เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EUDR จ่อคุมเข้มแหล่งผลิต เกษตรฯ ชวนปาล์ม-โกโก้-กาแฟ-ถั่วเหลืองอัพเดตทะเบียน
Economic EUDR จ่อคุมเข้มแหล่งผลิต เกษตรฯ ชวนปาล์ม-โกโก้-กาแฟ-ถั่วเหลืองอัพเดตทะเบียน
สะดวกซัก ประชันบริการเสริม พับ-รีด-แขวน-ซักแห้ง รองเท้า เสื้อสูท ชิงลูกค้า
Business สะดวกซัก ประชันบริการเสริม พับ-รีด-แขวน-ซักแห้ง รองเท้า เสื้อสูท ชิงลูกค้า
พาณิชย์ขยายผล “ยุทธรัฐ” พบโยง 84 บริษัท เรียก 38 รายชี้แจงปมนอมินี-ธุรกิจต่างด้าว
Economic พาณิชย์ขยายผล “ยุทธรัฐ” พบโยง 84 บริษัท เรียก 38 รายชี้แจงปมนอมินี-ธุรกิจต่างด้าว
ผ่าแผนทางน้ำ 1.65 แสนล้าน ภารกิจกรมชลฯ ‘แก้ท่วม-แก้แล้ง
ข่าวหน้า 1 ผ่าแผนทางน้ำ 1.65 แสนล้าน ภารกิจกรมชลฯ ‘แก้ท่วม-แก้แล้ง
ถอดบทเรียน “เอลนีโญ” 3 รอบ สนค. ชงจับตา 6 สินค้าเกษตร วางแผนล่วงหน้า
Economic ถอดบทเรียน “เอลนีโญ” 3 รอบ สนค. ชงจับตา 6 สินค้าเกษตร วางแผนล่วงหน้า
เดโมแครต ‘ยึด’ คองเกรส ‘ฝันร้าย’ บิ๊กเทคฯ-ดาต้าเซ็นเตอร์ ?
World เดโมแครต ‘ยึด’ คองเกรส ‘ฝันร้าย’ บิ๊กเทคฯ-ดาต้าเซ็นเตอร์ ?
ราคาทองวันนี้ (7 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
‘น้ำเงิน’ มัดตราสังฝ่ายค้าน กกต.เปิดเกม ชิงเขตอำนาจตุลาการ
Politics ‘น้ำเงิน’ มัดตราสังฝ่ายค้าน กกต.เปิดเกม ชิงเขตอำนาจตุลาการ
สัมมนาใหญ่ ‘ประชาชาติ’ ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ EP 2 ‘โลกป่วน-AI กำหนดเกม’
ข่าวหน้า 1 สัมมนาใหญ่ ‘ประชาชาติ’ ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ EP 2 ‘โลกป่วน-AI กำหนดเกม’
มาม่าปรับกลยุทธ์ตามผู้บริโภค แนะรัฐเร่งรับมือซูเปอร์เอลนีโญ
ข่าวหน้า 1 มาม่าปรับกลยุทธ์ตามผู้บริโภค แนะรัฐเร่งรับมือซูเปอร์เอลนีโญ
ดูทั้งหมด

“เรียลมี” เร่งเกมไต่บันไดแชมป์ เขย่งก้าวกระโดดศึกสมาร์ทโฟน

15 ต.ค. 2564 | 10:05น.

ตลาดสมาร์ทโฟนไทยถือเป็นศึกชิงพื้นที่ของสารพัดแบรนด์จากจีนอย่างแท้จริง “เรียลมี” (realme) เป็นหนึ่งในนั้น หลังเปิดตัวในกลางปี 2561 ก็ประกาศขึ้นเป็นเบอร์ 6 ของโลกที่มีจำนวนเครื่องออกสู่ตลาดมากที่สุด

