Skip to content

ศบค.อัพเดตยอดผู้ติดเชื้อโอไมครอน 11 ราย อยู่ใน กทม. มากที่สุด

14 ธ.ค. 2564 | 14:57น.
ศบค.อัพเดตยอดผู้ติดเชื้อโอไมครอน 11 ราย อยู่ใน กทม. มากที่สุด

ศบค.อัพเดตผู้เข้าข่ายติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรวม 11 ราย อยู่ใน กทม.มากที่สุด 9 รายที่เหลือเป็นนทบุรีและชลบุรี ขณะที่เปิดประเทศ 43 วัน มีผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร 2.28 แสนราย พบติดโควิดสะสม 342 คน เผย 10 จังหวัดยอดติดเชื้อสูงสุด กทม.ผู้เสียชีวิตกลับมาเพิ่ม 12 คน เตรียมถกมาเลเซียเปิดด่านรับนักท่องเที่ยวแบบ Test and Go

วันที่ 14 ธันวาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ประจำวันว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยรายใหม่ 2,862 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,146,043 ราย หายป่วยแล้ว 2,078,718 ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 37 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 21,137 ราย

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,174,906 ราย หายป่วยแล้ว 2,106,144 ราย เสียชีวิตสะสม 21,231 ราย

ยอดฉีดวัคซีนขยับใกล้ 98 ล้านโดส

สำหรับผู้มาขอรับการฉีดวัคซีน วันที่ 13 ธันวาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 57,155 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 128,459 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 65,123 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-13 ธันวาคม 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 97,653,854 โดส

เฉพาะเข็มที่ 1 ฉีดไปแล้ว 49.98 ล้านราย คิดเป็น 69.4%ของประชากร และเข็ที่ 2 ฉีดไปแล้ว 43.46 ล้านราย คิดเป็น 60.3% ของประชากร

และเฉพาะกลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ฉีดเข็ม 2 ไปแล้ว คิดเป็นร้อยละ 68.9 และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดเข็ม 2 ไปแล้ว คิดเป็นร้อยละ 64.2 ส่วนนักเรียน/นักศึกษา อายุ 12-17 ปี ฉีดเข็ม 2 ไปแล้วร้อยละ 66.3

  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 49,980,431 ราย
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 43,461,981 ราย
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 4,211,442 ราย

10 จังหวัดติดเชื้อสูงสุด กทม.ยอดตายกลับมาเพิ่ม

10 จังหวัดที่ติดเชื้อโควิดสูงสุดวันนี้ อันดับ 1. กรุงเทพมหานคร จำนวน 570 ราย ลดลงจากช่วงก่อนหน้า รวมสะสม 432,394 ราย รองลงมาเป็นนครศรีธรรมราช 225 ราย ชลบุรี 136 ราย สงขลา 119 ราย สุราษฎร์ธานี 106 ราย สมุทรปราการ 102 ราย เชียงใหม่ 93 ราย ที่เหลือเป็นจังหวัดที่ต่ำกว่า 100 ราย ได้แก่ เชียงใหม่ 93 ราย ตรัง 70 ราย นครราชสีมา 62 ราย กระบี่ และนครสวรรค์จังหวัดละ 61 ราย

ส่วนผู้เสียชีวิตจำนวน 37 รายในวันนี้ เป็นชาย 22 ราย หญิง 15 ราย เป็นคนไทย 36 ราย และเมียนมา 1 ราย โดยสัดส่วนผู้เสียชีวิตยังอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรัง คิดเป็นสัดส่วน 95%

และเมื่อแยกตามพื้นที่พบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานคร 12 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ รองลงมาเป็นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือรวม 11 ราย ได้แก่ เชียงใหม่ 5 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย เชียงราย แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชรและตากจังหวัดละ 1 ราย กล่มจังหวัดภาคตะวันออกและภาคกลางมีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย ขณะที่ภาคใต้ผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 5 ราย

สำหรับปัจจัยเสี่ยงยังมาจากปัจจัยเดิม ๆ โดยมาจากโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน โรคอ้วน โรคไต ผู้ป่วยติดเตียง และติดเชื้อมาจากคนใกล้ชิด คนรู้จัก มากที่สุด

เปิดประเทศ 43 วัน พบติดเชื้อโควิด 342 คน

ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 19 ราย มาจากรัสเซีย 2 ราย เยอรมนี 4 ราย สเปน 2 ราย สหราชอาณาจักร 4 ราย กัมพูชา 1 ราย ปากีสถาน 1 ราย เบลเยียม 1 ราย อิสราเอล 2 ราย สหรัฐอเมริกา 2 ราย

ขณะที่ผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทุกท่าอากาศยานหลังเปิดประเทศ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1-13 ธันวาคม 2564 มีผู้ที่เดินทางเข้มาแล้ว 95,405 ราย พบผู้ติดเชื้อโควิด 171 คน อัตราการติดเชื้ออยู่ที่ 0.18%

อย่างไรก็ตามเมื่อรวมตัวเลขในเดือนพฤศจิกายน (1-30 พ.ย.) หลังเปิดประเทศ มีผู้เดินทางเข้ามา 133,061 ราย มีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวน 171 ราย เท่ากับว่าเปิดประเทศมา 43 วัน มีผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรรวมสะสม 228,466 ราย มีผู้ติดเชื้อโควิดสะสมรวม 342 คน และระบบ Test and Go หรือระบบไม่กักตัว มีผู้เดินทางเข้ามามากที่สุด

ไทย-มาเลเซีย ถกเปิดด่านแบบ Test and Go

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพิจารณาการเปิดด่านจังหวัดชายแดนใต้รับนักท่องเที่ยว สอดคล้องกับข้อเสนอจากผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ซึ่งที่ประชุม ศบค.มีมติเห็นชอบการเตรียมเปิดด่านทางบกรับนักท่องเที่ยวแบบ Test and Go ในจุดผ่านแดนพื้นที่ สงขลา ยะลา นราธิวาส และสตูล โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ช่วงกลางเดือนมกราคม 2565

สำหรับกำหนดการเปิดด่านให้เป็นไปตามผลการหารืออย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลไทยและมาเลเซีย ซึ่งจะได้มีการหารือกันในลำดับต่อไป

และในระหว่างนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมในเรื่องระบบการตรวจ Vaccine Certificate ทั้งแบบเอกสารและออนไลน์ การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 1 ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง โรงแรมที่มีมาตรฐาน SHA++ ความพร้อมของมาตรการ COVID Free Setting ของสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของนักท่องเที่ยว ได้แก่ ระบบการขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

ส่วนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 271,067,467 ราย อาการรุนแรง 88,882 ราย รักษาหายแล้ว 243,649,046 ราย และเสียชีวิต 5,328,132 ราย

สำหรับอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 51,018,282 ราย 2.อินเดีย จำนวน 34,703,508 ราย 3.บราซิล จำนวน 22,191,949 ราย 4.สหราชอาณาจักร จำนวน 10,873,468 ราย
5.รัสเซีย จำนวน 10,046,454 ราย โดยประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน 2,174,906 ราย

สธ.อัพเดตยอดผู้เข้าข่ายติดเชื้อ Omicron 11 ราย

ศบค.รายงานเพิ่มเติม สำหรับความคืบหน้าของผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงานว่าตั้งแต่เปิดประเทศ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 มีการตรวจเฝ้าระวังสายพันธุ์จากตัวอย่างผู้ติดเชื้อภายในประเทศและผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ จำนวน 4,797 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่ยังเป็นสายพันธุ์ Delta 4,777 ตัวอย่าง คิดเป็น 99.58% สายพันธุ์ Alpha 8 ตัวอย่าง คิดเป็น 0.17% สายพันธุ์ Beta 1 ตัวอย่าง คิดเป็น 0.02%

ส่วนผู้ที่เข้าข่ายสายพันธุ์โอไมครอนพบ 11 ตัวอย่าง จากผู้เดินทางเข้าประเทศทั้งหมด ซึ่งเป็นการตรวจเบื้องต้นด้วยการหาตำแหน่งเฉพาะ (SNP) และมีการตรวจด้วยวิธีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวยืนยันแล้ว 8 ราย ส่วนอีก 3 รายอยู่ระหว่างรอผลตรวจ

