ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่า จากแรงขายสกุลเงินปลอดภัย
เงินบาท-ดอลลาร์
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลง จากแรงขายสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ผลจากดอลลาร์อ่อนค่า ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 33.36/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/10) ที่ระดับ 33.36/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (20/10) ที่ระดับ 33.36/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ เนื่องจากนักลงทุนเทขายสกุลเงินปลอดภัยในช่วงท้ายตลาด หลังจากที่ในช่วงแรก ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 1.65% เมื่อคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และปรับขึ้้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ได้แก่ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 400,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาร์เรล
ส่วนปัจจัยภายในประเทศนั้น ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังนักลงทุนเทขายเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์มากขึ้น แต่ยังไร้ปัจจัยใหม่
ขณะที่ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในปีนี้ ขณะที่เตือนว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่, ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และแรงกดดันจากเงินเฟ้อ จะสร้างความเสี่ยงในช่วงขาลงต่อแนวโน้ม การขขายตัวทางเศรษฐกิจของเอเชีย
สำหรับประเทศไทยนั้น IMF คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัว 1.0% และ 4.5% ในปีนี้และปีหน้าตามลำดับ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือน เม.ย.ที่ระดับ 2.6% และ 5.7% โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.35-33.43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.36/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ 21/10) ที่ระดับ 1.1661/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (20/10) ที่ระดับ 1.1626/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรฟื้นตัวขึ้น จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าติดต่อกันวันที่ 2 โดยได้รับแรงหนุนจากนายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ส่งสัญญาณบ่งชี้ว่า BoE มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1637-1.1673 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1638/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/10) ที่ระดับ 114.28/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (20/10) ที่ระดับ 114.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยอดส่งออกของญี่ปุ่นในเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้นเกินคาด และขยายตัวในอัตราเลขสองหลักติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ซึ่งนับเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจ
ขณะที่ภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกจากปัญหาโควิด-19 ส่อเค้าว่าจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบางของญี่ปุ่น โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.88-114.41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 114.02/05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (21/10), อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (22/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นตนเดือนตุลาคมจากมาร์กิต ของฝรั่งเศส, เยอรมนี และยูโรโซน (22/10), ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย.ของอังกฤษ (22/10) และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนตุลาคมจากมาร์กิต ของสหรัฐ (22/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.80/+0.90 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +2.4/+3.60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