ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์เผย พบนักท่องเที่ยวอังกฤษ 3 ราย ติดโอไมครอน รอผลยืนยันอีกหนึ่ง ชี้เข้ามาในอำเภอหัวหิน 12-15 ธ.ค. พักโรงแรมมาตรฐาน SHA รับประทานอาหารในร้าน 5 แห่ง
วันที่ 24 ธันวาคม 2564 มติชน รายงานว่า นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ที่ห้องสิงขร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัด หลังจากพบชาวต่างชาติเป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 3 ราย มีผลตรวจติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่ อ.หัวหิน และมีนักท่องเที่ยวอังกฤษอีก 1 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยัน เนื่องจากเชื้อที่ส่งตรวจ RT- PCR มีไม่มาก
โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวต้องการตรวจหาเชื้อก่อนเดินทางกลับประเทศต้นทาง ขณะนี้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ อ.หัวหิน
สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศขอให้ชะลอไว้ก่อน ส่วนองค์กรเอกชนที่จะจัดงานปีใหม่ก็ขอให้ใช้แนวทางโควิด พรีเซตติ้ง พร้อมตรวจหาเชื้อจากผู้เข้าร่วมงานด้วยชุดตรวจ ATK
สำหรับนักท่องเที่ยว 3 รายดังกล่าวที่ติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์ แยกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก โดยสารเครื่องบินเดินทางมาจากประเทศอังกฤษลงที่สนามบินภูเก็ต ผ่านระบบแซนบ็อกซ์ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 จากนั้นเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิแล้วนั่งแท็กซี่ไปพักที่ อ.ชะอำ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2564
กลุ่มที่ 2 เข้ามาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต แล้วเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิแล้วไปหาเพื่อนที่ อ.ชะอำ และเข้าพักที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 11ธันวาคม 2564
ทั้งนี้กลุ่มผู้ติดเชื้ออยู่ที่ อ.หัวหินตั้งแต่วันที่ 12-15 ธันวาคม 2564 เข้าพักในโรงแรมที่มีมาตรฐาน SHA รับประทานอาหารในร้าน 5 แห่ง เดินทางไปเที่ยวในพื้นที่โดยใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่มีการลงทะเบียน

นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวด้วยว่า ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก จากการพบโควิดกลายพันธุ์ ขอให้เชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนฉลองเทศบาลปีใหม่อย่างมีความสุข แต่ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวทางที่ภาครัฐกำหนด และหลังจากนี้ขอให้หน่วยงานรัฐงดจัดกิจกรรมรื่นเริง
ส่วนภาคเอกชนที่เตรียมการจัดงานไว้แล้ว หากเป็นไปได้ก็ขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมไว้ก่อน หรือหากจำเป็นต้องจัดก็ต้องมีความเข้มงวดตามมาตรการด้านสาธารณสุข รวมทั้งขอให้ลดจำนวนคนที่ร่วมงาน จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปตรวจสอบและประเมินการจัดงานทุกระยะ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับสถานการณ์โรคระบาดในภายหลัง