แอสตร้าฯ เผยผลวิจัยออกซ์ฟอร์ด-วอชิงตัน ชี้ยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสม Evusheld ป้องกันโควิดโอไมครอนและสายพันธุ์อื่น ๆ ได้
วันที่ 24 ธันวาคม 2564 เมเน แพนกาลอส รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านยาชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals) ของแอสตร้าเซนเนก้า เปิดเผยผลการศึกษา Evusheld ยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (Long-acting Antibody-LAAB) แบบผสม จากโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและมหาวิทยาลัยวอชิงตัน โดยมีใจความว่า ยารักษาโควิด Evusheld ของแอสตร้าฯ หรือชื่อเดิม AZD7442 สามารถต้านโควิดทุกสายพันธุ์ได้ รวมไปถึงโอไมครอนที่มีการแพร่ระบาดในขณะนี้
จากการศึกษาดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ยา Evusheld มีระดับ Inhibitory Concentration 50 (IC50) (ระดับฤทธิ์ของแอนติบอดีในการลบล้างเชื้อไวรัสได้ 50%) เมื่อใช้ปริมาณยา 273 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร และ 147 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับผู้ที่เคยติดเชื้อและหายป่วยได้เองจากเชื้อโควิด-19
สอดคล้องกับข้อมูลองค์การอาหารและยาแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาหรือ FDA ที่เผยแพร่ข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ว่า ยา Evusheld สามารถออกฤทธิ์ต่อสายพันธุ์ที่น่ากังวลได้ในทุกสายพันธุ์ที่มีการค้นพบจนถึงปัจจุบัน
เมเน กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ยา Evusheld คือแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (Long-acting Antibody-LAAB) แบบผสมชนิดเดียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉินในสหรัฐอเมริกา สำหรับการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19
โดยยาดังกล่าวสามารถใช้ได้ในกลุ่มผู้มีความเปราะบาง อาทิ ผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่อาจมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ไม่เพียงพอ และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคโควิด-19
ทั้งนี้ ยา Evusheld ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมา เพื่อเอาชนะการต้านฤทธิ์และการกลายพันธุ์ของไวรัส SARS-CoV-2 ในอนาคตโดยเฉพาะ โดยเป็นการผสมแอนติบอดีประสิทธิภาพสูงสองชนิดเข้าด้วยกัน อันนำมาซึ่งการออกฤทธิ์ต่อเชื้อไวรัสที่ส่งเสริมกัน
อย่างไรก็ตาม การทดลองทางคลินิกของยา Evusheld มีขึ้นในช่วงที่ไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนยังไม่แพร่ระบาด ทางบริษัทกำลังดำเนินการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประยุกต์ใช้ผลการศึกษานี้ในแนวทางการรักษาต่อไป โดยจะมีการยื่นข้อมูลจากการศึกษาทั้งสองการศึกษาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการหลังผ่านการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญต่อไป