จากการจัดอันดับของ Counterpoint (เก็บข้อมูลในไตรมาส 3/2561 ถึงไตรมาส 2 ปี 2564) ส่งให้ “เรียลมี” กลายเป็นแบรนด์น้องใหม่มาแรงไม่แพ้รุ่นพี่ ๆ อย่างเสียวหมี่, วีโว่ หรือแม้แต่ “ออปโป้”(OPPO) แบรนด์แม่ก่อนที่จะแยกออกมาตั้งบริษัทใหม่ และแยกการบริหารออกจากกันในเวลาต่อมา

“ประชาชาติธุรกิจ” พูดคุยกับ “ศิรศร เบญจาธิกุล” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ เรียลมี ประเทศไทย ถึงแผนการรุกตลาดสมาร์ทโฟน สินค้ากลุ่ม IOT รวมถึงเป้าหมายการเติบโต

เร่งเกมไต่อันดับโลก

“ศิรศร” ย้ำถึงจุดเด่นที่ทำให้ “เรียลมี” สามารถขยับขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักอันดับ 6 ในตลาดสมาร์ทโฟนโลกในเชิงของจำนวนเครื่องที่ออกสู่ตลาดมากที่สุดว่า มาจากการมี “จุดขาย” ที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งประกอบด้วย การมี “นวัตกรรมล้ำหน้า-ฟังก์ชั่นครบ และราคาที่จับต้องได้ง่าย”สำหรับเจาะตลาดในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงสามารถสร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักในตลาดโลกได้ภายในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อินเดีย, เอเชียกลาง, แอฟริกา และตะวันออกกลาง

“การมีเป้าที่ชัดเจนทำให้เรียลมีประสบความสำเร็จทั่วโลกภายในเวลารวดเร็ว ด้วยกลยุทธ์หลักที่มุ่งไปยังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งยังเพิ่มความแปลกใหม่ด้วยการเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ใช้ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 888 กล้องความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล แต่ราคาประหยัด ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในหลายตลาดทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย”

ภายในสิ้นปีนี้ “เรียลมี” ยังตั้งเป้าด้วยว่าจะผลักดันสมาร์ทโฟนออกสู่ตลาดทั่วโลกให้ได้ถึง 100 ล้านเครื่อง และเพิ่มเป็น200 ล้านเครื่องในปี 2565 และ 300 ล้านเครื่องในปี 2566 เรียกว่าเท่าตัวต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่สำคัญ และท้าทายอย่างยิ่ง

ฝันไกลเบอร์ 1 ตลาดไทย

“ศิรศร” กล่าวว่า เมื่อบริษัทแม่มีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันสมาร์ทโฟนเรียลมีเข้าสู่ตลาดทั่วโลกให้ได้ 300 ล้านเครื่องในปี 2566 ในแง่ดีกรีการทำตลาดในไทยก็จะเข้มข้นขึ้นด้วยเช่นกัน

โดยตั้งเป้าว่าจะขยับจากปัจจุบันอันดับ 5 เป็นท็อป 3 และที่ 1 ให้ได้ในที่สุดในเชิงจำนวน (จากรายงานของบริษัทวิจัย Canalys ณ เดือน ก.พ. 2564 ระบุว่าวีโว่มีส่วนแบ่งตลาดในเชิงจำนวนเครื่อง 19% รองมาคือ ออปโป้ 18% ซัมซุง17% แอปเปิล 11% และเรียลมี 11%)

“นโยบายและทิศทางการทำตลาดในไทยของเราจากนี้ไปจะสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทแม่ ในหลายส่วนด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่นและขยายช่องทางจำหน่าย”

ไม่ใช่แต่ “สมาร์ทโฟน” แต่ยังรวมไปถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ IOT และอื่น ๆ มากขึ้น นอกเหนือไปจากสมาร์ทโฟนในตระกูล GT series ระดับพรีเมี่ยมรวม 2 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไป ก็มีสินค้าอื่น ๆ

เช่น แล็ปทอปเครื่องแรก realme book ที่ทำตลาดไปเมื่อกลางปี หรือก่อนหน้านี้ก็มี “สมาร์ทวอตช์” และ “หูฟังไร้สาย” เป็นต้น โดย “ศิรศร” อ้างอิงข้อมูลจากรายงานของ Canalys ระบุว่า

ณ ไตรมาส 2/2564 เรียลมี ขึ้นเป็นเบอร์ 3 ของไทย ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ basic watch และกลุ่มหูฟังไร้สาย (True wireless stereo) ที่เติบโตมากที่สุด

“ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ และเป็นตลาดที่สำคัญของเรา โดยที่ผ่านมาไทยเป็นตลาดแรกในอาเซียน ที่เรียลมีเปิดตัวสมาร์ทโฟนกลุ่มพรีเมี่ยม และผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมอื่น ๆด้วย”

สานต่อกลยุทธ์ 1+5+T

ควบคู่ไปกับการสร้าง “realme Ecosystem” ภายใต้กลยุทธ์ “1+5+T “โดย 1 แทน “สมาร์ทโฟน” จะเป็นศูนย์กลางของทั้งหมด เลข 5 หมายถึงหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ AIoT

ได้แก่ 1.อุปกรณ์หูฟังไร้สาย 2.อุปกรณ์สวมใส่ 3.ทีวี 4.แท็บเลต และ 5.แล็ปทอป ส่วน T มาจากคำว่า “TechLife” โดยทั้งหมดมีแอปพลิเคชั่น “realme Link” เชื่อมต่อระหว่างกัน เป็น realme’s AIoT ecosystem

“ศิรศร” กล่าวต่อว่า การเดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน “เรียลมี แบรนด์ช็อป” ก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ปัจจุบันมีแบรนด์ช็อป 75 แห่ง และจะเพิ่มเป็น 120 สาขาภายในปีหน้าเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเรียลมีได้มากขึ้น

“เรามีพาร์ตเนอร์หลายราย โดยไม่จำกัด หรือให้เอ็กซ์คลูซีฟตัวแทนจำหน่ายรายใดรายหนึ่งในการเปิดเรียลมี แบรนด์ช็อป ทำให้สามารถขยายได้เร็ว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นด้วย

ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการขายมีต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของหน้าร้าน และช่องทางออนไลน์โดยหน้าร้านหรือออฟไลน์จะร่วมกับตัวเเทนจำหน่ายทั่วประเทศในพื้นที่ต่าง ๆ และผู้บริการโทรศัพท์มือถือจัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง

ขณะที่ในช่องทางออนไลน์จะร่วมกับอีมาร์เก็ตเพลซ โดยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายจะเพิ่มดีกรีทางออนไลน์”

โควิดหั่นกำลังซื้อ

“ศิรศร” กล่าวว่า วิกฤตโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอการเติบโต และกระทบกำลังซื้อผู้บริโภคโดยเฉพาะระดับล่างด้วย ทำให้ระยะเวลาในการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่นานขึ้น

โดยเครื่องที่ระดับราคาต่ำกว่า 10,000 บาท แต่เดิมระยะเวลาในการเปลี่ยนจะอยู่ที่ 5-6 เดือน ขยับเพิ่มมาเป็น 7-8 เดือน ขณะที่เครื่องราคา 10,000 บาทขึ้นไป จะเปลี่ยนโดยเฉลี่ย 1-2 ปี

ส่วนการเปลี่ยนจากระบบ 4G เป็น 5G อยู่ที่ 40-60% เพราะสมาร์ทโฟน 5G ส่วนใหญ่ราคาสูงกว่า 10,000 บาท

“เครื่องต่ำกว่า 10,000 บาท ยังเป็นการเปลี่ยนจาก 4G เป็น 4G เพราะสมาร์ทโฟน 5G ราคายังสูง ถ้า 5G ราคาต่ำกว่าหมื่นบาท ยังมีแค่ 20-30% ทำให้การเปลี่ยนจาก 4G เป็น5G ยังกระจุกตัวเฉพาะในกลุ่มคนเมืองซึ่งเราเองมีสมาร์ทโฟนครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งบน กลาง และล่าง เริ่มมีสมาร์ทโฟน 5G ราคาต่ำกว่า 10,000 บาทออกมาแล้ว”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดสมาร์ทโฟน