก

ในภาคอุตสาหกรรมสามารถทำได้ ตัวอย่างง่าย ๆ คือ เรื่องฝุ่น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันหรือลดจำนวนฝุ่น หรือทำให้คนแยกออกมาจากปัญหาฝุ่นได้ เรามีเทคโนโลยีการระบายอากาศ ทำให้อากาศมีการหมุนเวียนภายในบ้าน ภายในอาคาร

นอกจากนี้ เซ็กเตอร์การเกษตรปัจจัยหลักสำคัญคือ น้ำ, ดิน, ภาวะแล้งเป็นอย่างไร ภาคอุตสาหกรรมมีการนำสมาร์ทฟาร์มมิ่งเข้ามาช่วย ลดการใช้แรงงานลง ทำให้เร็วขึ้น ดูแลสภาพดิน ส่วนเรื่องน้ำไม่ง่ายแต่เราก็สามารถช่วยดูแลตรงนี้ได้ว่าสวนกับนามีการให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมหรือน้อยลงได้

โดยสรุปผมแยกเป็น 2 ส่วน 1.โจทย์ระดับประเทศ ระดับโลก เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทุกคนต้องร่วมกัน กับ 2.โจทย์ในระดับพื้นที่ ระดับอุตสาหกรรม เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้

Q : ปัจจัยเสี่ยงกระทบต่อธุรกิจ

ที่เห็นได้ชัดเจนคือสถานการณ์โควิด อย่าลืมว่าครั้งนี้โควิดไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพอย่างเดียว มีผลกระทบเศรษฐกิจด้วย คิดว่าในแง่ของโควิดเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ชัดเจนคือดิจิทัล เป็นเทรนด์ที่ต้องมีการนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจจริง ๆ นำมาปรับใช้ supply chain ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หรือแม้กระทั่งเรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภค ปัจจุบันใช้เวลาอยู่ในโลกดิจิทัลมากมาย ทำอย่างไรที่เราจะให้สินค้า การบริการของเราอยู่ในใจของเขาได้ตลอด เทรนด์ที่ผมเรียกว่าลักษณะของ new normal ก็จะเป็น next normal

ท้ายที่สุดผมคิดว่าทุกประเทศทั่วโลกในปี 2563 อย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ประเทศตะวันตกใช้ทรัพยากรไปอย่างมากในการสู้โควิด แต่ไม่ใช่เป็นการสู้อย่างเดียว มันเป็นลักษณะที่ต้อง support คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดเช่นกัน เรากำลังพูดเรื่องของนโยบายการเยียวยา

ฉะนั้น น่าคิดเหมือนกันว่าปี 2564 เป็นปีของอาเซียนที่สู้กับโควิดอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้น พรุ่งนี้ผมก็มองว่ารัฐบาลในกลุ่มประเทศอาเซียนใช้ทรัพยากรไปอย่างมากในการทั้งสู้ทั้งเยียวยาสถานการณ์โควิด ทำให้ระบบการเงินการคลังของทุกรัฐบาลตึงตัวไปหมด

ก็น่าคิดว่าสุดท้ายตรงนี้จะเป็นทางออกยังไง เพราะรัฐบาลของทุก ๆ ประเทศเป็นส่วนที่สำคัญทีเดียวในแง่การพยุงเศรษฐกิจประเทศ

ผมคิดว่าในวิกฤตมีโอกาส เราเห็นเรื่องความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การใช้ชีวิต ที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ก็ต้องถามว่าธุรกิจเห็นโอกาสตรงนี้แล้วสามารถที่จะเข้าไปจับโอกาสตรงนี้ได้อย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SCG รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส