เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
Economic ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
Uncategorized IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
Politics ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
Politics อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
News นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
Politics ‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
Politics ‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
Politics ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
ดูทั้งหมด

ปิดจ็อบอำลาปีงบประมาณ 2564 “ศักดิ์สยาม” เคลียร์ลงทุน-นโยบายหาเสียง

30 ก.ย. 2564 | 09:10น.
กีรติ เอมมาโนชญ์

โค้งสุดท้ายของไตรมาสสุดท้ายปีงบประมาณ 2564 “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตบเกียร์ 5 เร่งปิดจ็อบแผนลงทุนเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าและทางด่วน รวมทั้งงานนโยบายหาเสียงอย่างแท็กซี่เสรี และรถยนต์ใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ดังนี้

ผุดฉากกั้นเชื้อ “แท็กซี่”

เรื่องใกล้ชิดผู้บริโภคน่าจะเป็นมาตรการควบคุมและป้องกันโควิด ล่าสุด “รมว.ศักดิ์สยาม” คิกออฟอีเวนต์ฉากกั้นภายในรถแท็กซี่ โปรเจ็กต์ความร่วมมือกับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) ในเครือเอสซีจี

โมเดล “ฉากกั้นภายในรถแท็กซี่” ดีไซน์รูปลักษณ์เป็นฉากกั้นอะคริลิกใสคุณภาพสูงภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้ติดตั้งได้ง่ายเหมาะกับรถแท็กซี่ที่มีอยู่ในปัจจุบันที่มีทั้งรถแท็กซี่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ไม่บดบังทัศนวิสัย และไม่กระทบต่อการทำงานหรือการใช้งานระบบหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ ของรถ

โดยเริ่มทยอยติดตั้งฉากกั้นให้กับรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแล้วตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ตามแผนคาดว่าจะดำเนินการติดตั้งครบ 3,000 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2564 นี้

สำหรับฉากกั้นดังกล่าว จะแสดงเครื่องหมายบริเวณกระจกด้านหน้ารถเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยอัตราค่าโดยสารเท่ากับแท็กซี่ทั่วไป

สำหรับการติดตามและประเมินผล ทางกรมการขนส่งทางบกมีการติดตามสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่าน QR code บนฉากกั้นในรถแท็กซี่ทุกคัน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาขยายผลต่อไป

นโยบายหาเสียง 120 กม./ชม.

อาจกล่าวได้ว่าเป็นอีกนโยบายที่มีผลงานสำเร็จเป็นรูปธรรมสำหรับการกำหนดใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง บนถนนทางหลวงที่มีขนาด 4 ช่องจราจรขึ้นไป อัพเดตตัวนโยบายดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ล่าสุดได้ฤกษ์ออกสตาร์ตเฟสที่ 3 จำนวน 8 เส้นทาง ระยะทางรวม 152 กิโลเมตร

ตารางเวลาของนโยบายหาเสียงเรื่องนี้ ปักหมุดเดือนมีนาคม 2565 เริ่มใช้ใน 6 เส้นทางของกรมทางหลวง (ทล.) ได้แก่ 1.“ทล.1” ช่วงหนองแค-หินกอง-ปากข้าวสาร-แยกสวนพฤกษศาสตร์พุแค กม.79+000-105+000 ระยะทาง 26 กิโลเมตร

2.“ทล.9” ช่วงบางแค-คลองมหาสวัสดิ์ กม.23+000-31+872 ระยะทาง 8.872 กิโลเมตร

3.“ทล.347” ช่วงเทคโนโลยีปทุมธานี-ต่างระดับเชียงรากน้อย กม.1+000-10+000 ระยะทาง 10 กิโลเมตร

4.“ทล.35” ช่วงนาโคก-แพรกหนามแดง กม.56+000-80+600 ระยะทาง 24.6 กิโลเมตร

5.“ทล.4” ช่วงเขาวัง-สระพระ กม.160+000-167+000 ระยะทาง 7 กิโลเมตร 6.“ทล.4” ช่วงเขาวัง-สระพระ กม.172+000-183+500 ระยะทาง 11.5 กิโลเมตร

