เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
ดูทั้งหมด

จับตากองทุนหุ้นสหรัฐ เจอเอฟเฟ็กต์ “เงินเฟ้อ-บอนด์ยีลด์” พุ่ง

04 พ.ย. 2564 | 07:23น.
เงินเดือน

ประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อสูงที่สุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2551 โดยเงินเฟ้อที่สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ให้นักลงทุนเกิดความกังวล และเริ่มเห็นการชะลอการลงทุนในกองทุนหุ้นสหรัฐในระยะนี้

เงินไหลเข้ากองทุนลดลง

โดย “ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช ประเทศไทย สะท้อนภาพว่า เม็ดเงินในกองทุนหุ้นสหรัฐขณะนี้มีการชะลอตัวลงจากช่วงต้นปี โดยในไตรมาส 3 มีเงินไหลเข้าสุทธิเพียง 1,100 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสแรกที่มีเงินไหลเข้ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับตัวขึ้นสูงกว่าช่วงต้นปี กลายเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นสหรัฐ

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกองทุนหุ้นสหรัฐทั้งสิ้น จำนวน 57 กองทุน เป็นกองทุนเปิดใหม่ในปีนี้จำนวน 24 กองทุน โดยกองทุนเปิดใหม่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีเพียง 3 กองทุน ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2564 กองทุนหุ้นสหรัฐมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ที่ 5 หมื่นล้านบาท

โดยช่วง 9 เดือน มีเงินไหลเข้าสุทธิสะสม 9,000 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิสะสม 7,800 ล้านบาท

ผลตอบแทนเฉลี่ย 15.5%

สำหรับผลตอบแทนเฉลี่ยรอบ 9 เดือนแรกปีนี้ “ชญานี” บอกว่า กองทุนหุ้นสหรัฐมีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 15.5% โดยกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในปัจจุบัน เป็นกองทุน ABAGS จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด

ผลตอบแทนอยู่ที่ 37.44% ตามด้วยกองทุน TUSEQ-UH จาก บลจ.ทิสโก้ ผลตอบแทนอยู่ที่ 35.78% และยังมีกองทุนจาก บลจ.ไทยพาณิชย์ และ บลจ.ทหารไทย ที่ให้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 20% (ดูตาราง)

“เงินเฟ้อเร่งตัว-เฟดลดคิวอี”

“นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐมีเงินไหลเข้าค่อนข้างสูงจากผลตอบแทนที่มีความโดดเด่นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ทำได้ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

Advertisement

แต่ในระยะหลังโดยเฉพาะในช่วงเดือน ต.ค. ตลาดมีความกังวลต่อเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จึงเป็นตัวเร่งการดำเนินนโยบายทางการเงินของเฟดในการลดมาตรการคิวอี (QE tapering) เร็วกว่าคาด ทำให้เห็นเงินไหลออกจากกลุ่มกองทุนที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐ

โดยในด้านการประเมินราคา (valuations) ปัจจุบันตลาดหุ้นสหรัฐซื้อขายอยู่ในระดับค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตและประเทศอื่น เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน เป็นต้น

แต่การลงทุนในกองทุนหุ้นสหรัฐยังคงแนะนำถือลงทุนต่อได้ จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง จากการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะมีเข้ามาต่อเนื่องในระยะ 5 ปีข้างหน้า แต่ความน่าสนใจระยะสั้น มีแนวโน้มลดลงจากราคาหุ้นที่ค่อนข้างตึงตัว และอัพไซด์ที่จำกัด

“แนะนำลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จากหุ้นกลุ่มเติบโต (growth) เป็นหุ้นคุณค่า (value) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ทั้งนี้ ในระยะสั้นอาจจะต้องระมัดระวังกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบสูงจากนโยบายภาษี

ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี แต่สำหรับมุมมองระยะยาว การลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐ ที่มีอัตราการเติบโตของผลประกอบการและมีอัตรากำไรที่สูงก็มองว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวได้ต่อไป” นางนันท์มนัสกล่าว

เงินเฟ้อสูงถึงกลางปีหน้า

ด้าน “ชาญชัย พันทาธนากิจ” ผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า หากอ้างอิงตามมุมมองของประธานเฟด รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ที่มองว่าเงินเฟ้อของสหรัฐมีโอกาสที่จะอยู่ในระดับสูงไปจนถึงกลางปีหน้า

รวมถึงมองประเด็นเงินเฟ้อเป็นปัจจัยชั่วคราว โดยเชื่อว่าหลังจากผ่านกลางปีหน้าไปเงินเฟ้อเข้าสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ในระยะยาว

“ฉะนั้นหากมองเรื่องเงินเฟ้อเป็นปัจจัยชั่วคราว ก็คงจะเชื่อมโยงกับตัวนโยบายของเฟด ที่ล่าสุดประธานเฟดได้ส่งสัญญาณด้านนโยบายการเงิน ที่ว่าจะลดอัตราการเข้าซื้อสินทรัพย์ในปีนี้ และจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปลายปี 2565 ซึ่งเป็นเรื่องที่นักลงทุนจะต้องติดตามต่อไป” นายชาญชัยกล่าว

ดูแล้ว กองทุนหุ้นสหรัฐก็คงต้องเผชิญกับความผันผวนระยะสั้นไปอีกสักพัก แต่ระยะยาวก็น่าจะยังเป็นที่นิยมของนักลงทุนอยู่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นสหรัฐ