Skip to content

ศธ.-สธ.ย้ำฉีดวัคซีนเด็ก ครอบคลุมนักเรียนต่างชาติ-นอกระบบด้วย

05 ต.ค. 2564 | 12:07น.
ศธ.-สธ.ย้ำฉีดวัคซีนเด็ก ครอบคลุมนักเรียนต่างชาติ-นอกระบบด้วย

กระทรวงศึกษาธิการ-กระทรวงสาธารณสุข แจงเงื่อนไขฉีดวัคซีนเด็ก 12-18 ปี นักเรียนต่างชาติ-นอกระบบได้ฉีดเหมือนกัน ให้แต่ละจังหวัดบริหารจัดการเอง ส่วนนักเรียนชายฉีด 1 เข็มก่อน ประเมินผลข้างเคียงตามคำแนะนำราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ

วันที่ 5 ตุลาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการฉีดวัคซีนในกลุ่มนักเรียนว่า ขณะนี้ได้เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนอายุระหว่าง 12-18 ปีแล้ว ย้ำว่านักเรียนคนไหน ถ้ายังไม่ได้ลงทะเบียนประสงค์รับวัคซีนก็ยังสามารถลงเพิ่มเติมได้ เพราะในสัปดาห์หน้ากระทรวงสาธารณสุขจะมีวัคซีนส่งมาให้กระทรวงศึกษาธิการเพิ่มเติมอีก หากแจ้งความประสงค์เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เราสามารถแจ้งจำนวนเพิ่มได้เร็วเท่านั้น

ทั้งนี้ก็ยังมีคำถามที่สังคมถามเข้ามาอีกมากว่า แล้วคนที่ยังไม่ได้ฉีดจะทำอย่างไร ขอตอบว่าไม่เป็นไร เราจะใช้หลักการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้หารือกับทาง ศบค. คือ อยากให้เด็ก ๆ ในแต่ละโรงเรียนได้รับวัคซีนกว่า 70% รวมทั้งครู บุคลากร 85% ก็จะเป็นที่ปลอดภัยสำหรับการเปิดภาคเรียน ซึ่งย้ำว่าถ้าทุกคนฉีดวัคซีนก็จะมีเกราะป้องกัน

ฉะนั้นผู้ปกครองไม่ต้องห่วงมากนัก และในกรณีเด็กติดเชื้อก็จะมีโอกาสหายเกือบ 100% เพราะแข็งแรงกว่าผู้ใหญ่ จะน่าห่วงเฉพาะผู้ที่มีโรคอาการหนัก อีกคำถามคือ แล้วเด็กเล็ก ๆ ที่อายุต่ำกว่า 12 ปี จะเป็นอย่างไร ตอนนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำลังดูวัคซีนตัวอื่น ๆ ว่ามีโอกาสใช้ในเด็กได้หรือไม่

นักเรียนต่างชาติ-นอกระบบ แต่ละจังหวัดบริหารจัดการเอง

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในแถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 และการฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า การฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปให้โรงเรียนเป็นสถานที่ฉีดเพื่อความสะดวกในการเดินทาง โดยแต่ละจังหวัด โรงเรียนและโรงพยาบาลจะหารือกันเพื่อจัดการฉีดได้สอดคล้อง รวมถึงฉีดนักเรียนชาวต่างชาติด้วย

สำหรับกลุ่ม Home school หรือผู้ที่ไม่อยู่ในระบบ จะจัดสรรวัคซีนไปที่จังหวัดและนัดหมายลงทะเบียนการฉีดในระยะต่อไป

กรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยแต่อายุต่ำกว่า 18 ปี ให้แสดงความจำนงที่จังหวัดเพื่อจัดสรรวัคซีนฉีดให้ ส่วนกรณีนักเรียนมัธยมที่อายุเกิน 18 ปี อนุโลมให้ฉีดไฟเซอร์เหมือนเพื่อนในชั้นเรียนได้

2 สัปดาห์นี้มีวัคซีน 5 ล้านโดส

ทั้งนี้ วันที่ 6 ตุลาคม จะมีวัคซีนไฟเซอร์มาอีก 1.5 ล้านโดส และสัปดาห์ถัดไปอีก 1.5 ล้านโดส ดังนั้น 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีวัคซีนทั้งหมด 5 ล้านโดส กระจายไปให้เพียงพอกับความต้องการฉีด

นักเรียนชายฉีด 1 เข็ม

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ส่วนอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ พบว่ามีความสัมพันธ์กับการฉีดวัคซีน mRNA ส่วนใหญ่เกิดในเด็กชายอายุ 12-17 ปี ในการฉีดเข็มที่ 2 พบประมาณ 6 คนใน 1 แสนคน อาการไม่รุนแรงและหายเองได้ ประเทศไทยจากการฉีด 1.3 แสนคน พบอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 4 คน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการฉีดวัคซีนมีประโยชน์มากกว่าผลข้างเคียง กระทรวงสาธารณสุขจึงจะฉีดวัคซีนให้เด็กผู้หญิง 2 เข็ม ส่วนเด็กผู้ชายจะฉีดเข็มเดียวก่อน เพื่อติดตามข้อมูลและประเมินผลข้างเคียง ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้จะมีการฉีดวัคซีนในครูและบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า 80-90% และกำลังเร่งฉีดให้ครบ 100% รวมถึงเริ่มมีการฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียนแล้ว แต่เพื่อให้การเรียนการสอนมีความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ขอให้จัดสถานศึกษาให้มีความปลอดภัย โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม ระบบถ่ายเทอากาศ การเว้นระยะห่าง การทำกิจกรรมร่วมกันต้องเคร่งครัด

โดยเฉพาะการรับประทานอาหารร่วมกัน เน้นย้ำการสวมหน้ากาก ทำความสะอาดสถานที่ โรงเรียนประจำอาจต้องมีการตรวจ ATK เป็นระยะ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นคลัสเตอร์ใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฉีดวัคซีน