เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศบค.พบคลัสเตอร์ใหม่เพียบ “งานศพ” ผุด 30 จังหวัด ภาคใต้ยังกดไม่ลง

08 ต.ค. 2564 | 16:13น.
นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท

นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท

ศบค.เผยพบคลัสเตอร์โควิดใหม่อีกเพียบ ระบุงานศพหนักสุดพบกว่า 30 จังหวัด ติดเชื้อ 938 ราย ขณะที่พบคลัสเตอร์โรงงานของปตท.ที่ระยองด้วย ส่วน 4 จังหวัดใต้ยอดป่วยใหม่ยังกดไม่ลง ตัวเลขแตะ 21 %  ของประเทศอีกครั้ง พร้อมเร่งฉีดพื้นที่สีฟ้ากลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวนำร่อง 

วันที่ 8 ตุลาคม 2564 นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สะ.)  แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดประจำวันว่า วันนี้ขอเริ่มที่มาตรการที่เป็นตัวเปลี่ยนเกม และระบาดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2

นายแพทย์เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับตัวเลขของการฉีดวัคซีนในวันนี้ มีการรายงานการฉีดวัคซีนที่สูงมากวันหนึ่ง หรือเพิ่มขึ้นถึง 911,677 โดส ทำให้ยอดรวมการฉีดวัคซีนสะสมของประเทศไทยฉีดไปแล้วจำนวน 58,298,700 โดส โดยเข็มที่ 1 มีจำนวนจำนวน 413,804 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 454,491 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 43,382 ราย

“เข็มที่สองหลายคนก็กังวลว่าที่จะฉีดวัคซีนให้ได้ครบถึง 70% ภายในปีนี้ เข็มที่2 จะต้องฉีดให้ได้เท่าไร ถึงจะไปถึงวันนั้น ต้องเรียนว่าเข็มที่ 2 จะมากหรือน้อย เป็นผลสืบเนื่องมาจากเข็มที่ 1 ก่อนหน้านี้ เพาะฉนั้นวันนี้การที่เราเห็นเข็มที่สองมากถึง 4.5 แสนกว่าโดส เพราะก่อนหน้านี้ 3-4 สัปดาห์มีการฉีดวัคซีนในเข็มที่ 1 ค่อนข้างมาก

ส่วนเข็มที่ 3 มีการฉีดเพิ่มขึ้น 43,382 ราย ทำให้การครอบคลุมของเข็มที่ 1 อยู่ที่ 47.5% ของจำนวนประชากร ในขณะที่เข็มที่สองครอบคลุมประชากรไปแล้ว 31.2% ส่วนเข็มที่ 3 อยู่ที่ 2.3%” นายแพทย์เฉวตสรรกล่าว

9 จังหวัดฉีดวัคซีนผู้สูงอายุเกิน 70%  เร่งฉีดพื้นที่สีฟ้า

ส่วนความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนจำแนกตามจังหวัด และการได้รับวัคซีนตามเป้าหมาย โดยกลุ่มผู้สูงอายุฉีดวัคซีนได้เกิน 70% มีด้วยกัน 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พังงา ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี

“ตัวเลข 70% ไม่ได้อยู่แค่นี้ เราพยายามจะให้ ได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่จะเปิดเป็นพื้นที่สีฟ้า เพื่อรองรับในเรื่องของการท่องเที่ยว การเดินทาง ได้ กทม. เชียงใหม่ เลย ชลบุรี บุรีรัมย์ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต กระบี่” นายแพทย์เฉวตสรรกล่าว และว่า

ในกลุ่มประชากรจังหวัดที่เราเรียกว่ากลุ่ม 608 คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ เรามีเป้าหมายที่จะฉีดให้ได้ 80% ในกลุ่ม 608 นี้ โดยเริ่มจากอำเภอนำร่องของจังหวัดเหล่านี้

ฉีดวัคซีนนักเรียนไปแล้ว 1.5  แสนราย

นอกจากนี้กลุ่มเป้าหมายที่เราอยากเน้นคือในกลุ่มของนักเรียน นักศึกษา อายุ 12-17 ปี ตอนนี้จากรายงานที่คิกออฟมาตั้งแต่วันที่ 4 -7 ตุลาคม 2564 มีรายงานการฉีดไปแล้ว 150,190 ราย ซึ่งยังมีบางจุดที่ฉีดแล้ว แต่ยังไม่มีการรายงานตัวเลขเข้ามา หรือยังไม่ครบถ้วน ซึ่งจะมีการเร่งรัดกันต่อไป

