เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้ วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้ วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Finance วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
Tech Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
ธปท. หนุนเก็บภาษีทองปิดช่องเงินเทา
Finance ธปท. หนุนเก็บภาษีทองปิดช่องเงินเทา
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

อธิบดีกรมบัญชีกลางคนใหม่ “กุลยา” บริหารเชิงรุก หนุนรัฐปลุกเศรษฐกิจ

11 ต.ค. 2564 | 09:14น.
สัมภาษณ์

การใช้จ่ายภาครัฐ นับว่ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมาก โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศอยู่ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่กระทบกับปากท้องประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ล่าสุด “กุลยา ตันติเตมิท” ที่เพิ่งก้าวจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) หน่วยงานมันสมองด้านเศรษฐกิจมหภาค มารับตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลางคนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงนโยบายและบทบาทของกรมบัญชีกลางเพื่อช่วยดูแลเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

โดย “กุลยา” กล่าวว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่งก็ได้มอบนโยบายให้กับผู้บริหารกรมบัญชีกลางแล้ว ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเงินของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากหากสามารถขับเคลื่อนเม็ดเงินให้ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะเป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจ และสร้างแรงส่งให้กับเศรษฐกิจไปยังปีหน้าด้วย

พร้อมกันนี้ ได้ให้นโยบายเชิงรุก โดยขอให้คนกรมบัญชีกลางมองแนวโน้มของเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และการปรับการทำงานให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

“จะนำความรู้จากที่ทำงานกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มาใช้ แต่งานของกรมบัญชีกลางค่อนข้างจะเป็นการลงมือปฏิบัติ จึงต้องมองถึงสภาพแวดล้อมและเทรนด์ต่าง ๆ ที่สำคัญและเกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่น กระแสดิจิทัล ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มีระบบแล้ว แต่จะต้องนำมาใช้ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องมีการดูในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (cyber security) และให้ความสำคัญกับเทรนด์เศรษฐกิจสีเขียว (green economy) ด้วย”

ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังต้องการการขับเคลื่อนภาครัฐ ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปี 2565 เพื่อให้เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปีนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และเพื่อฟื้นฟูในไตรมาส 1 ปีหน้า จึงมอบนโยบายว่า ให้กรมบัญชีกลางเป็นหน่วยงานในการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ นอกจากมาตรการทั่วไปแล้ว จะมีการเตรียมลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีหน้า ซึ่งกรมบัญชีกลางจะต้องเป็นแกนนำสำคัญในการลงทะเบียนในแต่ละจังหวัด

“ฝ่ายนโยบายได้ให้เตรียมความพร้อมในการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแล้ว และกรมบัญชีกลางจะต้องให้สัญญาณว่า มีความพร้อมขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน โดยกำลังพิจารณากันอยู่ว่าจะทำบัตรในลักษณะใด ถ้ายังเป็นบัตรรูปแบบเหมือนเดิม การคืนบัตร หรืออื่น ๆ ก็ยังผ่านที่กรม แต่จะต้องรอดูรูปแบบการใช้จ่าย และรูปแบบของบัตรรอบใหม่ด้วย”

ด้านการเบิกจ่ายงบประมาณนั้น “กุลยา” กล่าวว่า จะต้องมีการเร่งรัด โดยเป้าหมายการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ทาง สศค.เป็นผู้กำหนด ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะตั้งเป้าไว้สูงที่ 100% เช่นเดียวกับปีงบประมาณ 2564 ที่กำหนดเป้า 100% ซึ่งสามารถเร่งรัดได้ 98% ดังนั้น ปีนี้กรมบัญชีกลางก็จะต้องทำให้ได้มากที่สุด ทั้งเรื่องการเบิกจ่ายและการก่อหนี้ผูกพัน

“ในปีงบประมาณ 2565 นี้ เม็ดเงินรายจ่ายตั้งไว้ที่ 3.1 ล้านล้านบาท ถือว่าลดลงมาค่อนข้างมากจากปีก่อน ดังนั้น ก็ต้องมีการใช้จ่ายให้หมดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด”

อธิบดีกรมบัญชีกลาง บอกว่า ยังได้มอบนโยบายเรื่องการปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัย สามารถมีความยืดหยุ่น เพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปอย่างคล่องตัว เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเข้าไปดูกฎระเบียบ หากส่วนใดล้าสมัยแล้ว ก็จะไม่นำมาใช้ ส่วนที่ยังต้องใช้ ก็จะมาดูว่าจะปรับปรุงให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและระบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป

“เรื่องกฎ ระเบียบ จะดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้างที่ทำให้การเบิกจ่ายคล่องตัว และสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตของประเทศ นอกจากนี้ ในระยะใกล้ก็ต้องมีการพิจารณาด้วย อย่างเช่น สถานการณ์น้ำท่วม กฎระเบียบมีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางก็มีการเตรียมพร้อมไว้ ให้แต่ละจังหวัดสามารถเบิกจ่ายได้ 20 ล้านบาท โดยกรมจะติดตามด้วยว่าหากวงเงินไม่พอก็จะเตรียมขยายให้”

นอกจากนี้ อธิบดีกรมบัญชีกลางคนใหม่ บอกด้วยว่า จะมีการบูรณาการฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลาง ทั้งข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลเศรษฐกิจในภูมิภาค นำมาประมวลผลในเชิงลึก เพื่อเป็นข้อเสนอแนะในเชิงนโยบาย ขณะที่งานต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ จะเร่งรัดสะสางในทุกส่วน เช่น การจัดซื้อจัดจ้างที่ยังติดปัญหา ก็จะเร่งดำเนินการให้เรียบร้อยตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น

ด้วยการใช้จ่ายภาครัฐที่มีความสำคัญ และการจัดซื้อจัดจ้างที่มีเม็ดเงินมหาศาล หากกรมบัญชีกลาง ภายใต้การบริหารของอธิบดีคนใหม่ สามารถบริหารจัดการได้ไหลลื่น ก็จะหนุนช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีขึ้นด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมบัญชีกลาง