Commy ลุยงานบริการ ตอบโจทย์ Value Driven
ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกโค้งท้ายปีนี้ยัง “ร้อนแรง” จากอานิสงส์การเปิดตัว iPhone17 ด้วยยอดจองล่วงหน้าสูงกว่า iPhone16 รวมเข้ากับสมาร์ทโฟนพับได้ ค่ายซัมซุง (Samsung) ที่ยังแรงดีต่อเนื่อง
Counterpoint Reseach รายงานว่า ยอดการจัดส่งโตขึ้นกว่า 4% ในไตรมาส 3/2025 โดยตลาดเอเชีย-แปซิฟิกมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตนี้ โดยเฉพาะอินเดีย เติบโต 5-9% เทียบกับปีที่ผ่านมาในเชิงปริมาณ และ 18% ในเชิงมูลค่า ถือเป็นมูลค่ารายไตรมาสที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะที่ญี่ปุ่นยังรักษาโมเมนตัมในการเติบโตที่ 15%
ขณะที่ไตรมาส 2/2025 ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3% เทียบช่วงเดียวกันปีที่แล้ว แต่หากเจาะเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง 1-2% (ข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด Canalys) มีแรงกดดันสำคัญจากการเจรจาภาษีต่างตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์ไตรมาสสุดท้าย 4/2025 ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกยังสดใส จากแรงหนุนที่เพิ่มขึ้นชัดในไตรมาส 3 แม้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และกำลังซื้อกำลังก่อตัวในประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนา
รับเทรนด์ Value Driven
สำหรับประเทศไทย “อรปรียา มโนวิลาส” รองประธานกรรมการ บริษัท คอมมี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยปีนี้ว่าเติบโตช้าลง จากภาวะตลาดที่เริ่มอิ่มตัว โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงพรีเมี่ยม
เนื่องจากผู้บริโภคเริ่ม “ใช้เครื่องเดิมนานขึ้น” เพื่อความคุ้มค่า และยืดอายุการใช้งาน
“ตลาดสมาร์ทโฟนมือหนึ่งในปีที่ผ่านมามีการเติบโตในเชิงยูนิต ประมาณ 17.1% หรือมียอดขายรวมประมาณ 16.9 ล้านยูนิต แต่ถึงการเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นสม่ำเสมอในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่กดดัน ทำให้ผู้คนมีความกังวลในการใช้จ่ายมากขึ้น”
“อรปรียา” กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวมีความรู้สึกว่านวัตกรรมในมือถือหลัก ๆ ที่ออกมาในปัจจุบันอาจไม่ค่อยมีนวัตกรรมที่แตกต่างไปจากเดิมมาก ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าการลงทุนในราคาสูงไม่คุ้มค่า และอาจเลือกที่จะรอนวัตกรรมที่เกี่ยวกับ AI หรือดีไซน์ใหม่ ๆ
“ผู้บริโภคต้องการสเป็กที่ดี ในราคาที่พวกเขารู้สึกสบายใจ สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ Value Driven หรือการเน้นความคุ้มค่า ในขณะที่กลุ่มสินค้าเรือธงค่อนข้างคงที่ไม่ได้เติบโตโดดเด่น”
สบช่องขยายศูนย์บริการ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่มมือถือระดับกลาง-เริ่มต้น (Mid to Entry) ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ส่งผลให้เกิดความต้องการในการซ่อมแซมมากขึ้น เนื่องจากมือถือที่ขายดีในกลุ่มนี้ถึงอายุการใช้งานที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ทำให้ตลาดซ่อมแซม และการเปลี่ยนอะไหล่ โดยเฉพาะ “แบตเตอรี่ และจอ” เติบโตขึ้นมาก
รวมเข้ากับการศึกษาข้อมูลของบริษัทพบว่า 90% ของการซ่อมสมาร์ทโฟนคือการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และหน้าจอ โดยเฉพาะวงจรการเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 2 ปี ทำให้บริษัทมองเห็น “ช่องว่าง” ทางการตลาด ที่อยู่ระหว่าง “ศูนย์บริการ” ที่ราคาสูงเกินเอื้อมกับร้านขนาดเล็กที่ขาดมาตรฐาน
นำไปสู่การตั้งเป้าขยายสาขา ศูนย์บริการ Commy Care จากปัจจุบันมี 5 แห่ง เป็น 50 สาขา ภายใน 3 ปี ผ่านโมเดลร้านค้า 3 รูปแบบ 1.สาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ และบริหารจัดการโดยตรง 2.Business Partner ร่วมกับพันธมิตร เช่น Betrend และแบรนด์สโตร์อื่น ๆ 3.Dealer Model ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น เพื่อขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศ
ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำตลาดแบตเตอรี่ที่วางโพซิชั่นตนเอง เป็น “Affordable Premium” ใช้อะไหล่ระดับพรีเมี่ยมที่เข้ากันได้กับอุปกรณ์ของแบรนด์หลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็น Apple และ Samsung
“อรปรียา” กล่าวต่อว่า ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟนระดับกลาง แต่สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมที่หมดประกันก็ส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของบริษัทที่มีการรับประกันคุณภาพนาน 12 เดือน มีช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรอง และกระบวนการทำงานที่เป็นมาตรฐาน (SOP) ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการคุณภาพสูงสม่ำเสมอในทุกสาขา
“เรามีบริการ O2O (Online-to-Offline) ให้สั่งซื้อแบตเตอรี่ Commy ผ่าน Shopee, Lazada หรือ TikTok แล้วมารับบริการติดตั้งฟรีที่ Commy Care ได้ทันที ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก และความมั่นใจ เราให้บริการครบวงจร ทั้งเปลี่ยนแบตเตอรี่, หน้าจอ และทำความสะอาดภายในเครื่อง”