“ช่วงนี้มีข่าวในโซเชียลมีเดียว่า วัคซีน mrna อาจจมีผลอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ ใน 1-2 ปี หลังมีการฉีด ซึ่งงไม่เป็นความจริง เพราะวัคซีนได้มีการศึกษาและวิจัยมาแล้ว ประเทศผู้ผลิตมีการศึกษาวิจัยมามากมาย ซึ่งไม่มีทางที่จะทำให้เกิดอันตรายเหล่านั้นได้  ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ และติดตามแหล่งข้อมูลของทางการ หรือแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ และยืนยันว่าวัคซีนมีความเพียงพอแน่นอน”

สำหรับตัวลขการติดเชื้อในสถานการณ์ทั่วโลกวันนี้ ข้อมูล ณ วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 237,545,619 ราย อาการรุนแรง 84,215 ราย รักษาหายแล้ว 214,633,110 ราย เสียชีวิต 4,849,332 ราย

ส่วนอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 45,021,267 ราย 2. อินเดีย จำนวน 33,914,465 ราย 3. บราซิล จำนวน 21,532,558 ราย 4. สหราชอาณาจักร จำนวน 8,046,390 ราย 5. รัสเซีย 󠁧󠁢󠁥จำนวน 7,690,110 ราย

ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 26 ของโลกจำนวน 1,689,437 ราย

ส่วนการติดเชื้อรายใหม่สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 มีผู้ป่วยรายใหม่ 11,140 ราย หายป่วยแล้ว 1,534,364 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,660,574 ราย และเสียชีวิตสะสม 17,440 ราย

ข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 หายป่วยแล้ว 1,561,790 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,689,437 ราย เสียชีวิตสะสม 17,534 ราย ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก 3,003 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 682 ราย

แนวโน้มผู้ป่วยปอดอักเสบลด

ขณะที่การกระจายการติดเชื้อในพื้นที่จำนวน 11,140 รายในวันนี้ กทม.และปริมณฑลมีการรายงานอยู่ 2,414 ราย ส่วน 4 จังหวัดภาคใต้ที่เรายังติดตามอยู่มีจำนวน 2,315 ราย ส่วนจังหวัดอื่นๆ 67 จังหวัด มีจำนวน 6,323 ราย และเรือนจำและที่ต้องขังจำนวน 72 ราย

ส่วนแนวโน้มผู้ป่วยปอดอักเสบมีจำนวน 3, 003 ราย ลดลงมาจากตัวเลขก่อนหน้า 3,324 ราย จากเมื่อ 26 ก.ย. 2564 ส่วนผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจวันนี้ อยู่ที่ 682 ราย ตัวเลขค่อนข้างแกว่งตัว ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 116 ราย ใกล้เคียงกับตัวเลขเดิม ซึ่งการลดลงของการเสียชีวิต อาจจะไม่ลดลงเท่ากับผู้ป่วยปอดอักเสบหรือใส่ท่อช่วยหายใจ

4 จังหวัดใต้ยอดกลับมาเพิ่ม 21%

ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขรวมทั้งประเทศ พบว่า ผู้ป่วยใน 67 จังหวัดมีจำนวน 6,323 ราย คิดเป็น 57% กทม.และปริมณฑลอยู่ที่ 2,414 ราย คิดเป็น 22 % และพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีจำนวน 2,315 ราย คิดเป็นสัดส่วน 21 % ซึ่งจังหวัดในภาคใต้เป็นพื้นที่ที่เราพยายามโฟกัสอยู่

ส่วน 10 อันดับจังหวัดที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับ 1 ได้แก่กรุงเทพมหานคร 1,255 ราย ยะลา 776 ราย ชลบุรี 687 ราย นราธิวาส 592 ราย สมุทรปราการ 576 ราย ปัตตานี 503 ราย สงขลา 444 ราย นครศรีธรรมราช 395ราย ระยอง 342 ราย จันทบุรี 284 ราย

“ใน 10 จังหวัดนี้ เป็นพื้นที่ของ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช 5 จังหวัดเลยทีเดียว และเป็นพื้นที่ที่เรามีการติดตามคลัสเตอร์ต่างๆอยู่ “

พบคลัสเตอร์ใหม่เพียบ งานศพสูงสุด

นายแพทย์เฉวตสรรกล่าวต่อว่า สำหรับคลัสเตอร์ที่สำคัญ ยังเห็นความต่อเนื่องในหลายพื้นที่ คลัสเตอร์ที่สำคัญๆ ซึ่งไม่ใหญ่มาก แต่ก็ยังเจอการติดเชื้อที่ต่อเนื่องประปรายตามมาอยู่ โดยในกทม.พบการติดเชื้อในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงในต่างจังหวัดก็มีการรายงานเช่นกัน หรือการติดเชื้อในโรงงานเช่นที่ จ.ตราด งานบุญ งานศพจะเป็นที่จันทบุรี กลุ่มแรงงานจับกุ้งที่จันทบุรี กลุ่มพนักงานอย่างโรงงานขนาดใหญ่ อย่างปตท. มีการรายงานคลัสเตอร์อยู่ที่ระยอง

“คลัสเตอร์ตลาดเจอที่ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนค่ายทหารพบที่ลพบุรี ชลบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนงานศพเจอที่สุรินทร์ อุดรธานี กาญจนบุรี จันทบุรี”

สำหรับผู้ติดเชื้อที่เข้าร่วมกับคลัสเตอร์งานศพ ช่วงวันที่ 21 กันยายน จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม พบผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวเนื่องกับการไปร่วมงานศพ จำนวน 838 ราย พบใน 30 จังหวัด จำนวน 87 งาน พบผู้ติดเชื้อกลุ่มก้อนเกิน 5 ราย มีทั้งหมด 30 คลัสเตอร์ คลัสเตอร์ที่มีผู้ติดเชื้อมากคือ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 148 ราย อ.แก่งหางแมว จันทบุรี 115 ราย และอ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ 108 ราย

ปัจจัยหลักคือ การรวมกลุ่มคนจำนวนมาก การสัมผัสผู้ติดเชื้อยืนยันก่อนหน้า เพราะฉะนั้นถ้าใครเป็นผู้ติดเชื้อต้องไม่ไปร่วมกิจกรรมเหล่านี้เด็ดขาด ส่วนปัจจัยอื่นคือ การไม่สวมหน้ากากอนามัย เพราะมีการรับประทานอาหารร่วมกัน อีกทั้งยังมีการดื่มสุราร่วมกัน เป็นจุดที่ทำให้การระมัดระวัง นอกจากนี้การเล่นพนันหลังงานศพ มีการล้อมวงกัน ส่งเสียงกัน มีการสัมผัสใกล้ชิดและเพิ่มความเสี่ยง

นอกจากนี้ในจังหวัดอื่นๆยังพบ คลัสเตอร์ร้านทำป้าย ที่จ.จันทบุรี ล้งผลไม้ แรงงานเก็บลำไยที่จันทบุรีและตราด โกดังเก็บสินค้าที่จันทบุรี วงหมูกระทะ ที่จ.ลำปาง และแคมป์คนงานก่อสร้างที่ปราจีนบุรี ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ร้านเบเกอร์รี่ที่ประจวบคีรีขันธ์ หอพักที่เชียงใหม่ มีชาวไทยหลากหลายอาชีพ

“ภาพรวมสถานการณ์ระดับโลกมีแนวโน้มที่ลดลง แต่ถ้าดูรายประเทศการแกว่งตัวก็ยังมีอยู่หลายพื้นที่ บางประเทศแม้มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางก็ยังมีการติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นได้ เพราะฉนั้นข้อเตือนใจสำหรับพี่น้องประชาชน เราจำเป็นจะต้องยกการ์สูงอย่างต่อเนื่อง ใช้มาตรการป้องกันอย่างสูงสุดต่อไป

สำหรับประเทศไทยเรามีคลัสเตอร์หลายๆคลัสเตอร์ ช่วงนี้จะมีงานบุญ งานศพ และช่วงนี้มีเทศกาลกินเจ ต้องระมัดระวัง ในเรื่องหลีกเลี่ยงการร่วมกลุ่ม อยู่ในสถานที่เดียวกันมากๆ เป็นเวลานาน และยิ่งเป็นสถานที่ที่ต้องเปิดหน้ากากรับประทานอาหาร หรือพูดคุยกัน ความเสี่ยงก็จะเกิดขึ้นได้”