อีก 2 สายทางที่ยังรอดำเนินการเป็นถนนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระยะทาง 64.1 กิโลเมตร ได้แก่ 1.“นบ.3021” ถนนราชพฤกษ์ ตลอดเส้นทาง 51.7 กิโลเมตร 2.“นบ.1020” ถนนนครอินทร์ ตลอดเส้นทาง 12.4 กิโลเมตร

ซึ่งถนนทั้ง 2 สายทางอยู่ในขั้นตอนของการปรับปรุงทางกายภาพให้เหมาะสมกับการใช้ความเร็วดังกล่าว

โดยรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จำนวน 503 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย อุปกรณ์ที่ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

เช่น ปรับปรุงเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ติดตั้งป้ายจราจร ป้ายเตือน ป้ายจำกัดความเร็ว ก่อสร้างกำแพงคอนกรีต (barrier) และแถบชะลอความเร็ว (rumble strip) ตลอดจนติดตั้งระบบขนส่งอัจฉริยะ (intelligent transportation system) และระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง

กดปุ่มประมูลรถไฟฟ้า-ทางด่วน

ไฮไลต์อยู่ที่งานประมูลเมกะโปรเจ็กต์ทางด่วนและรถไฟฟ้า พบว่าช่วงเดือนกันยายน 2564 มีความคืบหน้าเป็นลำดับจากหลายหน่วยงานต้นสังกัด เริ่มต้นที่โครงการรถไฟฟ้าภายใต้การกำกับของ “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” ได้แก่

1.โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 23.5 กิโลเมตร วงเงิน 78,720 ล้านบาท ทาง รฟม.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนเพื่อประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการรอบใหม่ ระหว่างวันที่ 23 กันยายน-17 ตุลาคม 2564 ตามแผนคาดว่าเริ่มก่อสร้างในปี 2565 ตั้งเป้าเปิดให้บริการในปี 2570

2.รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน 128,128 ล้านบาท ความคืบหน้ากระบวนการประมูล ทาง รฟม.คาดว่าหลังจากประชุมคณะกรรมการคัดเลือก มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 แล้ว จะประกาศขายเอกสารข้อเสนอ (Request for Proposal : RFP) ในเดือนตุลาคม 2564 เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอประกวดราคาภายในเดือนธันวาคม 2564

จากนั้นจะประเมินข้อเสนอภายในเดือนมกราคม-มีนาคม 2565 กรอบเวลาที่วางไว้คาดว่าขั้นตอนเจรจาต่อรองได้ข้อยุติในเดือนมีนาคม 2565 และเสนอผลการคัดเลือกไปยังกระทรวงคมนาคม ส่งต่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป

ลงเข็มสายสีชมพูเข้าเมืองทองฯ

อีก 1 โครงการรถไฟฟ้าที่หลายคนจับตามองในนาทีนี้ หนีไม่พ้น “รถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายช่วงศรีรัช-เมืองทองธานี” ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร วงเงิน 4,230 ล้านบาท โครงการนี้เป็นข้อเสนอจากเอกชนคู่สัญญา คือ บจ.นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล หรือ NBM (กลุ่ม BSR นำโดย บมจ.บีทีเอส-บมจ.ซิโน-ไทยฯ และ บมจ.ราชกรุ๊ป) เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด

คาดว่าเริ่มต้นก่อสร้างช่วงต้นปี 2565 ใช้เวลาก่อสร้าง 37 เดือน วางแผนเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2567 โดยล่าสุด ครม.อนุมัติ พ.ร.ฎ.เวนคืนของโครงการแล้ว โดยเป็นการเวนคืนจำนวน 617 แปลง เพื่อก่อสร้างทางวิ่ง สถานี อาคารจอดรถ และสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย (bulksub) มีกรอบวงเงินเวนคืน 700 ล้านบาท

รับเหมาครบด่วนดาวคะนอง

เลี้ยวกลับมาดูเมกะโปรเจ็กต์ทางด่วน ต้องบอกว่า “บิ๊กปาน-สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข” ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ล้างอาถรรพ์ภารกิจงานประมูลได้สำเร็จสำหรับโครงการทางด่วนสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้านตะวันตก เรียกสั้น ๆ ว่า “ทางด่วนดาวคะนอง”

