เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

สนามบินสุวรรณภูมิแก้ปัญหาความคับคั่ง ขยายจุดตรวจค้นเพิ่มเป็น 41 จุด

13 พ.ย. 2564 | 23:14น.
สุวรรณภูมิ

สนามบินสุวรรณภูมิแก้ปัญหาความคับคั่ง ขยายจุดตรวจค้นเพิ่มเป็น 41 จุด ตั้งแต่ 15 พ.ย. 64 – 5 ม.ค. 65

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวว่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 – 5 มกราคม 2565

ทสภ.จะดำเนินการปรับปรุงพื้นที่จุดตรวจค้นและจุดตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศโซน 1 (บริเวณหลังเคาน์เตอร์เช็คอิน Row A) และจุดตรวจค้นและจุดตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศช่องทางพิเศษโซน 2 (Fast Track) ชั้น 4 อาคารผู้โดยสาร

โดยกำหนดการปิดพื้นที่ทีละโซน ช่วงแรก จะปิดพื้นที่จุดตรวจค้นฯ โซน 1 ปรับปรุงให้เป็นพื้นที่บริการผู้โดยสารช่องทางพิเศษ (Fast Track) ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (Wheelchair) ผู้โดยสาร First Class, Premium Lane และลูกเรือ เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการ โดยมีจำนวนเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทางเพิ่มเป็น 13 ช่องตรวจ (จากปัจจุบัน 6 ช่องตรวจ)

พื้นที่รอตรวจหนังสือเดินทางเพิ่มเป็น 348 ตารางเมตร (จากปัจจุบัน 80 ตารางเมตร) ขีดความสามารถในการตรวจหนังสือเดินทางเพิ่มเป็น 660 คนต่อชั่วโมง (จากปัจจุบัน 232 คนต่อชั่วโมง) พื้นที่รอรับการตรวจค้น เพิ่มเป็น 114 ตารางเมตร (จากปัจจุบัน 50 ตารางเมตร) เครื่องเอกซเรย์ เพิ่มเป็น 5 เครื่อง (จากปัจจุบัน 2 เครื่อง)

อย่างไรก็ตาม ระหว่างปิดปรับปรุงพื้นที่จุดตรวจค้นฯ โซน1 ผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินไทย ประเภทชั้น 1 (Royal First Class) และชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) และลูกเรือ สามารถใช้บริการจุดตรวจค้นฯ ช่องทางพิเศษ (Fast Track) โซน 2 แทนเป็นการชั่วคราว

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการปรับปรุงช่วงที่สอง ในส่วนของพื้นที่จุดตรวจค้นฯ ช่องทางพิเศษ (Fast Track) โซน 2 เป็นการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่บริการจุดตรวจค้นและตรวจหนังสือเดินทางสำหรับผู้โดยสารทั่วไปประเภทชั้นประหยัด (Economy) เต็มรูปแบบ

โดยจะเพิ่มเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทาง 8 ช่องตรวจ รวมเป็น 28 ช่องตรวจ เพื่อขยายพื้นที่รอตรวจหนังสือเดินทางผู้โดยสารขาออกโซน 2 เพิ่ม 260 ตารางเมตร รวมเป็น 860 ตารางเมตร เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ใช้บริการและแก้ไขปัญหาความคับคั่งในอาคารผู้โดยสาร

ทั้งนี้ ทสภ. ได้ประสานงานกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) และสายการบินถึงการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งประเมินแล้วว่าระยะเวลาดำเนินการ 52 วัน ในการปรับปรุงพื้นที่ทั้ง 2 โซนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารขาออก เนื่องจากเป็นการทยอยปิดพื้นที่ทีละโซน และระหว่างดำเนินการยังคงมีพื้นที่ให้บริการรองรับ

ขณะเดียวกัน แม้จำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการ ณ ทสภ. มีปริมาณเพิ่มขึ้นตามนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา การคาดการณ์ผู้โดยสารขาออกในระยะนี้ยังคงมีจำนวนไม่หนาแน่นเมื่อเทียบกับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด 19

นายกิตติพงศ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ทสภ. มุ่งมั่นในการพัฒนาบริการทุกด้านเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ ทุกการดำเนินการได้ประเมินแล้วว่าจะต้องไม่กระทบต่อการให้บริการตามปกติ ภายใต้แนวคิดการเดินทางวิถีใหม่ (Transport New Normal) โดยให้บริการตามมาตรการด้านสาธารณสุข COVID – Free Setting เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการต่อ ทสภ. และ ทอท.