Skip to content

รมช.กลาโหมยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ “อาวุธร้ายแรง” คุมม็อบ

18 พ.ย. 2564 | 14:37น.
รมช.กลาโหมยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ “อาวุธร้ายแรง” คุมม็อบ

ส.ส.เพื่อไทยจี้รัฐบาลตอบกรณีใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม รมช.กลาโหมยันไม่เคยใช้อาวุธร้ายแรงปราบม็อบ ชี้ดำเนินการตามหลักกฎหมาย ปฏิบัติตามหลักสากล

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ที่รัฐสภามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ซึ่งนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาเรื่อง มาตรการที่รัฐต้องดูแลผู้ชุมนุมภายใต้กฎหมายที่ผู้ชุมนุมสามารถแสดงออกทางความคิดได้ เป็นการกระทำตามมาตรฐานสากลหรือไม่ และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลจะต้องกระทำตามมาตรการอย่างไรต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายประเดิมชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมามีกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น ชุมนุมภายใต้รัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่ทุกครั้งเจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อผู้ชุมนุม จะเห็นภาพความสูญเสีย ความเสียหาย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ออกมาชุมนุม เหมือนไม่ใช่คนไทยด้วยกัน ไม่ว่าการใช้อาวุธที่สร้างความเสียหาย บาดเจ็บ ล้มตาย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์และผู้เกี่ยวข้องยังไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ

เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เยาวชนอายุ 15 ปี ถูกยิงหน้า สน.ดินแดง ต่อมาเสียชีวิต อีกเหตุการณ์เมื่อ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมถูกยิงได้รับบาดเจ็บ นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งที่เขาไปชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ไปแสดงความเห็นเพื่อต้องการความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่การกระทำของเจ้าหน้าที่กลับสร้างความเสียหายในชีวิตและร่างกาย รวมถึงทรัพย์สินประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

“การประทับยิงของเจ้าหน้าที่เหมือนเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุม ตั้งแต่ 14 พ.ย.จนวันนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมารับผิดชอบ และระบุว่าผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บเกิดจากอาวุธชนิดใด เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ และเหตุใดรัฐบาลไม่จัดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงออก หากเจ้าหน้าที่รัฐอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุม เหตุการณ์ต่าง ๆ จะไม่เกิดขึ้น” นายประเดิมชัยกล่าว

นายประเดิมชัยกล่าวต่อว่า มีการอ้างเรื่องเสียงดังคล้ายระเบิด ซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากฝ่ายไหน แต่เจ้าหน้าที่เอามาเป็นข้ออ้างจัดการกับผู้ชุมนุม เรื่องนี้นายกฯในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะผู้บัญชาการเหตุการณ์ว่ามีวุฒิภาวะ และเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ ตอนนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

ถามว่าจะเยียวยาชดเชยชดใช้อย่างไร และหน่วยงานไหนรับผิดชอบ หากไม่ต้องการให้ปัญหานี้เกิดขึ้น ดีที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ควรพิจารณาคืนความสุขให้ประชาชน จะลาออกหรือยุบสภา แล้วทำให้เหตุการณ์สงบก็แล้วแต่ท่าน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขึ้นชี้แจงต่อรัฐสภาแทน

พล.อ.ชัยชาญระบุว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าบุคคลย่อมทีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ แต่ปัจจุบันประเทศเผชิญการแพร่ระบาดโควิดจึงจำเป็นต้องออกข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่วนมาตรการดูแลผู้ชุมนุม ถ้าผู้ชุมนุมออกมาโดยสงบ การดำเนินการจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

แต่บางครั้งไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวธ มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ สร้างสถานการณ์ ทำลายทรัพย์สินของรัฐ เจ้าหน้าที่ได้รับนโยบายให้อดทน อดกลั้น โดยนายกฯเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ให้ยึดถือกฎหมายที่มีอยู่ และปฏิบัติตามหลักสากลเป็นหลัก ให้ระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อประชาชน ที่สำคัญต้องไม่ให้เหตุการณ์ต่าง ๆ นำไปสู่ความรุนแรงและเกิดความเสียหาย

“เจ้าหน้าที่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง หากต้องใช้ต้องให้เกิดผลกระทบกับผู้ชุมนุมน้อยที่สุด การดำเนินการเมื่อ 14 พ.ย. ผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ต้องปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นทางตำรวจได้สั่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เร่งพิสูจน์ทราบโดยเร่งด่วน ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานให้เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายว่าการบาดเจ็บของผู้ชุมนุมเกิดขึ้นอย่างไร ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ แต่กิจกรรมไหนที่ก่อความรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายตามหน้าที่” พล.อ.ชัยชาญกล่าว

พล.อ.ชัยชาญ กล่าวต่อว่า ส่วนการเยียวยา ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่แฟลตดินแดงตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ตร.ได้เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชนมากกว่า 7 ครั้ง เพื่อรับทราบปัญหา และหาทางแก้ไขลดผลกระทบ พร้อมเยียวยาซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม ส่วนผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บหรือเสียหาย สามารถใช้สิทธิได้ตามกฎหมายเรื่องสิทธิที่พึงได้รับ ซึ่งรัฐบาลพยายามดูแลประชาชนที่ไดรับผลกระทบ รวมถึงผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บด้วย