โดยภารกิจการผลักดันให้เปิดไซต์ก่อสร้างยังเหลืองานโยธาอีก 2 สัญญาที่ยังไม่ได้ตัวผู้รับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากมีคดีค้างศาลปกครอง ล่าสุดคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ.มีมติเห็นชอบบริษัทรับเหมาผู้ชนะประม^ลแล้ว

ประกอบด้วย สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางยกระดับ ขนาด 6 ช่องจราจร จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เซ็นทรัลพระราม 2 ระยะทาง 6.4 กิโลเมตร ราคากลาง 7,360.78 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า ยูเอ็น-ซีซี (บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ร่วมกับ บมจ.ซีวิลเอนจีเนียริง) เป็นผู้ชนะประมูล โดยเสนอราคาที่ 7,350 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

และสัญญาที่ 2-3 งานก่อสร้างทางยกระดับจากโรงพยาบาลบางปะกอก 9-ด่านดาวคะนอง ระยะทาง 5 กิโลเมตร ราคากลาง 7,376.86 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า ไอทีดี-วีซีบี (บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ร่วมกับ บจ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง) เป็นผู้รับงาน

โดยเสนอราคา 7,359.3 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแผนงานคาดว่าจะลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างได้ในเดือนตุลาคม 2564 นี้

นับ 1 แผนพัฒนาหัวลำโพง

ขณะที่โปรเจ็กต์พิเศษอย่างการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษบริเวณเพลินจิต ทาง กทพ.อยู่ระหว่างหารือกับ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เพื่อกำหนดแนวทางในการบูรณาการการทำงานให้มีการพัฒนาพื้นที่ที่ต่อเนื่องกัน โดยการปรับรูปแบบโครงการให้มีลักษณะที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกัน คาดว่าได้ผลสรุปร่วมกันในเดือนตุลาคม 2564

ถัดมา เรากำลังพูดถึงหนึ่งในไฮไลต์ของกระทรวงคมนาคมที่สร้างการจดจำให้กับประชาชนก็คือการเปิดทดลองวิ่งรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต) พร้อมกับเปิดใช้สถานีกลางบางซื่อ (Bangsue Grand Station) หรือฮับบางซื่อ

โดยผลกระทบทางตรงจากการเปิดใช้ฮับบางซื่อ นำมาสู่การรีโมเดลสถานีหัวลำโพง งานนี้ “รมว.โอ๋-ศักดิ์สยาม” มีข้อสั่งการให้สั่งเดินหน้าการพัฒนาพื้นที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และแนวทางการพัฒนาตลอดแนวเส้นทางบางซื่อ-หัวลำโพงแล้ว

โดยกำชับให้การรถไฟฯศึกษาการพัฒนาพื้นที่ให้มีความสอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน คำนึงถึงการเชื่อมต่อกับรูปแบบการเดินทางอื่น ๆ การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ การใช้พื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์คุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ของพื้นที่

โดยการศึกษาเพื่อกำหนดอนาคตหัวลำโพงจะมีการนำกรณีศึกษาจากต่างประเทศมาใช้ในการพิจารณาร่วมด้วย ผู้รับผิดชอบหลักคือ “บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด” บริษัทลูกของการรถไฟฯ คาดว่าจะสามารถนำเสนอแผนแม่บทได้ในเดือนพฤศจิกายน 2564

ส่วนพื้นที่ริมทางรถไฟช่วงสถานีกลางบางซื่อ-สถานีหัวลำโพง แนวทางการพัฒนาจะเริ่มมีความชัดเจนต่อเมื่อมีการสำรวจรายละเอียดตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง เช่น สายสีแดงส่วนต่อขยาย รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน การเชื่อมต่อสถานีจิตรลดา เป็นต้น

ไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้คาดว่าจะสามารถนำเสนอแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ได้ในเดือนธันวาคม 2564 นี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงคมนาคม