เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

Internet of Bodies ดาบสองคมที่ต้องจับตา ?

03 ต.ค. 2564 | 15:09น.
เอไอ หุ่นยนต์ เทคโนโลยี
คอลัมน์ Tech Times
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

โลกเทคโนโลยีมักมีคำศัพท์ใหม่ ๆ มาให้เราต้องเรียนรู้เสมอ ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาคำว่า internet of things (IOT) คือ คำศัพท์สุดฮิตประจำวงการ แต่วันนี้จะพูดถึง IOT เฉย ๆ โดยไม่พ่วง คำว่า internet of bodies (IOB) เข้ามาด้วยก็จะดูเชยไปสักหน่อย

IOB คือการผสมผสาน body sensor network (BSN) หรือเทคโนโลยีโครงข่ายเซ็นเซอร์ร่างกายกับ IOT เพื่อให้เกิดอุปกรณ์ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยตรวจจับ และประมวลผลการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่าง ๆ และสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์

IOB เฟสแรกที่เราคุ้นเคย ได้แก่ สมาร์ทวอตช์ สายข้อมือ หรือแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนต่าง ๆ ที่ช่วยนับก้าว เช็กการเต้นของหัวใจ หรือพฤติกรรมการนอน

ส่วน IOB เฟส 2 คืออุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้วิธีฝังหรือกลืนเข้าไปในร่างกาย เช่น การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (pacemaker implantation) เข้าไปในผนังหน้าอกใต้ผิวหนังของผู้ป่วยเพื่อกระตุ้นจังหวะการเต้นของหัวใจ

หรือการฝังประสาทหูเทียม (cochlear implant) ที่ใช้ฟังแทนการทำงานของหูชั้นใน ไปจนถึงยาเม็ดดิจิทัล(digital pill) ซึ่งมีตัว sensor ขนาดเล็กฝังอยู่ในเนื้อยา เพื่อส่งสัญญาณยืนยันเมื่อยาตกถึงท้องไปที่แถบรับสัญญาณที่คนไข้สวมอยู่

ก่อนจะส่งผ่านแอปที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์สื่อสารอื่น ๆ ไปยังแพทย์และผู้ดูแลอีกที

สำหรับ IOB เฟส 3 ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่ บรรดาไมโครชิปที่จะช่วยมอนิเตอร์และควบคุมการทำงานของร่างกายจากระยะไกล เช่น สมาร์ทคอนแท็กต์เลนส์ ที่มีเซ็นเซอร์หรือชิปที่สามารถมอนิเตอร์ร่างกายผ่านข้อมูลที่ได้จากดวงตาหรือของน้ำภายในลูกตาได้ เช่น ใช้มอนิเตอร์ระดับกลูโคสในร่างกายสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังรวมถึงพวก brain computer interface (BCI) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างคลื่นสมองกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ให้กับผู้พิการสามารถขยับแขนขาได้ด้วยตัวเอง

อีกทั้งในเฟส 3 นี้ยังมีความพยายามที่จะเชื่อมต่อ BCI กับระบบ AI เพื่อวิเคราะห์และคาดเดาปฏิกิริยาต่าง ๆ ของมนุษย์ ผ่านคลื่นสมองรวมทั้งการแสดงออกทางสีหน้า หรือโทนเสียงอีกด้วย

หากทำได้จริงจะมีประโยชน์ในหลายกรณี ไม่ว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ (เช่น หากระบบบนรถยนต์สามารถคาดเดาได้จากคลื่นสมองว่าเรากำลังจะเบรก

มันสามารถสั่งเตรียมพร้อมสำหรับการหยุดรถในระยะทางที่สั้นลงกว่าเดิมทำให้ปลอดภัยต่อทุกคนบนท้องถนน) หรือช่วยบริษัทห้างร้านวิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อสินค้าประเภทต่าง ๆ เป็นต้น

คาดกันว่าการพัฒนาเครือข่าย 5G และ WiFi 6 จะยิ่งช่วยให้อุปกรณ์ IOB รุ่นใหม่สามารถแชร์ดาต้าในปริมาณมหาศาลและสามารถสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ด้วนกันเองได้รวดเร็วขึ้นด้วย

แต่ถึงแม้เทคโนโลยี IOB จะมีประโยชน์มากมาย มันก็มีข้อจำกัดและความเสี่ยงไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เป็นภัยคุกคามความเป็นส่วนตัว เพราะอุปกรณ์ IOB นั้นเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและเสี่ยงที่จะโดนแฮกได้เหมือนระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป

ซึ่งแฮกเกอร์สามารถในการเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างของผู้ใช้ ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน ได้ยินหรือเห็นอะไร และสามารถล้วงลึกไปถึงการทำงานของอวัยวะภายในต่าง ๆ ได้อีก

เช่น การฝังประสาทหูเทียม แม้จะช่วยให้คนกลับมาได้ยินอีกครั้งแต่ตัวเซ็นเซอร์ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ก็สามารถบันทึกเสียงทุกอย่างที่อยู่บริเวณโดยรอบ ทำให้คนที่จ้องล้วงข้อมูลสามารถเข้าถึงบทสนทนาต่าง ๆ ได้จากระยะไกลได้ตลอด 24 ชม. เป็นต้น

นอกจากนี้แฮกเกอร์ยังเข้าไปยุ่งเหยิงกับข้อมูลที่ส่งจากอุปกรณ์ IOB ต่าง ๆ หรือแอบปล่อยข้อมูลเพื่อแบล็กเมล์ หรือแม้กระทั่งสั่งหยุดการทำงานของอุปกรณ์ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์เสียชีวิตได้

ตอนนี้เลยเกิดคำถามว่า ใครควรเป็นเจ้าของข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากอุปกรณ์เหล่านั้นกันแน่ และผู้ใช้หรือผู้บริโภคมีสิทธิที่จะปฏิเสธการแชร์ข้อมูลหรือไม่

เทคโนโลยีนั้นเหมือนดาบสองคม โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก ๆ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ใช้งานที่เป็นคนธรรมดาทั่วไปที่อาจก้าวไม่ทันความล้ำสมัยของมัน ยังดีที่อุปกรณ์ IOB ในเฟส 3 ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนา

หลายฝ่ายจึงเสนอให้เตรียมพร้อมด้านนโยบายและกฎระเบียบต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้าเพื่อรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานก่อนที่จะมีการใช้งานจริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เทคโนโลยี