สำหรับผู้เข้าข่ายสายพันธุ์ Omicron ทั้ง 11 ราย อยู่ในพื้นที่ กทม. 9 ราย นนทบุรีและชลบุรี จังหวัดละ 1 ราย แบ่งเป็น รายที่ 1 ชายอเมริกัน อายุ 35 ปี มาจากสเปน เข้าระบบ Test & Go กทม. ผลยืนยันแล้ว, รายที่ 2 และ 3 หญิงไทย อายุ 46 ปี และ 36 ปี กลับจากไนจีเรีย เข้า ASQ กทม. ผลยืนยันแล้ว, รายที่ 4 ชายไทย อายุ 41 ปี กลับจากดิอาร์คองโกเข้าแซนด์บอกซ์ กทม. รอยืนยันผล, รายที่ 5 ชายไทย อายุ 39 ปี กลับจากไนจีเรีย เข้าแซนด์บอกซ์ กทม. ผลยืนยันแล้ว,

รายที่ 6 ชายโคลอมเบีย อายุ 62 ปี มาจากไนจีเรีย เข้าแซนด์บอกซ์ กทม. รอยืนยันผล, รายที่ 7 ชายอังกฤษ อายุ 51 ปี มาจากอังกฤษ ผลยืนยันแล้ว, รายที่ 8 ชายไทย อายุ 37 ปี มาจากแอฟริกาใต้ เข้า ASQ นนทบุรี ผลยืนยันแล้ว,

รายที่ 9 ชายอเมริกัน อายุ 40 ปี เดินทางจากสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนเครื่องที่เกาหลีใต้ เข้า Test & Go กทม. ผลยืนยันแล้ว, รายที่ 10 ชายเบลารุส อายุ 51 ปี มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้า Test & Go กทม. ผลยืนยันแล้ว และรายที่ 11 ชายอังกฤษ อายุ 31 ปี มาจากอังกฤษ เข้า Test & Go กทม. รอยืนยันผล (ตามตาราง)

สรุปผู้เข้าข่ายติดเชื้อสายพันธุ์ Omicron 11 รายในไทย

  • 1.ชายอเมริกัน มาจากสเปน เข้าระบบ Test & Go กทม.
  • 2.หญิงไทย มาจากไนจีเรีย เข้าระบบ ASQ กทม.
  • 3.หญิงไทย มาจากไนจีเรีย เข้าระบบ ASQ กทม.
  • 4.ชายไทย มาจากคองโก เข้าแซนด์บอกซ์ กทม. 
  • 5.ชายไทย มาจากไนจีเรีย เข้าแซนด์บอกซ์ กทม. 
  • 6.ชาวชายโคลอมเบีย มาจากไนจีเรีย เข้าแซนด์บอกซ์ กทม. 
  • 7.ชายชาวอังกฤษ มาจากสหราชอาณาจักร Test & Go ชลบุรี
  • 8.ชายไทย มาจากแอฟริกาใต้ เข้า ASQ นนทบุรี
  • 9.ชายชาวอเมริกัน มาจากสหรัฐอเมริกา เข้าระบบ Test & Go กทม.
  • 10.ชายชาวเบลารุส มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าระบบ Test & Go กทม.
  • 11.ชายชาวอังกฤษ มาจากสหราชอาณาจักร เข้าระบบ Test & Go กทม.

ส่วนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันอังคารที่ 14 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 น. มียอดผู้ติดเชื้อรวม 271,067,467 ราย อาการรุนแรง 88,882 ราย รักษาหายแล้ว 243,649,046 ราย และเสียชีวิต 5,328,132 ราย

สำหรับอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 51,018,282 ราย 2. อินเดีย จำนวน 34,703,508 ราย 3. บราซิล จำนวน 22,191,949 ราย 4. สหราชอาณาจักร จำนวน 10,873,468 ราย
5. รัสเซีย จำนวน 10,046,454 ราย โดยประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก จากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม จำนวน 2,174,906 ราย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอมิครอน