เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-DisagreeGen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-DisagreeGen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

Influencer Marketing เมื่อคนไม่เชื่อโฆษณาหันมาพึ่งรีวิว

07 ต.ค. 2564 | 11:39น.
คอลัมน์ Pawoot.com
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

เราอยู่ในยุคที่คนไม่เชื่อโฆษณา ไม่สามารถโน้มน้าวให้คนอยากซื้อสินค้าได้อีกต่อไป โดยเฉพาะสินค้าประเภท high involvement เช่น สินค้าราคาแพง พวกรถ บ้าน ฯลฯ โฆษณาทำได้แค่กระตุกให้คนรู้ แต่สุดท้าย 70-80% คนจะอ่านรีวิวก่อนซื้อ ตอนนี้นักการตลาดจะแบ่งงบฯส่วนหนึ่งไว้ให้บุคคลที่ 3 หรือ influencer ที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์พูดถึงสินค้าหรือบริการ

influencer marketing เริ่มพูดถึงมากขึ้น 3-4 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีบริษัททำ influencer marketing มากขึ้น บริษัทที่ผมเข้าไปลงทุนชื่อ Tellscore ปีที่แล้วขยับมาทำ influencer commerce ถ้าต้องการขายสินค้าก็นำสินค้ามาให้ influencer พูดถึง หากพูดแล้วมีการขายได้ก็จะแบ่งคอมมิสชั่นให้ influencer คนนั้นตามตกลง เท่าที่คุยกับ CEO Tellscore ปรากฏว่าไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่ เพราะ

1.influencer มีหลายแบบหลายระดับ แม้เราจะเห็นคนไลฟ์ขายของหรือยูทูบเบอร์มีรายได้เป็นล้านบาท พวกนี้เป็น influencer เช่นกันแต่เขาขายของของตัวเอง ถ้าอยากให้เขาขายให้ก็ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ น้อยไปเขาก็ไม่รับ เพราะขายเองได้มากกว่า บางครั้งสินค้าเขาและเราก็คล้าย ๆ กัน

influencer มีหลายแบบ บางคนมีไว้สำหรับสร้างแบรนด์ให้รู้จัก ไม่เหมาะให้ขายของ ฉะนั้น influencer marketingไม่ใช่ท่าไม้ตายที่จะขายของได้ทันที มีหลายกลุ่มหลายทาร์เก็ต เดี๋ยวนี้มีการใช้ influencer marketing สร้าง

แบรนด์ และนักการตลาดต้องเตรียมเงินอีกก้อนสำหรับนำสื่อที่ influencer นำไปบูสต์โพสต์ซ้ำอีกที โดยใช้การบูสต์แบบ custom audience คือเลือกขยายฐานลูกค้าโดยหาคนที่มีพฤติกรรมคล้ายกับฐานลูกค้าที่มีและขยายจำนวนให้มากขึ้น เป็นการขยายผลออกไปยังลูกค้าในกลุ่มเดียวกันแต่กว้างขึ้น

2.target, market ในโลกออนไลน์แตกเป็นชิ้น ๆ แล้ว สมัยก่อนอยากให้คนรู้จักทั้งประเทศก็ไปลงโฆษณาในรายการโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยม แต่ยุคนี้ได้แค่กลุ่มหนึ่งเพราะคนแต่ละกลุ่มมีสื่อหรือมีเดียที่ดูต่างกัน มีคนที่เขาเชื่อแตกต่างกัน

เด็ก ๆ บางคนอาจตามดูข่าวจากเพจจ่าพิชิต ขจัดพาลชน Drama-addict ผู้หญิงอาจตามเพจหมอแล็บแพนด้า ฯลฯ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เกิดเผ่าหรือ type ใหม่ ๆ เช่นเมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดห้องชื่อ “จัดโต๊ะคอมฯ” มีสมาชิกหลายหมื่นเอาโต๊ะคอมพิวเตอร์มาโชว์กัน โดยเฉพาะช่วง WFH เป็นคอมมิวนิตี้ใหม่ของคนที่ชอบเกี่ยวกับการตกแต่งโต๊ะคอมพิวเตอร์หรือโต๊ะทำงาน

การขายของของคนยุคนี้ ช่องทางเดิมยังใช้ได้ แต่จะเริ่มเกิดคอมมิวนิตี้เป็นเซ็กเมนต์ย่อย ในฐานะเจ้าของสินค้าและบริการต้องพยายามหากลุ่มเหล่านี้ให้เจอ คนไปรวมตัวที่หนึ่ง เช่น ตามเฟซบุ๊กกรุ๊ปเพจต่าง ๆ ไลน์กลุ่มหรือคอมมิวนิตี้ของไลน์ในห้องนั้นจะมี influencer เป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนั้น ๆ พูดทีไรก็มีคนเชื่อ ฉะนั้นต้องมองที่ไลฟ์สไตล์คนเป็นหลักว่าคนต้องการสินค้า และบริการประเภทไหน ในฐานะเจ้าของสินค้าและบริการเราต้องเริ่มเข้าไปอยู่กับคนในคอมมิวนิตี้ออนไลน์เหล่านั้น

เกิดคำใหม่คือ KOC (key opinion consumer) องค์กรต่าง ๆ เริ่มเปลี่ยนพนักงานเป็น influencer เท่าที่ผมคุยกับ Tellscore บางบริษัทให้พนักงานสมัครกับ Tellscore เพราะทุกคนเปลี่ยนตนเองเป็น influencer ได้ เมื่อมีสินค้าหรือบริการของบริษัท

พนักงานคนใดพูดลงไปในออนไลน์ระบบของ Tellscore แทร็กได้หมดว่าคนไหนพูดถึงสินค้า และบริการบ้าง พูดแล้วมีใครคลิกเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการบ้าง พนักงานคนนั้นจะได้รับค่าตอบแทนด้วย เรียกว่ามีเครื่องมือแทร็กหรือวัดได้แล้ว หรือบางบริษัทมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ แต่ลูกค้าบางคนหลับหรือ sleeping customer ก็มีแคมเปญกระตุ้น เปลี่ยนจากลูกค้าที่เคยซื้อแต่ไม่ทำอะไรมาเป็น influencer โดยอาจส่งคำเชิญให้เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ใน Tellscore ได้เลย

หากมีการพูดถึงสินค้าหรือบริการของแบรนด์จะจ่ายให้โพสต์ละขั้นต่ำ 300 บาท การโพสต์ราคาขึ้นอยู่กับ network effect จำนวนคนตาม คนที่เกิดการแชร์ จากเดิมที่ต้องหา influencer จากข้างนอกตอนนี้เกิดเทรนด์ใหม่ใช้คนข้างในหรือพนักงาน เพราะรู้จักสินค้าและบริการดีอยู่แล้ว เมื่อก่อนพยายามให้พนักงานพูด แต่ไม่ได้ให้อะไรเขา เมื่อมีเครื่องมือวัดผลหรือแทร็กก็เกิดความแฟร์กับพนักงาน เมื่อเขาพูด บริษัทมีรายได้ พนักงานก็มีรายได้จากการช่วยพูดด้วย

ทุกคนเป็น influencer มีคนติดตามแต่ต้องมาดูว่าเราจะหา influencer ที่ตรงกับทาร์เก็ตเจอไหม

ในอนาคตผมมองว่า influencer จะเป็นช่องทางหลักช่องทางหนึ่ง เพราะก่อนที่คนจะตัดสินใจซื้อมักชอบดูรีวิว ดูหลาย ๆ คนเพื่อให้แน่ใจ

reviewer หรือ influencer มีผลกับคนซื้อ หากเรามีสินค้าดี มี influencer ที่ดี และยิ่งมีช่องทางการขายโดยเฉพาะบนออนไลน์ที่ดี จะปิดการขายได้ ทุกอย่างจบบนออนไลน์ได้เลย นี่อาจเป็นเรื่องใหม่ของหลาย ๆ คน ผมอยากให้ลองใช้ปันงบฯก้อนหนึ่งจะหลักพันหรือหมื่นก็ได้

การหา influencer ทำด้วยตัวเองได้ เข้าไปที่ https://th.tellscore.com/th เลือกเป็น marketer เลือก influencer ได้ว่าจะเป็นผู้หญิง-ผู้ชาย จังหวัดหรือภาคไหน สินค้าอะไร ฯลฯ เติมเงินแค่ 500 บาทก็ใช้ influencer marketing ได้แล้ว จะทำให้คุณเข้าใจการตลาดรูปแบบนี้มากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Influencer ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