ปรับมาตรการผู้โดยสารเครื่องบิน

ต่อข้อถามเรื่องการเดินทาง สายการบินต่าง ๆ ตอนนี้ใช้บริการได้หรือไม่ ต้องตรวจ ATK ต้องมีการฉีดวัคซีนครบหรือไม่อย่างไร

นายแพทย์ นายแพทย์เฉวตสรรกล่าวตอบว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค. ได้เห็นชอบการปรับมาตรการรับผู้โดยสารตามความสามารถของอากาศยาน จุดสำคัญท่านที่จะเดินทางได้ จะต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หากไม่ครบ ต้องมีผลตรวจ ATK หรือ PCR ตรวจไม่พบเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง ที่สำคัญการตรวจ การคัดกรองจะต้องตรวจ ตั้งแต่เข้าพื้นที่ต้องมีความเคร่งครัดเข้มงวด หากตรวจพบท่านมีไข้ หรือไม่เข้าหลักเกณฑ์ใดจะมีเงื่อนไขไม่ให้เข้าใช้พื้นที่ ดังนั้นประชาชนต้องเตรียมพร้อม เพื่อให้สามารถเดินไทางได้สะดวก

“จุดสำคัญหากเจ็บป่วย ควรหลีกเลียงการเดินทางไม่ไปในพื้นที่เสี่ยง ไม่มีการเดินบนเครื่องบิน ไม่มีการเสิร์ฟอาหารบนเครื่อง การลำเลียงผู้โดยสารต้องมีการเว้นระยะห่างด้วย “ นพ.เฉวตสรร กล่าว

เตือนคุมไม่ดี อาจกลับไปเห็น 25,000 -30,000 รายได้

ส่วนข้อสอบถามเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อเกินหมื่นรายมาเป็นวันที่สอง ขณะที่เพิ่งจะมีการผ่อนคลายมาตรการไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รวมถึงหลังจากนี้จะมีมาตรการการผ่อนคลายตามาเรื่อยๆ ศบค.จะมีการบริหารจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่

นายแพทย์พ.เฉวตสรร กล่าวต่ออีกว่า เรามาถึงทางแยก ผลของการล็อกตามที่ผ่านมาน่าจะทำให้ตัวเลขลดลง น่าจะจางแล้ว แต่สิ่งที่จะเกิดนับจากนี้ ถ้าเราไม่มีมาตรการที่ดีพอ หรือดำเนินการไม่ดี การติดเชื้ออาจจะกลับไปเป็นเส้นสีส้มอีกครั้ง ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดขึ้น

ทั้งนี้หากการดำเนินการไม่ดี การติดเชื้อรายใหม่ อาจไปถึง 25,000 หรือใกล้ 30,000 รายได้ แต่มาตรการที่เราใช้อยู่ตอนนี้คือ การฉีดวัคซีน และการป้องกันแบบครอบจักรวาล ป้องกันตัวแบบสูงสุดตลอดเวลา รวมถึงการตรวจ ATK หากเราคิดว่ามีความเสี่ยงก็ให้ใช้ตรวจ การใช้ประโยชน์ตรงนี้จะเป็นตัวชี้บอกให้เราปฏิบัติตัวได้ดี นอกจากนี้จะเป็นมาตรการของสถานที่ที่ให้ทำกิจกรรมต่าง สถานที่สาธารณะ ห้างสรรพสินค้า โรงหนังต่างๆ ต้องมีมาตรการ ที่เป็น covid free setting ผู้ให้บริการต่างๆจะต้องมีการฉีดวัคซีนครบถ้วน

” ถ้าเราทำต่อได้ ตรงนี้เส้นสีเขียวจะลงไปเรื่อยๆจนถึงวันหนึ่ง ตัวเลขอาจจะน้อยลงเหลือวันละ 5,000 ราย ซี่งเราก็คงอยากเห็นร่วมกัน เพื่อเปิดบ้านเปิดเมืองกันต่อไป ” นายแพทย์เฉวตสรรกล่าวในตอนท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.